รีวิว Mazda CX-3 2.0 Base ครอสโอเวอร์รุ่นเริ่มต้นสุดคุ้ม กับค่าตัว 7.68 แสนบาท มีออปชั่นอะไรมาให้บ้าง

รีวิว Mazda CX-3 2.0 Base รุ่นเริ่มต้น ค่าตัว 7.68 แสนบาท เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร มีจุดไหนที่น่าสนใจ และมีจุดไหนที่ต้องสังเกตบ้าง เราสรุปมาให้แล้ว

เรียกได้ว่าในช่วงวิกฤต Covid-19 ที่ผ่านมา ทุกธุรกิจต่างปรับตัวกันอย่างหนักหน่วง ไม่พ้นธุรกิจสายยานยนต์ที่แต่ละค่ายเรียกได้ว่าหนักหนาเอาการกันเลยทีเดียว มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ก็เช่นกันที่ต้องปรับแผนธุรกิจเปิดรุ่นใหม่

และหนึ่งในกลยุทธ์คือ New Mazda CX-3 ที่ปรับลดราคาลงทุกรุ่น พร้อมเพิ่มรุ่นใหม่อย่าง 2.0 Base ที่กำลังเป็นกระแสอย่างร้อนแรง ณ ตอนนี้ เพราะเนื่องจากราคาที่น่าสนใจ กับออปชั่นและของที่มอบให้กับผู้บริโภค

เปิดตัว New Mazda CX-3 เคาะเริ่มต้น 7.68 แสนบาท – 1.048 ล้านบาท ยกเลิกดีเซล

ไม่ว่าจะเป็นได้รถยนต์สไตล์ครอสโอเวอร์ ที่กำลังได้รับความนิยมมาก ๆ ทั่วโลก รวมถึงได้ขุมพลัง Skyactiv-G ขนาด 2.0 ลิตร และการขับขี่ที่สนุกสนานสไตล์ Mazda ไม่แปลกใจเพราะอะไรถึงทำให้คนสนใจได้มากขนาดนี้ วันนี้ทีมงาน Autostation จะสรุปให้ฟังว่ารุ่นนี้มีอะไรน่าสนใจกันบ้างครับ

ดีไซน์ภายนอกจัดว่าดูดี

สำหรับภายนอกด้วยแผนการทำตลาดของ Mazda ที่เน้นการสร้างความประทับใจในทุกรุ่นจึงไม่แปลกที่รุ่นนี้ แม้จะเป็นรุ่นเริ่มต้นแต่ก็ไม่ได้ตัดออปชั่นการตกแต่งไปจนน่าใจหาย เส้นสายตัวรถยกสูงแบบฉบับ ครอสโอเวอร์ โดยมีมิติตัวถังดังนี้

  • ยาว : 4,275 มิลลิเมตร
  • กว้าง : 1,765 มิลลิเมตร
  • สูง : 1,550 มิลลิเมตร

โดยมีระยะฐานล้อที่ 2,570 มิลลิเมตร และจุดต่ำสุดจากพื้นถึงรถยนต์ที่ 160 มิลลิเมตร

ชุดโคมไฟหน้าแบบ Projector Halogen แต่ดีไซน์ทำออกมาได้สวยงามไม่แพ้ LED กระจังหน้าดีไซน์ลักษณะแนวนอนพร้อมตกแต่งด้วยเส้นสายโครเมี่ยมเพิ่มเติมความหรูหรา ทางด้านชายกันชนล่างตกแต่งด้วยสีดำด้าน พร้อมแทรกด้วยไฟเลี้ยวทางด้าน ซ้าย และ ขวา

ล้อที่ติดตั้งมาให้เป็นล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว รัดด้วยยาง 215 60 R15 ซึ่งลวดลายก็ถือว่าสวยงามตามราคา นอกจากนี้เสาอากาศยังติดตั้งมาแบบ Shark Fin อีกด้วย พร้อมสปอยเลอร์หลัง ก็ติดตั้งมาให้

ฝาท้ายเปิด-ปิดแบบธรรมดา พร้อมไฟท้ายแบบปกติ สิ่งที่น่าสนใจคือแม้จะเป็นรุ่นเริ่มต้น แต่การดีไซน์ปลายท่อออกคู่ ก็ยังติดตั้งปลายท่อโครเมี่ยมมาให้ด้วย นับว่าด้านหลังจัดเต็มจริง ๆ

