ลองขับ New MG HS PHEV ปลั๊กอินเอสยูวี 1.359 ล้านบาท เร่งดี ออปชั่นแน่น ขับ 60 กว่าโล กับน้ำมัน 1.5 ลิตร

ลองขับ New MG HS PHEV รถยนต์เอสยูวีปลั๊กอินไฮบริด ค่าตัว 1.359 ล้านบาท อัตราเร่งคล่องตัว ออปชั่นแน่นสุดในคลาส ลองขับจริง 63 กิโลเมตร ใช้น้ำมันเพียง 1.5 ลิตร

กลับมาพบกันอีกครั้งสำหรับรีวิวการทดสอบรถยนต์แบบวันเดย์ทริป ครั้งนี้ได้คิวรถยนต์เอสยูวีพลังปลั๊กอินไฮบริดอย่าง MH HS PHEV ราคา 1.359 ล้านบาท หลังจากที่เปิดตัวไปสักระยะ วันนี้ได้ลองจัดเต็มบนถนนจริงกันแล้ว

โดยหลัก ๆ ของทริปทดสอบนี้เป็นการทดลองการใช้งานจริงด้วยขุมพลังไฟฟ้า และการบริหารจัดการไฟฟ้าของตัวรถยนต์ ว่าเมื่อใช้งานแบบชีวิตประจำวันโดยในทริปจะทดสอบวิ่งเป็นระยะทางประมาณ 63 กิโลเมตร ว่าเราจะใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจริงกี่ลิตร

รูปลักษณ์ภายนอกไม่ต่างจากตัว HS ปกติ เพียงแค่เพิ่มเติมโลโก้ PHEV เท่านั้น

ถ้าพูดถึงรูปลักษณ์ภายนอก หากจอดข้างกันเทียบแบบจุดต่อจุดกับ MG HS รุ่นเครื่องเบนซินปกติ จะพบว่าแทบไม่มีความแตกต่างกันเลย จะมีจุดสังเกตุเพียงไม่กี่จุดเท่านั้นที่จะบ่งบอกว่า รุ่นไหนคือ PHEV เช่นลวดลายของล้อขนาด 18 นิ้ว Thunder Wing Blade

มิติตัวถัง New MG HS PHEV

  • กว้าง  1,876 มิลลิเมตร
  • ยาว  4,574 มิลลิเมตร
  • สูง  1,664 มิลลิเมตร
  • ฐานล้อ 2,720 มิลลิเมตร

พื้นฐานมาจากรถยนต์ C-SUV ซึ่งผสานความหรูหราและความสปอร์ตได้อย่างลงตัว มีการใช้เส้นสายตัวถังที่โค้งมน ในรูปแบบ British Shoulder Line กระจังหน้าเอกลักษณ์เฉพาะของเอ็มจีแบบ Stellar Magnetic Field ไฟหน้าแบบ LED Projector พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ ไฟส่องสว่างสำหรับขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Lights)

ไฟท้าย LED Space Light Field ที่มีความโฉบเฉี่ยวและไฟเลี้ยวแบบ Sequential ที่แสดงผลแบบไล่ระดับ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพิ่มเอกลักษณ์ความเป็นรถยนต์ Plug-in Hybrid ด้วยล้ออัลลอยด์ดีไซน์ใหม่ในสไตล์ Thunder Wing Blade ขนาด 18 นิ้ว

ภายในหรูหรา ออปชั่นแน่น และเบาะสีใหม่สำหรับสีภายนอกสีขาว

New MH HS PHEV ตกแต่งห้องโดยสารภายในด้วยสี 2-Tone Monaco Blue ใส่ใจในทุกรายละเอียดด้วย วัสดุ Soft Touch เบาะหนังคู่หน้าแบบ Sport Bucket Seat ตกแต่งด้วยวัสดุ Alcantara เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง และเบาะนั่งผู้โดยด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง เพิ่มความเป็นส่วนตัวในห้องโดยสารด้วย NVH Luxury Silence Space เพิ่มฟิล์มกันเสียง และแผ่นซับเสียงภายในห้องโดยสาร ที่จะช่วยตัดเสียงรบกวนภายนอก

พร้อมหลังคาซันรูฟที่เปิดกว้างแบบพาโนรามา (Panoramic Sunroof) บนพื้นที่เกือบ 90% ของพื้นที่หลังคา มอบประสบการณ์ใหม่ในการ ขับขี่ด้วยจอแสดงผลอัจฉริยะ Full Virtual Dashboard ขนาด 12 นิ้ว และจอควบคุมกลางแบบทัชกรีนขนาด 10 นิ้ว ระบบเสียง BOSE 8.1 Sound System พร้อมสร้างบรรยากาศและสีสันให้กับ  การขับขี่ด้วย Interactive Ambient Light ที่สามารถปรับเฉดสีได้มากถึง 64 เฉดสี

สำหรับผม MG HS ในทุกรุ่นทั้งเครื่องยนต์ปกติ และ PHEV ถือเป็นรุ่นที่ทำภายในออกมา หรูหรา คุ้มค่ากับราคา และงานประกอบทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว

นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกฝั่ง Dual Zone พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสาร ตอนหลัง กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ ระบบกรองอากาศ PM 2.5 ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ Smart Key พร้อมปุ่ม Push Start และฝากระโปรงท้ายระบบไฟฟ้าเพื่อความสะดวกสบายในการใช้งาน

ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด คันเร่งดี เร่งทันใจ แต่เบรกยังมีระยะฟรีเยอะไปหน่อย

NEW MG HS PHEV ขับเคลื่อนด้วยระบบ Plug-in Hybrid มีพละกำลังสูงสุด 284 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร จากขุมพลังของเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 162 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร และมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor      ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 230 นิวตันเมตร

มีระบบเกียร์แบบ EDU II – 10 Speeds สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 ภายในเวลา 7.5 วินาที มาพร้อมรูปแบบการขับขี่ถึง 5 รูปแบบ ได้แก่ โหมด Normal โหมด Eco โหมด EV และโหมด Sport เสริมด้วยปุ่ม Super Sport ที่สามารถเพิ่มประสบการณ์การขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น

แบตเตอรี่ใน NEW MG HS PHEV เป็นแบตเตอรี่ Lithium-Ion แบบ 6 โมดูล ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแบตเตอรี่ขั้นสูง โดยมีขนาดใหญ่ถึง 16.6 kWh ทำให้มีประสิทธิภาพและเสถียรภาพในการสะสมพลังงานได้มากกว่าจึงวิ่งได้ นานขึ้น รวมถึงการทำระยะทางได้มากขึ้น โดยสามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% สูงสุดถึง 67 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

นอกจากนี้ ยังมีการใช้เทคโนโลยีในมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Hairpin Design ทำให้มอเตอร์ไฟฟ้าสามารถดึงสมรรถนะของการส่งกำลังและลดอัตราการสูญเสียพลังงานได้ดียิ่งขึ้น พร้อมระบบระบาย ความร้อนแบบ Coolant ซึ่งดีกว่าระบบระบายความร้อนแบบปกติ ทำให้มอเตอร์ไฟฟ้าทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเพิ่มความมั่นใจและปลอดภัยในการขับขี่ด้วยแบตเตอรี่ที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก AMERICAN UL2580 และผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน IP67 ในการป้องกันน้ำและฝุ่น

NEW MG HS PHEV มาพร้อมระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) ที่สามารถชาร์จพลังงาน ในระหว่างการขับขี่กลับเข้าแบตเตอรี่ (Regenerative) โดยเลือกระดับการชาร์จพลังงานกลับได้ถึง 3 ระดับ และด้วยเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ทำให้ NEW MG HS PHEV มีอัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุดอยู่ที่ 65 กิโลเมตรต่อลิตร* และมีการปล่อยค่าไอเสีย หรือคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 36 กรัมต่อกิโลเมตร 

NEW MG HS PHEV ให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ด้วยระบบกันสะเทือนของช่วงล่างแบบ Euro Tuning Suspension เสริมด้วยระบบช่วงล่างหน้าแบบ MacPherson Strut และช่วงล่างหลังแบบ Multi-link ที่มาพร้อมเหล็กกันโคลงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ทำให้มั่นใจยิ่งขึ้นเมื่อขับขี่บนทุกสภาพถนน

เด่นเรื่องระบบความปลอดภัย ในราคาที่คุ้มค่ากว่าใครเพื่อนเหมือนเดิม

NEW MG HS PHEV มีระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย (Full Space Frame) และระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป Advanced Synchronized Protection System กว่า 25 ระบบ โดยแบ่งออกเป็นระบบความปลอดภัย เชิงป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุที่ช่วยทั้งเรื่องระบบเบรก และช่วยรักษาเสถียรภาพในการขับขี่ จำนวน 14 ระบบ และระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Advanced Driver Assistance System (ADAS) หรือระบบช่วยควบคุมการ ขับขี่ และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ จำนวน 11 ระบบ 

สำหรับระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Advanced Driver Assistance System (ADAS) ถือเป็นระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ระดับที่ 2 (Partial Automation) โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้

กลุ่มระบบที่ช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากมุมอับสายตา RDA (Rear Drive Assist)

  • ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist) 
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection) 
  • ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert) 
  • ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warning) 

กลุ่มระบบเตือนและควบคุมให้รถอยู่ในเลน LAS (Lane Assist System) 

  • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning) 
  • ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถจะออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention) 
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane Keep Assist) 

กลุ่มระบบที่ช่วยในการขับขี่ FDA (Front Drive Assist) 

  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control) 
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist) 
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าในขณะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning) 
  • ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-Beam Control)

ขับขี่โดยรวมน่าประใจทั้งอัตราเร่ง ความประหยัดจากการใช้งานจริง แต่มีข้อสังเกตุบางอย่าง

