ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ต้องปรับตัวเข้าหาลูกค้ามากขึ้น สำหรับ V-Kool แค่ผลิตภัณฑ์ใหม่ไม่พอ

แค่การเข้าหาลูกค้าและเปิดผลิตภัณฑ์ใหม่ไม่เพียพอสำหรับการเติบโตในยุคนี้อีกต่อไป แม้ V-Kool จะมีผลิตภัณฑ์ใหม่เปิดตัวแต่ที่สำคันสุดคือการปรับตัว

V-Kool

V-Kool ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ V-Kool VK10 Royal Privacy ที่กันความรวมโดยรวม 74% ป้องกันรังสีความร้อน 98% กันรังสียูวี 99.99% แสงส่องสว่างผ่าน 13% ดำเข้มมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเปิดตัวเพื่อนรุกตลาดพรีเมี่ยมที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงด้วยฟิล์มที่ให้ความเป็นส่วนตัวแต่ในการมองเห็นที่ชัดเจนจากภายในด้วยราคาจำหน่าย 35,000-48,000 บาท ช่วงเปิดตัวมีส่วนลดให้ 9,000 บาท

V-Kool

แต่เท่านั้นยังไม่พอเพราะ V-Kool ยังได้มีการปรับตัวและวิธีการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับการทำงานจริงมากยิ่งขึ้นด้วยการผ่อนปรนเงื่อนไขบางอย่าง เพื่อให้ดีลเลอร์ของ V-Kool หรือผุ้ที่จะสมัครเข้ามาเป็นดีลเลอร์รายใหม่ สามารถทำธุรกิจร่วมกันได้คล่องตัวมากขึ้น

พิมพา ชลาลัย ประธานบริหาร บริษัท วี เค เอส กรุ๊ป (เอเซีย) จำกัด หรือ วี-คูล กรุ๊ป ไทยแลนด์ ผู้นำเข้า และจำหน่ายฟิลม์กรองแสง วี-คูล เผยว่า “ในปี 63 ได้ตั้งเป้าหมายขยายตัวแทนจำหน่าย แบ่งเป็นศูนย์ วีคูล ฟูลเฟล็ต จาก 11 แห่งในปีนี้ จะเพิ่มเป็น 20 แห่ง ส่วนดีลเลอร์ทั่วประเทศปัจจุบันนี้มี 46 แห่ง จะขยายเป็น 60 แห่ง”

V-Kool

บริษัทยังได้ลงทุนกว่า 100 ล้านบาทเพื่อสร้างสำนักงานใหม่ย่านบางนาที่รองรับการให้บริการติดตั้งฟิล์มครบวงจร ปรับโครงสร้างด้านการตลาด เน้นขายออนไลน์เพิ่มขึ้น และเน้นการขายผ่านตัวแทนตามที่จะเห็นได้ว่าตัวเลขจำนวนดีลเลอร์ในปี 63 จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยการปรับตัวในครั้งนี้จะทำให้อัตราการเติบโตในปี 63 ขยับสูงมากกว่า 10%

ส่วนปี 62 คาดว่ามีส่วนแบ่งการตลาดไม่น้อยกว่า 12% อัตราการเติบโตจากปีที่ผ่านมา 30-40% จากตลาดรวมฟิลม์กรองแสงที่ 2,000 ล้านบาท ส่วนตลาดพรีเมี่ยมหากคำนวนจากยอดขายรถยนต์หรูที่ 30,000-32,000 คัน จะมีส่วนแบ่ง 40%

แท็กยอดนิยม

Ken
Ken
ชอบเดินทางไกล ไม่ชอบผู้คนพลุกพล่าน มาทำงานด้วยรถไฟ ฉึกกะฉึกกะฉึก ปู๊ป ปู๊ปปป ป!!

วีดิโอ