มุมมองภายนอก หากไม่สังเกตจริง ๆ ก็แทบไม่รู้ว่าเป็นรุ่นเริ่มต้น เพราะแตกต่างจากตัวสูงสุดน้อยมากจริง ๆ

ภายในสปอร์ตแบบฉบับ Mazda

ถัดมาในส่วนภายในตกแต่งด้วยโทนสีดำทั้งหมด ความน่าสนใจคือบริเวณแผงแดชบอร์ด เพิ่มเติมชิ้นพาร์ทหนังเดินตะเข็บจริงเข้าไปด้วย เสริมให้ดูมีราคาและสวยงาม กลางคอนโซลติดตั้งจอ Center Display ขนาด 7 นิ้ว รองรับ AM/FM CD MP3 และ Bluetooth พร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง

พร้อมช่อง UBS ตอนหน้า 2 จุด และช่องเสียบไฟ 12V ชุดมาตรวัดเรืองแสงสีขาวพร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID และเข็มวัดรอบแบบ Analog ดีไซน์สปอร์ต พวงมาลัย 3 ก้านทรงสปอร์ตแบบมัลติฟังก์ชั่น เพิ่ม/ลด เสียง เปลี่ยนเพลงได้

จุดน่าสนใจคือ แม้พวงมาลัยจะเป็นแบบ ยูรีเทน แต่ผิวสัมผัสและวัสดุถือว่านุ่มมือและขนาดกำลังกระชับมือดีเลยทีเดียว

ถัดลงมาจะพบระบบปรับอากาศแบบ แมนนวล ซึ่งจะเป็นปุ่มบิดที่เราคุ้นเคยกันดี พร้อมกันนี้ยังมีปุ่มควบคุมจอกลางอย่าง Center Commander เช่นเคย ด้านข้างบริเวณฐานเกียร์จะพบปุ่มปรับโหมดการขับขี่ ที่มีให้เลือกคือ Normal และ Sport

สำหรับเบรกมือรุ่นนี้ถูกปรับเป็นแบบไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว พร้อมระบบ Auto Hold อันนี้ถือว่าเป็นออปชั่นที่จำเป็น และติดตั้งมาให้ถือว่าคุ้มค่าในราคานี้มาก ๆ

สำหรับเบาะนั่งเป็นแบบผ้า 2 ลวดลายผสมผสานกัน ตัวเบาะนิ่มกำลังดี โดยคนขับสามารถปรับได้ 6 ทิศทาง และเบาะแถวหลังพับแบบ 60:40 ด้านบนเพดานจะพบกล่องเก็บแว่น พร้อมไฟส่องแผนที่ และที่บังแดดตอนหน้า จะติดตั้งกระจกมาให้ทั้ง 2 ด้านเลยทีเดียว

สุดท้ายที่ความกว้างขวางของห้องโดยสาร เบาะคู่หน้าถือว่าเพียงพอต่อการนั่งโดยสารและใช้งาน แต่มีข้อสังเกตตรงจุดเบาะตอนหลัง ที่อาจจะไม่เหมาะสมกับผู้ที่มีสรีระใหญ่ เพราะมีพื้นที่จำกัดทั้งระยะเหนือศีรษะ และระยะวางขา (ซึ่งมิติตัวถังใกล้เคียงกับ Mazda 2 เป๊ะๆ)

ขุมพลังเพียงพอต่อการใช้งานและขับสนุกพอสมควร

Mazda CX-3 2.0 Base มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน Skyactiv-G ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังแรงม้าที่ 156 แรงม้า แรงบิด 204 นิวตันเมตร กับเกียร์อัตโนมัติแบบ Skyactiv 6 สปีด พร้อมโหมด Manual Mode ปรับเปลี่ยนได้ที่คันเกียร์ รองรับน้ำมัน E85 และถังความจุน้ำมันที่ 48 ลิตร

พวงมาลัยไฟฟ้า EPAS ช่วงล่างหน้าแบบ แมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ช่วงล่างหลังแบบ ทอร์ชั่นบีม หรือคานบิด ด้านระบบเบรกเป็นแบบดิสก์เบรก 4 ล้อ

