ย้อนชมวิวัฒนาการ Toyota Harrier ทำตลาด 4 เจนเนอเรชั่นใน 23 ปี

Toyota Harrier ออกทำตลาดครั้งแรกในปี 1997 ก่อนมีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่องรวมแล้วทั้งหมด 4 เจนเนอเรชั่น

รถเอสยูวีรุ่นนี้ถือกำเนิดจากการที่ผู้บริหาร Toyota ต้องการขยายไลน์รถอเนกประสงค์ที่มีตำแหน่งการตลาดต่ำกว่าแบรนด์ Lexus และมุ่งจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น จึงเป็นที่มาของการสร้าง Toyota Harrier ซึ่งตั้งชื่อรุ่นตามชื่อนกเหยี่ยวที่พบได้ทั่วไปในจังหวัดฮอกไกโด เอสยูวีรุ่นนี้จึงใช้รูปนกสีทองประดับด้านหน้ารถที่คอรถยนต์ชาวไทยน่าจะคุ้นตาอยู่บ้าง

Harrier XU10

Harrier เจนเนอเรชั่นแรกได้รับการแนะนำออกสู่ตลาดประเทศญี่ปุ่นในช่วงปลายปี 1997 มาพร้อมรหัสตัวถัง XU10 ขณะที่รถเอสยูวีฝาแฝดอย่าง Lexus RX ข้ามน้ำข้ามทะเลไปทำตลาดอเมริกาเหนือ

เครื่องยนต์รุ่นยอดฮิตใน Harrier รุ่นบุกเบิกเป็นบล็อกวี6 ความจุกระบอกสูบ 3.0 ลิตรที่ได้รับเสียงวิจารณ์ว่าซดน้ำมันอย่างดุดัน มีทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหน้าและขับเคลื่อน 4 ล้อ แต่มีเฉพาะระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีดให้เลือกใช้เพียงอย่างเดียว

Harrier รุ่นแรกถูกนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยโดยบริษัทนำเข้ารถยนต์หรือสำนักเกรย์ต่าง ๆ และเป็นที่นิยมมากพอสมควร

Harrier XU30

เจนเนอเรชั่นที่สองถือเป็นรุ่นที่ออกทำตลาดยาวนานที่สุดและประสบความสำเร็จมากที่สุดด้วย ไม่เพียงถูกยกระดับความหรูหราให้เหนือกว่ารุ่นแรก แต่ยังขยายสัดส่วนตัวถังให้ใหญ่โตมากขึ้น โดยมีความยาวเพิ่มขึ้น 154 มม. และกว้างขึ้น 28 มม. ทำให้พื้นที่ในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบายยิ่งขึ้นตามไปด้วย

นอกจากการขยายมิติตัวถัง การออกแบบของ Harrier XU30 ยังมีความโดดเด่นกว่าเดิมโดยเฉพาะเส้นกระจกช่วงท้ายที่มีความลาดเอียงนำสายตา บริษัทเกรย์นำเข้ามาจำหน่ายในบ้านเราเช่นกันและเป็นที่นิยมในกลุ่มคนรักรถอเนกประสงค์ที่มีภาพลักษณ์พรีเมียม

Toyota จำหน่าย Harrier เจนสองในแดนอาทิตย์อุทัยจนถึงปี 2013 เท่ากับว่ามีวงจรชีวิตอยู่ในตลาดนานถึง 10 ปีเต็มเลยทีเดียว

Harrier XU60

Harrier เจนเนอเรชั่นที่ 3 เปิดตัวครั้งแรกพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศ มีพละกำลัง 151 แรงม้า และส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติแปรผันต่อเนื่อง CVT

แต่หลังจากนั้น ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นทำการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ครั้งใหญ่ และนับเป็นครั้งแรกที่ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ พละกำลัง 231 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

รูปลักษณ์ของ Harrier รุ่นที่ 3 มีความโฉบเฉี่ยวมากขึ้นอย่างชัดเจน หน้าตาโดยรวมดูอ่อนเยาว์ลงและตอบโจทย์คนรุ่นใหม่มากขึ้น ขณะเดียวกันยังได้รับการติดตั้งระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense อาทิ ระบบป้องกันการชนด้านหน้า ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน และระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ

Harrier รุ่นนี้ถูกจำหน่ายอย่างเป็นทางการในตลาดเพื่อนบ้านของเราอย่างมาเลเซีย สนนราคาประมาณ 2 ล้านบาท แต่ในบ้านเรายังคงเป็นการนำเข้ามาโดยสำนักเกรย์ต่าง ๆ เช่นเดิม

Harrier XU80

หลังจากรุ่นที่ 3 โลดแล่นอยู่ในตลาดนาน 7 ปี ก็ถึงเวลาโมเดลเชนจ์เข้าสู่เจนเนอเรชั่นที่ 4 รุ่นใหม่ล่าสุดซึ่งเพิ่งเผยโฉมภาพชุดแรกอย่างเป็นทางการเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา และเตรียมจะเปิดตัวออกทำตลาดญี่ปุ่นในเดือนมิถุนายนนี้

All New Harrier พัฒนาบนแพลตฟอร์ม Toyota New Global Architecture (TNGA) หรือ GA-K แบบเดียวกับ Toyota Camry และ Lexus ES รูปลักษณ์ภายนอกเน้นความสปอร์ตปราดเปรียวมากขึ้น ส่วนมิติตัวถังมีขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อย

เครื่องยนต์เป็นเทคโนโลยี Dynamic Force บล็อก 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศ พละกำลัง 171 แรงม้า แรงบิด 207 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ Direct-Shift CVT

นอกจากนี้ยังมีรุ่นไฮบริดที่ใช้เครื่องยนต์ 2.5 ลิตรทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า มีพละกำลังรวมที่ 218 แรงม้า

ที่มา: เว็บไซต์ Paultan.org

กลับหน้าหลักAutostation.com

แท็กยอดนิยม

SK
SK
ทำงานตามคำแนะนำ "Write the truest sentence that you know." ของ 'ปาป้า เฮมิงเวย์'

วีดิโอ