ผลวิจัยชี้สิ้นสุดยุคสงครามแรงม้า เริ่มต้นยุคสงครามขนาดหน้าจออินโฟเทนเมนท์

ท่ามกลางกระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตัวเลขแรงม้าไม่มีความสำคัญอีกต่อไป แต่กลายเป็นหน้าจอแสดงผลในรถยนต์ที่มีแนวโน้มว่าจะใหญ่โตขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อมอบความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้า

หากนับเฉพาะในตลาดต่างประเทศ หน้าจอแสดงผลระบบอินโฟเทนเมนท์บนคอนโซลมีขนาดค่าเฉลี่ยที่ใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง ค่าย Ram เปิดตัวจอ 12 นิ้วไว้ในรถกระบะ 1500 ขณะที่ Ford ก็นำเสนอระบบอินโฟเทนเมนท์ SYNC 4 ที่ถูกออกแบบมาให้ทำงานได้อย่างเต็มที่กับจอขนาดใหญ่ โดยเฉพาะจอ 12 นิ้วในรถกระบะฟูลไซส์ F-150 รุ่นปี 2020

ล่าสุด Ford ยังเผยโฉมรถครอสโอเวอร์พลังงานไฟฟ้า 2021 Mustang Mach-E ซึ่งมาพร้อมจอ 15.5 นิ้ว ใหญ่มหึมาจนทำให้มาตรวัดดิจิทัล 10.2 นิ้วที่อยู่ข้างกันนั้นเล็กจิ๋วไปเลยทีเดียว แต่ก็ยังถือว่าเล็กกว่าจอ 17 นิ้วในรถพลังงานไฟฟ้า Tesla Model S และ Model X

ข้ามมาดูฝั่งยุโรป 2020 Alfa Romeo Giulia และ Stelvio โฉมใหม่ก็ถอดจอ 6.5 นิ้วของเดิมออกแล้วแทนที่ด้วยขนาด 8.58 นิ้ว ส่วนรถเอสยูวี Volkswagen Touareg ก็ใช้จออินโฟเทนเมนท์ 15 นิ้ว

Ford Mustang Mach-E
Byton M-Byte

นอกจากหน้าจอที่มีขนาดใหญ่แล้ว ค่ายรถยนต์ยังนิยมติดตั้งจอหลายตัวไว้ในห้องโดยสาร อย่างค่าย Mercedes-Benz ที่ใช้มาตรวัดจอดิจิทัล 12.3 นิ้วเคียงข้างกับจออินโฟเทนเมนท์ที่มีขนาดเท่ากัน ขณะที่ Audi และ Jaguar Land Rover ติดตั้งจอถึง 3 ตัว

ผลวิจัยตลาดของ IHS Markit ระบุว่า ค่าเฉลี่ยของขนาดหน้าจออินโฟเทนเมนท์ขยายใหญ่ขึ้นจาก 6.4 นิ้วไปเป็น 7.3 นิ้วในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน รถที่มาพร้อมจอขนาด 7 นิ้วหรือใหญ่กว่านั้นเพิ่มขึ้นถึง 75% ในช่วงเวลาเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่า บริษัทรถยนต์จะหันไปใช้จอขนาดมหึมาราวกับทีวีในห้องนั่งเล่นเหมือนกับรถ Byton M-Byte ที่ใช้ขนาดถึง 48 นิ้วหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป

ติดตามข่าวแวดวงยานยนต์ก่อนใครที่ Autostation.com

แท็กยอดนิยม

SK
SK
ทำงานตามคำแนะนำ "Write the truest sentence that you know." ของ 'ปาป้า เฮมิงเวย์'

วีดิโอ