การขับขี่เรียกได้ว่าจัดจ้านเลยทีเดียว ด้วยตัวถังที่คล่องตัวผนวกกับเครื่องระดับ 2.0 ลิตร 156 แรงม้า

ระบบความปลอดภัยมีมาให้เพียงพอต่อการใช้งาน

สำหรับระบบความปลอดภัยก็ถือว่ามีมาให้ตามมาตรฐานแม้บางจุดจะไม่ถูกติดตั้งมาให้ แต่ก็หักล้างด้วยราคาที่ทำมาได้ค่อนข้างดีที่ 768,000 บาท โดยรายละเอียดมีดังนี้

  1. ระบบเบรก ABS
  2. ระบบกระจายแรงเบรก EBD
  3. ระบบเสริมแรงเบรก BA
  4. ระบบควบคุมการทรงตัว DSC
  5. ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS
  6. ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HLA
  7. ระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่ GVC
  8. ระบบไฟฉุกเฉินเมื่อเบรกกะทันหัน ESS
  9. ถุงลมนิรภัย 2 จุด
  10. กุญแจนิรภัย Immobilizer

การขับขี่ตอบโจทย์คนชอบขับรถ แต่ไม่ถูกใจคนนั่งหลังเท่าที่ควร

สมรรถนะการขับขี่โดยรวม ด้วยตัวถังขนาดกำลังพอดี ผนวกกับการเซ็ตช่วงล่างสไตล์ Mazda กับเครื่องยนต์ระดับ 2.0 ลิตร 156 แรงม้า แรงบิด 204 นิวตันเมตร จัดว่าจัดจ้านเลยทีเดียว จะเร่งแซง จะออกตัวถือว่ามีพละกำลังมาให้แบบ เหลือๆ !!

ส่วนช่วงล่างมีความเฟิร์มกระชับ และน้ำหนักพวงมาลัยดี การเข้าโค้งจัดได้ว่ามั่นใจในระดับหนึ่ง ส่วนการเก็บเสียงเพียงพอต่อความเร็วที่ใช้งานโดยปกติ (100-120 กม./ชม.) ยังเก็บเสียงได้ยอดเยี่ยม

ด้านระบบช่วยเหลือการขับขี่แม้จะไม่มีมาให้ ไม่ว่าจะเป็น บรายสปอร์ต กล้องมองถอยหลัง หรือแม้แต่เซ็นเซอร์ถอยหลัง แต่สามารถหักล้างด้วยราคาที่ทำมาอย่างดี ซึ่งเซ็นเซอร์ หรือกล้องมองหลัง เราติดตั้งเองจากร้านด้านนอก หรือจะติดต่อกับเซลส์ช่วงซื้อขายรถ ก็สามารถทำได้

จุดที่ควรสังเกตอย่างหนึ่งคือ เบาะโดยสารตอนหลัง อย่างที่บอกว่าตัวถังค่อนข้างจะคล่องตัว เบาะตอนหลังอาจจะนั่งไม่สะดวกสบายเท่าที่ควรนัก สำหรับผู้ใหญ่ แต่สำหรับเด็ก ๆ หรือคุณผู้หญิงผมว่าเพียงพอและไม่มีปัญหา

โดยรวมจัดว่าเป็นรถครอสโอเวอร์ที่ราคาน่ารัก น่าคบหาไม่น้อยเลยทีเดียว ในส่วนที่ไม่มีติดตั้งมาให้ ก็สามารถติดตั้งได้เองภายหลัง แต่สิ่งที่น่าชื่นชอบคือ สมรรถนะเครื่องยนต์ ช่วงล่าง น้ำหนักพวงมาลัย การขับขี่ที่ใครชื่นชอบขับรถเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว บอกเลยว่า “ห้ามพลาด”

ขอขอบคุณบริษัท มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย จำกัด สำหรับรถยนต์ทดสอบในครั้งนี้ด้วยครับ

เขียนรีวิวและทดสอบโดย CokeyP

กลับหน้าหลัก Autostation.com

แท็กยอดนิยม

Cokey
Cokeyhttp://www.autostation.com
โอตะผู้ทำงานหาเงินมาเปย์ไอดอลโดยเฉพาะ ผ่านประสบการณ์ด้านวงการรถยนต์มาอย่างโชกโชน อยากรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับรถ ถามได้! ตอบได้! เอ้ยยยย

วีดิโอ