สัมผัสแรก Mitsubishi Outlander PHEV หรูหรา อัตราเร่งไฟฟ้า 305 แรงม้า ขับ 4 S-AWC หนึบเหลือเชื่อ ค่าตัวเริ่ม 1.64 ล้าน

สัมผัสแรก Mitsubishi Outlander PHEV ขุมพลัง 305 แรงม้า ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ S-AWC ยกมาจากตำนานอย่าง Lancer Evolution กับค่าตัว 1.64-1.749 ล้านบาท

เปิดตัวอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยสำหรับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นใหม่ของค่ายที่ชาวไทยรอคอยกับ Mitsubishi Outlander PHEV ซึ่งติดตามรายละเอียดรถยยนต์และสเปคต่าง ๆ ได้ที่นี่

เปิดราคา MITSUBISHI OUTLANDER PHEV เริ่มต้น 1.64 ล้านบาท

จุดเด่นของตัวรถนอกจากจะมาพร้อมตัวถังแบบ 5 ที่นั่ง และสามารถลุยไปได้ไกลมากขึ้นแล้ว พระเอกหลัก ๆ คงจะหนีไม่พ้นขุมพลังแบบปลั๊กอินไฮบริด ที่มาพร้อมสเปคที่น่าสนใจทีเดียว

ดีไซน์ภายนอกเรียบหรู สไตล์พ่อบ้านซิ่ง

ดีไซน์ภายนอกมาพร้อมตัวถังแบบรถครอบครัว 5 ที่นั่ง โดยด้านหน้ายังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของ Mitsubishi ไม่ว่าจะเป็นเส้นสายชุดโคมไฟหน้าแบบ Projector Lens Twin LED พร้อมไฟ Daytime Running Lights ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED และเอกลักษณ์ DynamicShield

โลโก้ตัวอักษร Outlander บริเวณฝากระโปรงเสริมให้รถดูสปอร์ตและเป็นสายลุยมากยิ่งขึ้น ล้อขนาด 18 นิ้ว รัดด้วยยาง 225 55 R18 กับลวดลายซี่เล็กที่ไม่ได้ตกแต่งบ่งบอกถึงความเป็นรถไฟฟ้ามาให้แต่อย่างใด

ประตูดีไซน์ทรงยาว รับการขึ้นลงอย่างสะดวกสบาย หลังคามาพร้อมแรคติดตั้งมาให้จากโรงงาน นอกจากนี้ฝาท้ายยังมาพร้อมระบบ เปิด-ปิด แบบไฟฟ้า พร้อมระบบป้องกันการหนีบ รวมถึงชุดโคมไฟท้ายแบบ LED

โดยรวม Outlander ยังเป็นรถที่มีเอกลักษณ์ความเป็น Mitsubishi อย่างชัดเจน เพียงแค่ว่าด้วยดีไซนและตัวถังบ่งบอกว่ารุ่นนี้เป็นรถครอบครัวที่มีความหรู พรีเมี่ยม มากกว่ารุ่นอื่น

ภายในเรียบหรู ดูดี และนั่งสบายพอสมควร

เปิดเข้ามาภายในจะพบการดีไซน์ที่เน้นเลือกใช้วัสดุที่ เสริมให้ตัวรถดูมีราคา ไม่ว่าจะเป็นแผงประตูบุด้วยหนังแท้เดินตะเข็บแบบ Diamond Quilting รวมถึงแผงแดชบอร์ดวัสดุกึ่งนุ่มทั้งหมด และหน้าจอทัชสกรีนกลางแบบ 8 นิ้ว

  • รองรับ Apple CarPlay / Android Auto
  • ระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth
  • ลำโพงรอบคัน 6 ตำแหน่ง

ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแยกโซน ซ้าย-ขวา เบาะนั่งหุ้มหนัง Diamond Quilting โดยคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทางทั้งคู่ เบาะโดยสารตอนหลังสามารถพับได้แบบ 60:40

หัวเกียร์แบบไฟฟ้าดีไซน์พิเศษ เน้นความล้ำยุค รวมถึงบริเวณกลางคอนโซล คุณจะพบกับปุ่มควบคุมโหมดการขับขี่ต่าง ๆ ทั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ โหมด Sport รวมถึงเบรกมือไฟฟ้าและ ระบบ Auto Hold

ภายในจัดว่าดูหรูหรากว่ารุ่นอื่น และการนั่งโดยสารก็ให้ความรู้สึกสะดวกสบาย โดยห้องโดยสารที่มีความโปร่ง กระจกรอบคันบานใหญ่ และชุดมาตรวัดรวมถึงจอกลาง 8 นิ้วใช้งานง่าย

