สัมผัสแรก ALL New Honda City Hatchback แรงเหมือนเดิม ช่วงล่างเซ็ตใหม่เฟิร์มไม่ต่าง แต่มุดสนุกกว่าซีดาน

สัมผัสแรก All NEW Honda City Hatchback กับการทดสอบการขับขี่ระยะไกล 1.0 เทอร์โบ แรงเหมือนเดิม ช่วงล่างปรับจูนพิเศษเฟิร์มกระชับ ทำให้ขับขี่ได้สนุก คล่องตัวกว่าซีดาน

กลับมาพบกันอีกครั้งกับรีวิวการทดสอบการขับขี่กับ Cokey P ซึ่งวันนี้ได้คิวรถยนต์แฮทช์แบคน้องใหม่ล่าสุดอย่าง Honda City Hatchback ที่ผมเฝ้าคอยการทดสอบขับขี่มานานแสนนาน วันนี้ได้คำตอบแน่นอน

เปิดตัว Honda City Hatchback ครั้งแรกของโลกกับตัวถังแฮทช์แบ็กค่าตัวเริ่ม 5.99 แสนบาท

โดยทริปทดสอบครั้งนี้เป็นเส้นทางจาก กรุงเทพ – เขาใหญ่ และบัดดี้ประจำการทดสอบผมทริปนี้เช่นเคย พี่แพน แห่ง Headlightmag โดยผมและพี่แพนได้สลับกันขับขี่ ตกคนละประมาณ 100 กิโลเมตร ซึ่งพอจะจับอาการของตัวรถยนต์ได้พอควร อย่างไรก็ตามขอย้อนความถึงดีไซน์ภาพรวมกันก่อน

ดีไซน์แฮทช์แบค ที่มีส่วนผสมของตัวถังซีดานเยอะไปหน่อย แต่โดยรวมถือว่าสวยทีเดียว

ต้องยอมรับว่า All NEW Honda City Hatchback รุ่นนี้ได้นำตัวถังซีดานมาต่อยอดเป็นรุ่นนี้ โดยหากคุณมองจากด้านหน้ารถยนต์ แทบจะหาข้อแตกต่างไม่ได้เลยแม้แต่น้อย รวมถึงมองด้านข้างเฉียงหน้าเช่นกัน เพราะรุ่นนี้แทบจะนำตัวซีดาน มาตัดท้ายและดีไซน์ใหม่เท่านั้น

สำหรับรุ่น RS จะมาพร้อมชุดโคมไฟหน้า LED เต็มระบบพร้อมกระจังหน้าทรงรังผึ้งที่คุ้นเคยกันในรุ่น RS ของซีดาน แต่ตัวถัง แฮทช์แบค จะแตกต่างกันเล็กน้อยตรงที่รุ่นรองอย่าง SV คุณก็จะได้กระจังหน้ารังผึ้งเช่นเดียวกัน แค่แตกต่างในส่วนโคมไฟหน้าเท่านั้น

 

ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ลวดลายเดียวกันกับซีดานแต่เป็นสีรมดำใหม่ Hyper Chrome เติมความดุ และดีไซน์ตั้งแต่เสาซีจรดท้ายจะถูกดีไซน์ใหม่ ชุดโคมไฟท้ายแบบ LED ดีไซน์ใหม่ แต่ลักษณะเดียวกันกับรุ่นซีดาน

ชิ้นกันชนหลังจะดีไซน์พิเศษสำหรับรุ่น RS ที่เป็นพลาสติกทำลวดลายแบบคาร์บอน พร้อมดิฟฟิวเซอร์เล็ก ๆ เช่นเดียวกัน เสริมให้ลุคดูสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ซึ่งดีไซน์โดยรวมแล้วถือว่าเป็นรุ่นที่เหมาะกับวัยรุ่น และคนที่ต้องการนำไปตกแต่งเพิ่มเติม ซึ่งผมก็คิดว่ารุ่นนี้น่าจะขายดีสำหรับแต่งซิ่งมาก ๆ เช่นเดียวกัน

ภายในดีไซน์ยกมาจากซีดาน แต่ตกแต่งสปอร์ตมากขึ้น

ดีไซน์ทั้งหมดยกมาจากตัวถังซีดาน แต่กรอบช่องแอร์จะมีการทำสีแตกต่าง โดยรุ่นแฮชท์แบคจะเป็นการรมดำเข้ม รวมถึงจุดดีไซน์เบาะหลัง ซึ่งส่วนนี้จะเป็นเอกลักษณ์และไฮไลท์ของรุ่นนี้เลยก็ว่าได้

โดยเบาะหลังของ All NEW Honda City Hatchback ยังมาพร้อมดีไซน์แบบเดียวกันกับ Honda Jazz คือสามารถพับได้ 3 แบบ แล้วแต่ความต้องการ ทั้งพับแบบพนักพิงหลังเรียบไปกับพื้น พับแบบยกแผ่นรองนั่งขึ้น หรือพับแบบ 60:40 ก็สามารถทำได้

สำหรับห้องสัมภาระด้านท้ายด้วยเอกลักษณ์ของตัวถังแบบ แฮทช์แบค ที่สามารถขนย้ายของได้มากกว่าซีดาน โดยเฉพาะเมื่อคุณพับเบาะแบบเรียบไปทั้งหมด แต่ยังมีข้อสังเกตุตรงที่ความสูงของหลังคาไม่โปร่งเท่า Honda Jazz ซึ่งในส่วนนี้ Honda Jazz ทำได้ดีมากกว่า

