XPANDER ฉุดยอดขายมิตซูบิชิ มาร์เก็ตแชร์ 8.8% แผนเปิดรถใหม่ 7 รุ่น

มิตซูบิชิอัพเดทยอดขายรถปี 62 XPANDER กับ TRITON ดันยอดรวม 8.8 หมื่นคัน ส่วนแบ่งตลาด 8.8% เตรียมเปิดรถใหม่ทั้งหมด 7 รุ่น หวังปี 63 ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเป็น 9%

Mitsubishi Sales 2019

มร.โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า ในปี 2562 มียอดขายรวม 88,244 คัน มีส่วนแบ่งตลาด 8.8% เติบโตเพิ่มขึ้น 4.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เติบโตสูงกว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ในภาพรวม ซึ่งมียอดจำหน่ายรวมทั้งหมดที่ 1,007,552 คัน ลดลง 3.3% จากปี 2561

“ปี 2562 เป็นปีที่ดีของมิตซูบิชิ ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งในสามบริษัทที่มียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า สวนทางกับอุตสาหกรรมยานยนต์ท่ามกลางปัจจัยท้าทายที่เพิ่มมากขึ้น”

สำหรับรถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดของมิตซูบิชิ คือ มิตซูบิชิ ไทรทัน มียอดขายอยู่ที่ 35,807 คัน หรือ 41% รองลงมาคือ เอ็กซ์แพนเดอร์ อยู่ที่ 16,196 คัน หรือ 18% อันดับ 3 ปาเจโร สปอร์ต อยู่ที่ 13,558 หรือ 15% อันดับ 4 แอททราจ อยู่ที่ 13,319. คัน หรือ 15% และอันดับ 5 มิราจ อยู่ที่ 9,364 หรือ 11%

ด้านการส่งออก มิตซูบิชิครองตำแหน่งผู้ส่งออกรถยนต์อันดับ 1 โดยสามารถส่งออกรถยนต์รวมทั้งสิ้น 332,700 คัน ประกอบด้วยรถยนต์สำเร็จรูป (BU) 284,500 คันและรถยนต์ชิ้นส่วนประกอบ (KD) 48,200 คัน โดยปี 2562 ยังได้ฉลองความสำเร็จในการส่งออกรถยนต์ครบ 4 ล้านคัน

สำหรับการผลิตในปีที่ผ่านมา สามารถผลิตรถยนต์รวมทั้งสิ้น 407,200 คัน ประกอบด้วยรถยนต์สำเร็จรูป (BU) 353,500 คันและรถยนต์ชิ้นส่วนประกอบ (KD) 53,700 คัน

มร.ชกกิ ยังกล่าวอีกว่า ในปี 2563 เรายังคงมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรลุส่วนแบ่งตลาดให้มากกว่าร้อยละ 9ในปีที่ผ่านมาได้เปิดตัวรถใหม่เพื่อนำเสนอความทันสมัยและน่าสนใจอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้มีแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์ทั้งรุ่นใหม่และรุ่นพิเศษเพื่อตอบรับความต้องการของลูกค้าทั้งหมด 7 รุ่น อีกทั้งยังเตรียมปรับปรุงคุณภาพและประสิทธิภาพของโรงงานผลิตที่แหลมฉบังด้วยการสร้างโรงพ่นสีแห่งใหม่ เพื่อให้ลูกค้าได้รับสิ่งที่ดีที่สุด

ด้านบริการหลังการขายที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลางภายใต้สโลแกน “เราดูแล คุณแค่ขับ” มอบความมั่นใจให้แก่ลูกค้าในราคาที่ไม่แพง ด้วยคุณภาพสินค้าและบริการที่ดี โดยในปีที่ผ่านมา มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มีเครือข่ายผู้จำหน่ายจำนวน 229 แห่ง และจะเพิ่มขึ้นเป็น 245 แห่งครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศในปีนี้

ทั้งนี้ ในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าระดับโลกมีแผนที่จะผลิต มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี รถพลังงานไฟฟ้าประเภทปลั๊กอินไฮบริด ที่โรงงานผลิตที่แหลมฉบังในปี 2564 ด้วยเงินลงทุนมากกว่า 3,130 ล้านบาท และยังส่งเสริมผู้ผลิตชิ้นส่วนภายในประเทศด้วยการจัดหาและใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศเป็นหลัก

โดยจะเปิดตัวมิตซูบิชิเอาท์แลนเดอร์(Mitsubishi Outlander)ปลั๊กอินไฮบริดในช่วงเดือนมกราคม 2564โดยเบื้องต้นจะเริ่มวางจำหน่ายในผู้แทนจำหน่าย(ดีลเลอร์)จำนวน80-100แห่งก่อนในเบื้องต้น

ซึ่งยังมีแผนที่จะขยายสถานีชาร์จไฟฟ้าแบบเร็ว (DC) ด้วยการลงทุนในดีลเลอร์ที่จำหน่ายรถยนต์รุ่นดังกล่าวโดยมีมูลค่าลงทุนราว1ล้านบาทต่อแห่งซึ่งมองว่าระบบโครงสร้างพื้นฐานเป็นส่วนสำคัญในการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต

อย่างไรก็ตามเชื่อว่า การเปิดตัวเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการใช้งานจริงในประเทศไทยปัจจุบัน ซึ่งมิตซูบิชิเอาท์แลนเดอร์ปลั๊กอินไฮบริดมีโหมดการใช้พลังงานไฟฟ้า100%สามารถวิ่งได้50-60กม.

แท็กยอดนิยม

Avatar
KRINJUN
แรงบันดาลใจในชีวิต คือ กินอิ่ม นอนหลับ โทรศัพท์ โอนเงินได้

วีดิโอ