รีวิว Toyota Altis Hybrid 2019 จุดขายคือประหยัด สุดจัดความปลอดภัยกับ DRCC | Review

Toyota Altis Hybrid 2019 รถยนต์ C-Segmant เจน 12 รุ่นใหม่ล่าสุดจากโตโยต้า มาพร้อมแพลตฟอร์มใหม่ TNGA ชูความประหยัดและอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีที่มากขึ้น

Toyota Altis Hybrid

Toyota Corolla Altis (โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส) จัดอยู่ในกลุ่มรถซีดานยอดนิยมตลอดกาลรุ่นหนึ่งของตลาด จึงนับเป็นสินค้าความหวังของโตโยต้าในตลาด ซี-เซ็กเมนท์

การเพิ่มเติมเครื่องยนต์ Hybrid เข้ามาคือความชัดเจนที่ต้องการผลักดันขุมพลังประเภทนี้ รวมไปจนถึงการก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดนี้ให้ได้อย่างเต็มตัว

ดีไซน์ภายนอก

ภายนอกได้รับการออกแบบ ภายใต้แนวคิด “Shooting Robust” เส้นสายโฉบเฉี่ยว ทันสมัย หนักแน่น ภายในพัฒนาภายใต้แนวคิด “Clean & Wide”ขนาดมิติตัวถัง ยาวขึ้น 10 มิลลิเมตร กว้างขึ้น 5 มิลลิเมตร และเตี้ยลง 25 มิลลิเมตร จุดศูนย์ถ่วงต่ำลง

Altis Hybrid แตกต่างจากรุ่น GR SPORT ชัดเจน ไล่เรียงตั้งแต่กระจังหน้าเปียโนแบล็ค ชุดกันชนสีเดียวกับตัวรถ ชุดโคมไฟหน้าแบบ Projector Lens HV แบบ LED เติมเส้นสีฟ้าแบบ Hybrid ไฟเดย์ไลท์ LED ไฟตัดหมอกหน้า LED ชุดไฟท้าย Full LED

Toyota Corolla Altis Hybrid 2019

ระบส่องสว่างฉลาดมากขึ้นด้วย ระบบไฟหน้า Follow-me-home ระบบปรับระดับไฟหน้าสูง-ต่ำ ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ

ดีไซน์ภายใน

ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยหนังและวัสดุสังเคราะห์สีดำด้าน พร้อมเปียโนแบล็ค เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า พร้อมปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้า เบาะนั่งด้านหลังพับได้ (60:40) พร้อมที่วางแขนและวางแก้วน้ำ ระบบแอร์อัตโนมัติ และมีช่องปรับอากาศด้านหลัง

Toyota Corolla Altis Hybrid 2019

ฟังก์ชั่นครบครัน เครื่องเสียงจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับ Bluetooth / USB พร้อม Apple CarPlay และลำโพง 6 จุด มีระบบ T-connect Telematics และระบบนำทาง จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ MID ขนาด 7 นิ้ว ช่องต่อ USB ด้านหน้า และช่องชาร์จแบตผ่าน USB ในกล่องเก็บของ

นอกจากนี้ยังรวมถึงระบบสตาร์ทรถและเปิดประตูอัจฉริยะ ระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ เบรกมือไฟฟ้า กล้องมองหลัง แท่นชาร์จไฟแบบไร้สาย และหน้าจอ HUD แสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบสี ระบบกรองอากาศภายในห้องโดยสาร (nanoe) และม่านบังแดดหลัง เบาะปรับไฟฟ้าทั้ง 2 ฝั่ง

เครื่องยนต์

Corolla Altis ถูกจับยัดระบบขับเคลื่อนไฮบริดเข้ามาเป็นครั้งแรก ด้วยเครื่องยนต์รหัส 2ZR-FXE บล็อก 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว ความจุ 1.8 ลิตร พละกำลังสูงสุด 98 แรงม้าที่ 5,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตันเมตรที่ 3,600 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าชนิดมอเตอร์ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร กำลังสูงสุด 53 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 163 นิวตันเมตร เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุดที่ 122 แรงม้า ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ E-CVT

