วิเคราะห์ก้าวต่อไปของคาร์ลอส กอส์น หันมาสู้คดี หรือ หนีไปตลอดกาล?

ก้าวต่อไปของคาร์ลอส กอส์น จะเป็นเช่นไร หลังจากเขาหลบหนีคดีออกจากประเทศญี่ปุ่น บินกลับสู่อ้อมอกบ้านเกิดในประเทศเลบานอน

กอส์น เปิดเผยในการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อวันพุธที่ 8 มกราคมว่าเขาตกเป็นเหยื่อของการสมรู้ร่วมคิดระหว่าง Nissan และอัยการญี่ปุ่นที่ต้องการโค่นเขาลงจากตำแหน่งด้วยการตั้งข้อหาที่ไร้หลักฐานและมูลเหตุที่ชัดเจน

ปัจจุบัน อดีตประธานใหญ่ Nissan, Mitsubishi และ Renault พำนักอยู่ในกรุงเบรุตของเลบานอนในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนที่ยังคงมีความเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศหรืออินเตอร์โพล ออกหมายจับสีแดงต่อกอส์นตามคำขอของรัฐบาลญี่ปุ่น ขณะที่เลบานอนยืนยันว่าจะดำเนินการตามความจำเป็น แต่ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าจะมีมาตรการอย่างไรบ้าง

เลบานอนไม่มีสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกับญี่ปุ่น และไม่มีนโยบายเนรเทศพลเมืองของตนเอง กอส์นซึ่งถือ 3 สัญชาติทั้งเลบานอน ฝรั่งเศส และบราซิล เปิดเผยว่าอัยการกรุงเบรุตได้เรียกตัวเขาเข้าให้ปากคำในวันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม และเขารู้สึก “สบายใจ” ที่การให้ปากคำผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

กอส์น จะเดินทางอย่างมีอิสระได้มากน้อยเพียงใด?

หมายจับสีแดงของอินเตอร์โพล คือการร้องขอให้หน่วยงานรัฐบาลของแต่ละประเทศจับกุมบุคคลที่เป็นที่ต้องการตัว แต่ไม่ได้มีข้อกฎหมายบังคับ นักวิเคราะห์มองว่า กอส์นมีความเสี่ยงที่จะถูกจับกุมในประเทศอื่น ๆ มากกว่าการอยู่ในเลบานอน

มี 194 ประเทศที่เป็นสมาชิกของอินเตอร์โพล และอาจมีบางประเทศที่จะจับกุมตัวเขาทันทีระหว่างกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองและอาจถูกส่งตัวกลับญี่ปุ่นถ้าประเทศนั้นมีข้อตกลงส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกับญี่ปุ่นนิค วามอส นักกฎหมายจากบริษัท Peters & Peters และอดีตผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนของประเทศอังกฤษกล่าว

หลังจากกอส์นเดินทางถึงเลบานอน รัฐบาลฝรั่งเศสประกาศว่าจะไม่ส่งตัวกอส์นกลับถ้าเดินทางต่อเข้ามายังประเทศฝรั่งเศส เนื่องจากฝรั่งเศสไม่มีนโยบายเนรเทศพลเมืองของตนเอง เช่นเดียวกับบราซิลที่ไม่มีมาตรการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนให้ประเทศอื่น ๆ

ขณะเดียวกัน ภาพลักษณ์ของกอส์นในเลบานอนเหมือนเป็น “ฮีโร่ของชาติ” เมื่อครั้งที่เขาถูกจับกุมตัวในประเทศญี่ปุ่น มีการขึ้นป้ายบิลบอร์ดกลางเมืองหลวงว่า “เราทุกคนคือกอส์น” หรือหมายถึงการถูกกระบวนการยุติธรรมกลั่นแกล้ง

มาซาโกะ โมริรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของญี่ปุ่น เรียกร้องให้กอส์น กลับมาขึ้นศาลตามกฎหมาย

กอส์น เปิดเผยในงานแถลงข่าวว่า หลังจากถูกคุมขังหลายเดือนในสถานกักกันของญี่ปุ่นและถูกจับตาทุกย่างก้าวในบ้านพักกรุงโตเกียว อีกทั้งยังไม่ได้รับอนุญาตให้พบกับภรรยา เขาเผยว่า “ผมยินดีที่จะติดคุกเลบานอน ดีกว่าที่จะอยู่ในกรงขังของญี่ปุ่น

ด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงยุติธรรมญี่ปุ่นตระหนักดีว่าโอกาสที่จะร้องขอให้เลบานอนส่งตัวกอส์นกลับมานั้นมีน้อย จึงอาจส่งรายละเอียดของคดีให้สำนักงานอัยการเลบานอน และกอส์นก็อาจถูกดำเนินคดีได้ถ้าอัยการพบว่า ข้อกล่าวหาต่าง ๆ นั้นเกี่ยวข้องกับการละเมิดกฎหมายอาญาในเลบานอน

ไม่เพียงเท่านั้น อัยการเขตกรุงโตเกียวอาจเดินเรื่องยึดทรัพย์กอส์นให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

แหล่งข่าวใกล้ชิดกับกอส์นเปิดเผยว่า ถ้าเป็นไปได้ เจ้าตัวต้องการขึ้นศาลไต่สวนคดีทั้งหมดในศาลเลบานอนเพื่อรื้อฟื้นชื่อเสียงกลับคืนมา ซึ่งทีมทนายความของเขามั่นใจว่ามีโอกาสชนะมากกว่าในศาลญี่ปุ่น แต่กระบวนการทั้งหมดอาจใช้เวลานานหลายปี

ตลอดสัปดาห์ที่แล้ว กอส์น เดินสายให้สัมภาษณ์สำนักข่าวระดับโลกหลายแห่งทั้ง CNN, CNBC รวมถึงสำนักข่าวในยุโรปและตะวันออกกลาง เขาเน้นย้ำทุกครั้งว่าต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์แต่ไม่ใช่ภายใต้กระบวนการยุติธรรมที่บิดเบี้ยวในญี่ปุ่น และปฏิเสธที่จะอธิบายวิธีการหลบหนีมา

นอกจากนี้ ทีมทนายความของกอส์นตกเป็นข่าวว่ากำลังแสวงหาลู่ทางในการปลดหมายจับสีแดงของอินเตอร์โพล เพื่อให้สามารถเดินทางออกนอกประเทศเลบานอนได้ เพราะการเป็นผู้บริหารและนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จระดับโลกมาตลอดชีวิตคงไม่ทำให้กอส์นสามารถนั่งอยู่เฉย ๆ ในประเทศตะวันออกกลางนี้ไปได้ตลอดชีวิต

ผมคุ้นเคยกับการปฏิบัติภารกิจที่เป็นไปไม่ได้หรือ Mission Impossible พวกคุณ (สื่อมวลชน) จะได้เห็นกันว่าผมจะทำอย่างไรต่อไปในอีกหลายสัปดาห์ข้างหน้า” กอส์น กล่าว

ที่มา: สำนักข่าว Reuters

ติดตามข่าวแวดวงยานยนต์ก่อนใครที่ Autostation.com

แท็กยอดนิยม

SK
SK
ทำงานตามคำแนะนำ "Write the truest sentence that you know." ของ 'ปาป้า เฮมิงเวย์'

วีดิโอ