ขุมพลังสมรรถนะสูง มอเตอร์ 2 ตัว 305 แรงม้า ให้อัตราเร่งแบบรถไฟฟ้า

Mitsubishi Outlander มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร 128 แรงม้า แรงบิด 199 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกันกับมอเตอร์ไฟฟ้า AC Synchronous Permanent Magnetic Motor 2 ตัว มอเตอร์ไฟฟ้าด้านหน้า ให้กำลัง 82 แรงม้า แรงบิด 137 นิวตันเมตร มอเตอร์ด้านหลัง 95 แรงม้า แรงบิด 195 นิวตันเมตร

เมื่อเครื่องยนต์ ทำงานร่วมกันกับมอเตอร์ไฟฟ้า รีดกำลังแรงม้าได้สูงสุดถึง 305 แรงม้า พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD แบบ S-AWC หรือ Super All Wheel Control ที่ยกการพัฒนามาจาก Mitsubishi Lancer Evolution อันเลื่องชื่อ

สำหรับการชาร์จไฟฟ้า Mitsubishi Outlander PHEV คันนี้

  • ชาร์จไฟฟ้า AC 3.7 kW 0-100% ใช้เวลา 3 ชั่วโมง 30 นาที
  • ชาร์จไฟฟ้า CHAdeMO Fast Charge 0-80% ใช้เวลาประมาณ 32 นาที

และสามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วน เป็นระยะทางไกลสุด 55 กิโลเมตร (แล้วแต่สภาพแวดล้อมการขับขี่ด้วย)

โดยมีโหมดการขับขี่ และระบบขับเคลื่อร 4 ล้อ S-AWC ให้เลือกแล้วแต่สภาพพื้นผิวถนน และการใช้งานจริง

สัมผัสแรกจากการทดลองขับ

แม้จะเป็นลานกิจกรรมทดสอบเพียงสั้น ๆ แต่ด้วยการเซ็ตสเตชั่นก็พอทำให้ทราบถึง พละกำลังของรถยนต์ การควบคุม ระบบช่วงล่าง และการทำงานของ S-AWC โดยผมจะสรุปให้ฟังดังนี้

จากสเตชั่นแรกที่ทดสอบอัตราเร่งพบว่า อัตราเร่ง 0-65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยประมาณ (พื้นที่สนามจำกัด) ใช้เวลาไม่เยอะ และมีพละกำลังในการเร่งจากมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งข้อดีคือไม่ต้องรอรอบ ทันทีที่กดคันเร่งก็มีอาการหลังติดเบาะให้เห็นเหมือนกัน

ผนวกกับเสียงการทำงานมอเตอร์ไฟฟ้าเท่านั้น จึงได้เรื่องความเงียบ ในขณะที่ความเร็วไต่ทะยานขึ้นไปอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน สำหรับโหมดขับเคลื่อน 4 ล้อ มีให้ใช้งานทั้ง Lock Mode , Snow Mode , Normal , Sport

โดยแต่ละโหมดก็จะมีอาการ และการควบคุมรถยนต์ที่แตกต่างกันไป ตามการใช้งาน และความต้องการที่จะสนุกสนานในการขับขี่ จากทดสอบในสถานีที่ทีมงานเซ็ตไว้เป็นวงกลมพร้อมฉีดน้ำผสมน้ำยาล้างจาน เพื่อต้องการรถยนต์ลื่นและออกอาการที่เหนือการควบคุม

จากการทดสอบ พบว่าทุกโหมดตัวระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ สามารถช่วยดึงรถยนต์ไม่ให้หลุดในโค้ง แม้ว่าผมจะพยายามเร่งคันเร่งมากขึ้น ขณะเข้าโค้งแล้วก็ตาม เว้นแต่โหมด Sport ที่จะมีอาการดีดดิ้น และอัตราเร่งที่เร้าใจมากกว่าโหมดเท่านั้น

สำหรับโหมดการขับขี่ของตัวรถจะมีทั้งหมด 3 แบบคือ โหมด EV โหมด Series Hybrid และ Paralle Hybrid โดยแต่ละโหมดจะปรับการส่งกำลัง การชาร์จไฟฟ้ากลับ ซึ่งบางช่วงจะมีเสียงเครื่อง 2.4 ลิตร ติดขึ้นมาเพื่อช่วยเรื่องอัตราเร่ง รวมถึง การชาร์จไฟฟ้ากลับแบตเตอรี่ นั่นเอง