ขุมพลัง 3 สูบ 1.0 เทอร์โบ 122 แรงม้า แรงหายห่วง ส่วนช่วงล่างเซ็ตใหม่ เฟิร์มกว่าซีดาน

สำหรับรุ่นนี้ยังคงมาพร้อมเครื่องยนต์เดียวกันกับตัวถัง ซีดาน คือ เครื่องเบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลัง 122 แรงม้า แรงบิด 173 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ CVT รองรับการเติมน้ำมัน E20 และความจุถังน้ำมันอยู่ที่ 40 ลิตร

ช่วงล่างหน้าแบบ แมคเฟอสันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง และด้านหลังแบบทอร์ชั่นบีม เหมือนซีดาน แต่รุ่นนี้จะมีการปรับจูนช่วงล่างให้มีความสปอร์ต เฟิร์มมากกว่าตัวซีดาน ซึ่งจากการทดสอบจริงพบว่า

ด้วยตัวถังแบบแฮทช์แบค และการปรับจูนช่วงล่างให้มีความรู้สึกเฟิร์ม กระชับ มากขึ้น ทำให้การมุด การเปลี่ยนเลน และการขับขี่โดยรวมมีความสนุกสนาน ขับง่าย และคล่องตัวเลยทีเดียว

เครื่อง 1.0 เทอร์โบ เร้าใจเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือช่วงล่างเฟิร์มมากขึ้น

นอกจากนี้ด้วยขุมพลัง 1.0 เทอร์โบ 122 แรงม้า ที่มีดีเรื่องอัตราเร่งอยู่แล้ว ยิ่งทำให้การขับขี่สนุกมากขึ้นไปอีก แต่จากการทดสอบช่วงออกตัว 0-100 จะพบว่าตัวรถมีอาการตัดสินใจในช่วงคิกดาวน์ประมาณ 2 วินาที ซึ่งอาจจะไม่ออกตัวปรู๊ดปร๊าดทันทีที่คุณเหยียบเท้าลงคันเร่งแบบจม 100%

ทางด้านพวงมาลัย มีระยะฟรีเล็กน้อย และมีน้ำหนักกำลังดี ไม่เบาโหวงจนเกินงาม และดีไซน์พวงมาลัยใหม่ ที่มีกริ๊บจับค่อนข้างถนัดมือ ทำให้การหมุน และการควบคุมตัวรถไปได้ด้วยดี

โดยรวมพบว่า Honda City Hatchback เซ็ตช่วงล่างเฟิร์มมากขึ้นกว่า ซีดาน ผนวกกับเครื่องยนต์ทรงพลัง ทำให้รุ่นนี้น่าจะตอบโจทย์กลุ่มที่ชอบรถยนต์ที่คล่องตัว ควบคุมสนุก มุดสนุก รวมถึงสามารถนำไปแต่งต่อยอดได้อย่างหลากหลาย

สรุปโดยรวม All NEW Honda City Hatchback คือรถที่ตอบโจทย์คนที่ชอบขับรถ

อย่างที่บอกไปว่าหลาย ๆ อย่างเหมือนตัวถังซีดานทั้งหมด แต่แฮทช์แบคนี้ ตอบโจทย์กับคนที่ต้องการการขับขี่ที่สนุกสนานมากยิ่งกว่า มุดสนุกวิ่งกว่า และด้วยตัวถังกับขุมพลัง บอกเลยว่า ไปด้วยกันได้ดีทั้งหมด

ช่วงล่างสเปคเดียวกันกับซีดาน แต่เซ็ตใหม่พบว่ามีความแข็ง ความเฟิร์มมากขึ้น อาจจะถูกใจสายขับรถ แต่ถ้ายังอยากได้ความนุ่มนวลผสมมาด้วย ผมว่าตัว ซีดานยังทำได้ดียิ่งกว่า

ทางด้านเบาะหลังเช่นเดียวกัน ระยะพื้นที่ระหว่างขายังคงทำได้ดี แค่พื้นที่บนศีรษะผมว่าตัวซีดานก็ยังทำได้ดีกว่า ซึ่งโดยรวมถ้าจะเอาความสบาย ตัวถังซีดานตอบโจทย์มากกว่านั่นเอง

อย่างไรก็ตามต้องบอกว่า แต่ละรุ่น มีดี มีเสียแตกต่างกัน ทั้งเทียบกันเองกับตัวถังซีดาน หรือเทียบกับแบรนด์อื่น ท้ายสุดแล้วอยู่ที่คุณผู้อ่านว่า ต้องการแบบไหน และผมย้ำเสมอว่า อยากให้ทุกท่านได้ลองทดสอบด้วยตัวเองทั้งหมด บทความรีวิวนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นให้คุณได้เตรียมก่อนเจอคันจริง

All NEW Honda City HATCHBACK 1.0 TURBO

ราคาอย่างเป็นทางการ

  • 1.0 TURBO S+ CVT  599,000 บาท
  • 1.0 TURBO SV CVT  675,000 บาท
  • 1.0 TURBO RS CVT  749,000 บาท

ขอขอบคุณบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล ประเทศไทย จำกัด สำหรับทริปทดสอบครั้งนี้ด้วยครับ

ทดสอบและรีวิวโดย Cokey P

กลับหน้าหลัก Autostation.com

แท็กยอดนิยม

Cokey
Cokeyhttp://www.autostation.com
โอตะผู้ทำงานหาเงินมาเปย์ไอดอลโดยเฉพาะ ผ่านประสบการณ์ด้านวงการรถยนต์มาอย่างโชกโชน อยากรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับรถ ถามได้! ตอบได้! เอ้ยยยย

วีดิโอ