สรุปรวมความ NEW MG HS PHEV รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด C-SUV มีดีเรื่องความประหยัด หากคุณเข้าใจหลักการทำงานของตัวรถยนต์ และไม่เน้นการขับขี่ที่กระโชกจนเกินไป คุณจะพบกับความประหยัดที่มอบให้คุณได้จริง

เพราะหลังจากที่ร่วมทริปทดลองขับกว่า 63 กิโลเมตร พบว่าคันอื่น ๆ ที่เป็นพี่สื่อมวลชนเช่นเดียวกัน ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจากการสตาทรถเครื่องยนต์เพื่อช่วยขับขี่ต่อประมาณ 1 ลิตร เท่านั้น แต่สำหรับคันผม ใช้อยู่ราว ๆ 1.5-1.6 ลิตร

ที่ใช้เยอะกว่าคันอื่น เพราะผมมีช่วงทดสอบอัตราเร่งแบบจริงจัง ใช้ความเร็วสูงนาน และมีกระทืบคันเร่งบ่อยครั้ง ตามนิสัยการขับขี่ของผม ซึ่งทำตัวเลขการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้ขนาดนี้ผมบอกเลยว่า ประหยัดสุด ๆ

และที่สำคัญระบบช่วยเหลือการขับขี่ต่าง ๆ ที่แจงไปข้างต้น เยอะมาก และทำงานไวมาก จนทำให้บางระบบผมถึงกับต้องปิดเลยทีเดียว เช่นระบบกลุ่ม LAS ทั้งหมดที่จับเลนถนนได้ไวจนเกินไปด้วยซ้ำ แต่สำหรับคนที่ชอบเซฟตี้ผมบอกเลยว่า เวิร์ค

สำหรับจุดที่เป็นข้อสังเกตุผมว่า ระยะฟรีและการเซ็ตแป้นเบรก ที่ผมรู้สึกว่าผู้ขับขี่ต้องใช้น้ำหนักในการกดเท้าเยอะพอสมควร แล้วถ้าคุณกดหนักเกินไป อาจทำให้หัวทิ่มได้ รวมไปถึงอัตราเร่งที่ทำมาได้ค่อนข้างไว ทำให้บางจังหวะขับขี่ด้วยความเร็วสูง พอต้องการใช้เบรกเราจะรู้สึกเหมือนรถเบรกไม่ค่อยอยู่

อาจจะต้องปรับตัวผู้ใช้งานสักระยะจึงจะเกิดความคุ้นเคย และสิ่งที่พบอีกอย่าง อาจเป็นข้อสังเกตุระยะสั้น เนื่องด้วยรถยนต์ทดสอบเป็นรถใหม่ป้ายแดง กลิ่นเบาะหนัง และคอนโซล ผมว่าแรงไปนิด ถ้าใครเป็นคนแพ้พวกนี้ แนะนำซื้อมาให้รีบดับกลิ่นให้ไวที่สุดครับ

ข้อมูลอีกเรื่องที่หลายคนอยากทราบเกี่ยวกับการใช้รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดคือ อายุแบตเตอรี่เท่าไร ใช้ได้นานขนาดไหน และเปลี่ยนทีแพงหรือไม่ ผมสอบถามทีมงานมาให้เรียบร้อยแล้ว

ด้วยการที่ NEW MG HS PHEV ใช้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 16.6 kWh แบ่งแบตเตอรี่ออกเป็น 6 โมดูล หากใช้งานรถยนต์ไปจนถึงจุดที่ต้องเปลี่ยนแบต เราสามารถเลือกเปลี่ยนแบตเฉพาะโมดูลที่เสื่อมหรือมีปัญหาได้ ราคาโดยประมาณของ 1 โมดูล จะอยู่ที่ราว ๆ 20,000 บาท เท่านั้น

และที่สำคัญตอนนี้ MG รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี โดยที่ไม่จำกัดระยะทางเลยทีเดียว ก็ถือว่าใครอยากได้รถ SUV ที่ภายในหรูพอตัว หลาย ๆ อย่างทำออกมาได้ดี ขับขี่คล่องตัว เร่งดี ประหยัด แต่ระยะเบรกแปลก ๆ ไปนิด รวมถึงระบบช่วยขับขี่แน่นคัน ลองเปิดใจมาทดลองขับ อาจจะโดนใบจองกลับบ้านก็เป็นได้

New MG HS PHEV ราคา 1,359,000 บาท

ทดสอบและรีวิวโดย Cokey P

ขอขอบคุณบริษัท บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด สำหรับทริปทดสอบในครั้งนี้ด้วยครับ

กลับหน้าหลัก Autostation.com

แท็กยอดนิยม

Cokey
Cokeyhttp://www.autostation.com
โอตะผู้ทำงานหาเงินมาเปย์ไอดอลโดยเฉพาะ ผ่านประสบการณ์ด้านวงการรถยนต์มาอย่างโชกโชน อยากรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับรถ ถามได้! ตอบได้! เอ้ยยยย

วีดิโอ