ระบบความปลอดภัยอัดแน่นด้วย เบรก ABS ระบบควบคุมการทรงตัว VSC ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC ระบบเสริมแรงเบรก BA ระบบกระจายแรงเบรก EBD ถุงลมเสริมความปลอดภัยทั้งคู่หน้า / ด้านข้าง / ม่านด้านข้าง / หัวเข่าด้านคนขับ ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAC

ระบบอิเลคโทรนิคเสริมความปลอดภัยประกอบด้วยระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง BSM ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ RCTA ระบบแจ้งเตือนลมยาง TPMS ระบบควบคุมและปรับลดความเร็ว อัตโนมัติ DRCC แบบ All-speed Range ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ AHB ระบบความปลอดภัยก่อนการชน PCS ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมพวงมาลัยหน่วงกลับอัตโนมัติ LDA และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน LTA

สมรรถนะ

โตโยต้า อัลติส ไฮบริด เลือกใช้เครื่องยนต์ชนิดเดียวกันกับในโตโยต้า ซี-เอชอาร์ การตอบสนองต่อการขับขี่จึงไม่ได้มีความแตกต่างกันมากนัก จัดเป็นรถไฮบริดขับสนุกอีกรุ่น จังหวะการเรียกพละกำลังเครื่องยนต์ช่วงต้นทำได้ทันใจ ผสานการทำงานกับเกียร์ E-CVT ได้อย่างนุ่มนวล แต่ความในช่วงกลางจะดูตึงๆ มาช้ากว่า ระบบความปลอดภัยจะตัดความเร็วสูงสุดที่ 170 กม./ชม.

น้ำหนักพวงมาลัยกำลังพอดี ควบคุมได้ค่อนข้างแม่นยำ ตามบุคลิกของโตโยต้าที่ไม่เลี้ยวเร็วและช้าเกินไป การเซ็ทช่วงล่างด้านหน้าใหม่ ลดอาการสะท้อนสะเทือนขึ้นมาที่พวงมาลัย ผู้ขับขี่จึงไม่ต้องใช้แรงในการควบคุมพวงมาลัยมากนัก

ใครคุ้นชินกับ Cruise Control แบบก้านเทอะทะขอแสดงความเสียใจด้วยครับ เค้าอัพเกรดย้ายขึ้นมาอยู่บนชุดคอนโทรลบนพวงมาลัยช่วยให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น เพราะต้องทำงานคู่กับฟังก์ชั่นอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น

ช่วงล่างนุ่มนวล แต่มั่นคงอย่างชัดเจน การปรับช่วงล่างมาเป็นดับเบิลวิชโบน ดูจะมีความลงตัวผนวกเข้ากับเทคโนโลยี TNGA ทำให้ลดอาการโคลงเคลงของรถไปได้มาก ชวนขับขี่ดูมั่นใจ

จับอาการจากช่วงการทดสอบในสนาม TDEX บางนา ในหลายสถานีการทำงานของระบบกระจายแรงเบรก EBD ผสานเข้ากับเทคโนโลยี TNGA แสดงออกมาได้ชัด ช่วยกระจายแรงเบรกแบบไม่ขืนรถ อาการโคลงตัวค่อนข้างน้อย ช่วยให้เราควบคุมรถได้ง่ายขึ้น

การเซ็ทระบบเบรกมาใหม่ ถือว่าช่วยยกระดับให้โตโยต้า อัลติส แตกต่างจากเคย ด้วยการเซ็ทปั๊มเบรกใหม่จนรู้สึกได้ว่ามีสัมผัสที่ดีขึ้น ในช่วงทดลองการใช้งานระบบเบรก ABS จำนวนการจับของผ้าเบรก 16 ครั้งเท่าเดิมแต่มีการปรับจังหวะปั๊มเบรกให้ทำงานสม่ำเสมอลงตัวมากขึ้น ไม่มีอาการสะท้านที่เท้าขึ้นมาจนน่าตกใจ