สรุปรวมความ ไฮไลท์เด่นและการขับขี่ Mitsubishi Outlander PHEV

เป็นรถที่ดูดีทั้งภายนอก ภายใน ความหรูที่มีมาให้มากว่ารุ่นอื่น รวมถึงพระเอกคือขุมพลังแบบ ปลั๊กอินไฮบริด ที่คุณสามารถเสียบชาร์จไฟฟ้าจากบ้านได้ หรือปั่นกระแสไฟฟ้าจากชุดเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร

และรุ่นนี้มีความพิเศษตรงที่ตัวรถจะมีปลั๊กไฟแบบ 1500W ไว้ให้คุณเสียบเครื่องใช้ไฟฟ้า ใช้ได้บนรถอีกด้วย นับว่าน่าสนใจสำหรับสายแคมปิ้งไม่น้อยเลยทีเดียว ส่วนไฮไลท์อีกประการของรุ่นนี้คือ

คุณสามารถใช้ตัวรถเป็นที่ปั่นกระแสไฟฟ้า เพื่อส่งต่อให้วอลชาร์จแบบพิเศษ ที่ปรับกระแสไฟ้าตรง เป็นกระแสไฟแบบสลับ เพื่อให้มีพลังงานไฟฟ้าไว้ใช้ในครัวเรือได้อีกด้วย นับว่าน่าสนใจไม่น้อย

ระบบขับ 4 แบบ S-AWC ช่วงให้ขับได้มั่นใจ และควบคุมตัวรถได้แม่นยำจริง ๆ

ด้านสมรรถนะ การทำงานของเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้าทั้งล้อคู่หน้า และล้อคู่หลัง แสดงให้เห็นว่า Outlander คันนี้มีอัตราเร่งสไตล์รถ EV มีอาการหลังติดเบาะให้เห็นเหมือนกัน แต่อาจไม่เทียบเท่าขนาด Tesla หรือ Porsche Taycan ขนาดนั้น แต่แค่นี้ก็พอมีอมยิ้มมุมปากบ้าง

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ S-AWC ที่ยกมาจาก Lancer Evolution ช่วยให้ตัวรถมีการขับขี่ที่มั่นใจมากขึ้นกว่าเก่า ทางแอดมินพยามเร่งขึ้นในโค้งแล้ว ก็ไม่สามารถทำตัวถังเสียอาการได้เลย ยกเว้นโหมด Sport ที่จะมีอาการดีด ๆ ปัด ๆ ให้เห็นอยู่เล็กน้อย

ความมั่นใจในการขับขี่มีมากพอสมควร เพราะตัวรถสามารถไปตามที่เราสั่ง อาจจะด้วยระบบขับเคลื่อนที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงความสูงของตัวรถที่ไม่สูงมากจนเกินไป แต่ก็มากพอให้ขับขี่แบบ ออฟโรด แบบย่อม ๆ ได้ ซึ่งนี้คือข้อดีอีกประการของ Outlander

หลังจากทดสอบขับขี่ด้วยตนเอง ก็ถึงเวลาย้ายขยับมาลองนั่งโดยสารเบาะตอนหลังบ้าง ซึ่งให้พี่สื่อมวลชนอีกท่านทดลองขับ อาการแรกที่จับได้ แม้ว่าจะมีช่วงที่ออกตัวด้วยความเร็วสูง เบรกกระทันหัน รวมถึงมีสถานีสลาลม และขับเป็นวงกลม

อาการเมา หรือมึนจากการนั่งรถ แทบไม่มี นั่นหมายความว่าด้วยปัจจัยหลาย ๆ ด้าน ทั้งห้องโดยสารที่โปร่ง กระจกมองข้างที่ใหญ่ และการเซ็ตช่วงล่างที่ให้ความเฟิร์มในระดับนึงช่วยไว้ได้

แรงบิดจากชุดมอเตอร์ไฟฟ้า 305 แรงม้า อาจจะแรงเท่า Tesla แต่แค่นี้ก็พออมยิ้มมุมปากได้เหมือนกัน

ที่นี่ก็เหลือแต่การใช้งานจริงแบบยาว ๆ ว่าอัตราบริโภคน้ำมัน รวมถึงฟีลการขับขี่บนถนนจริงจะเป็นอย่างไร ต้องรออดใจ เพราะทันทีที่ Autostation ได้คิวยืมรถยนต์ทดสอบ จะรีบนำมาเทสและรีวิวให้ชมกันอีกครั้งหนึ่ง

กลับหน้าหลัก Autostation.com

แท็กยอดนิยม

Cokey
Cokeyhttp://www.autostation.com
โอตะผู้ทำงานหาเงินมาเปย์ไอดอลโดยเฉพาะ ผ่านประสบการณ์ด้านวงการรถยนต์มาอย่างโชกโชน อยากรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับรถ ถามได้! ตอบได้! เอ้ยยยย

วีดิโอ