Toyota Altis Hybrid 2019

ระบบที่น่าจะเป็นเพียงหนึ่งเดียวของรถในกลุ่มซีเซ็กเมนท์ และดูจะเหนือกว่าพี่น้องตัวเองอย่างโตโยต้า คัมรี่ ด้วยซ้ำนั่นก็คือ ระบบ Dynamic Radar Cruise Control แบบ Full-Speed range สามารถปรับลดความเร็วจนถึงจุดหยุดนิ่งตามรถยนต์คันหน้า

จากการลองเปิดระบบเพื่อใช้งาน เรดาห์ของรถค่อนข้างจะทำงานได้แม่นยำ ไม่ใช่แค่เพียงการวิ่งตาม หรือหยุดนิ่ง หากมีรถเข้าแทรกตัดหน้า เรดาห์จะยังทำงานด้วยการจับคันใหม่ทันที ยังรวมไปถึงการควบคุมพวงมาลัยให้วิ่งตามรถคันหน้าได้อีกด้วย

นับเป็นเทคโนโลยีที่ถูกจับยัดเข้ามาเพิ่มอยู่ในกลุ่มของ Toyota Safety Sense ที่โดดเด่นเอาเรื่อง รวมถึงระบบ Lane Tracing Assist ที่ช่วยประคองรถยนต์ให้วิ่งอยู่ในเลนได้เอง แม้ในขณะเข้าโค้ง เพื่อช่วยลดความเมื่อยล้าในขณะขับขี่ อีกด้วย

อัตราการสิ้นเปลืองถือได้ว่าสมราคาความเป็น ไฮบริด เส้นทางกรุงเทพ-ฉะเชิงเทรา-พัทยา กว่า 230 กิโลเมตร กลุ่มสื่อมวลชนที่ออกเดินทางมาร่วมทดสอบทำอัตราการสิ้นเปลืองอยู่ที่ประมาณ 19 กิโลเมตรต่อลิตร ด้วยการใช้ความเร็วหลากหลาย ถือว่าประหยัดเอาเรื่อง

ความกว้างขวางสะดวกสบายที่เคยเลืองลือหดหายไป การพยายามออกแบบรูปลักษณ์ให้กระเดียดไปทางสปอร์ต ทั้งภายใน ภายนอก ทำให้พื้นที่โดยสารดูน่าอึดอัด คอนโซลหน้าดูยื่นเทอะทะเกินไป เบาะหลังตั้งตรงไม่ค่อยรับกับสรีระ พื้นที่วางขาแคบกว่าเก่า

การวางแบตเตอรี่ไว้ใต้เบาะนั่งโดยสารแถวหลัง ติดตั้งพัดลมระบายความร้อนช่วยให้ลดความร้อนของตัวแบตเตอรี่ และไม่ได้ทำให้พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังลดลง ยังดูกว้างขวางเช่นเคย

สรุปโดยรวม Toyota Corolla Altis Hybrid จัดว่ามีเอกลักษณ์ที่แตกต่าง และน่าจะมีกลุ่มลูกค้าค่อนข้างชัดเจน แต่ถ้านำไปเปรียบเทียบกับคู่แข่งในตลาด จะมีจุดด้อยในบางเรื่องเช่น การยัดออปชั่นเทพๆ เหมือนชี้ชวนให้คนซื้อตัวท็อปมากเกินไป และความกว้างขวางภายในห้องโดยสารที่ลดลง

Toyota Altis Hybrid 2019

แต่การเซ็ทสมรรถนะของรถในภาพรวมดูจะมีความหลากหลายและตอบโจทย์ลูกค้าที่กว้างกว่าคู่แข่ง ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ดูจะตีขยายวงการทำตลาดได้หลากหลาย

แม้อาจจะถูกกระแนะกระแหนว่าเป็นพี่น้องกับรถแท็กซี่ไทย แต่ถ้าคุณนึกถึงความประหยัดจากระบบไฮบริด เทคโนโลยีความปลอดภัยที่มีมาให้ ในราคา 1,099,000 บาท น่าจะเลือกไม่ยากกระมังครับ

แท็กยอดนิยม

Avatar
KRINJUN
แรงบันดาลใจในชีวิต คือ กินอิ่ม นอนหลับ โทรศัพท์ โอนเงินได้

วีดิโอ