Mercedes-Benz SUV Driving Events สัมผัสแรกกับ Mercedes Benz GLB 200

Mercedes-Benz SUV Driving Events จัดขึ้นไม่บ่อยนัก ครั้งหลังสุดน่าจะปี 2016 กับการนำรถในกลุ่มเอสยูวีมาให้ปู้ยี่ปู้ยำแบบไม่เกรงใจราคา เพื่อพิสูจน์สมรรถนะ

Mercedes-Benz SUV Driving Events 2020

กิจกรรมการทดลองขับถูกจัดขึ้น ณ สนามออฟโรด กรังด์ปรีซ์ มอเตอร์ ปาร์ค จังหวัดกาญจนบุรี ด้วยการขนรถในตระกูลเอสยูวีเกือบทุกรุ่นมาให้ได้ลองลิ้มรสความตื่นเต้นเร้าใจ ด้วยไฮไลท์สำคัญกับรถคอมแพ็คเอสยูวี 7 ที่นั่ง ซึ่งกำลังขายดี และยืนยันกันตรงนี้ว่าไม่มีประกอบไทย อย่าง Mercedes-Benz GLB 200 Progressive

Mercedes-Benz SUV Driving Events 2020

พร้อมด้วยสมาชิกแห่งบ้านดวงดาว อย่างรุ่น GLA, GLC, GLE และ GLS ส่วนด้าน Mercedes-AMG ประกอบด้วย Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupe และ Mercedes-AMG GLE 43 4MATIC Coupe

ทั้งมวลก็เพื่อจะมาอวดสรรพคุณว่าระบบขับเคลื่อน 4MATIC ในเอสยูวี ของMercedes-Benz และ Mercedes-AMG ไม่ได้เพิ่มการยึดเกาะเฉพาะบนทางเรียบ แต่อีกขนานนึงคือการตะลุยบนทางออฟโรดได้อย่างเมามันด้วย การทดลองขับแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม สลับหมุนเวียนกันไปตามสเตชั่นที่กำหนดไว้ในโซนต่าง ๆ ของสนาม กรังด์ปรีซ์ มอเตอร์ ปาร์ค

Mercedes-Benz SUV Driving Events 2020

สเตชั่นแรก คือ 10 STATIONS THAILAND 4X4 ACADEMY ประกอบด้วย หลุมสลับ, บ่อโคลนและทางโคลน, ทางระนาดซุง หินและดิน, ทางเอียงหรือเนินเอียง 20- 35 องศา, ขับขึ้น-ลงเนินที่มีความลาดชัน, การขับผ่านพื้นผิวที่เป็นหินกรวดและทางขรุขระ, การขับข้ามบ่อน้ำและลำธาร มีความยาว 50 เมตร ความลึก 50-80 เซนติเมตร, การขับบนเนินเอียงและโค้งครึ่งวงกลม และการขับผ่านสะพานซุง และน้ำตกจำลอง

Mercedes-Benz SUV Driving Events 2020

สเตชั่นนี้ ไม่ได้ยาก ปล่อยความเร็วไปแบบ Walking Speed แค่พยายามประคองรถให้อยู่ในไลน์ที่เหมาะสมให้ความสามารถของรถพาเราไปแบบไม่ได้ต้องใช้ฝีมือ(ซึ่งไม่ค่อยมีอยู่แล้ว)มากนัก ดูจะแปลกตาหน่อยก็ด่านที่ทีมงานวางไลน์ให้ขับแบบสลาลอมบนสันเนินที่มีความเอียงอยู่มาก ก็สนุกดีใช้ได้

Mercedes-Benz SUV Driving Events 2020

สเตชั่น 2 คือการพาขบวน Mercedes-Benz SUV ลองขับกันเข้าไปในเส้นทางธรมชาติ(ที่ไม่ได้มีไว้ให้ใครหลบหนี) ระยะทางยาวประมาณ​ 4.5 กิโลเมตร ซึ่งเอาจริงทางเส้นนี้ถ้าฝนตกมาหนัก ก็ไม่น่าจะใช่เส้นทางที่ขับกินลม ชมหญ้าข้างทางแน่ เพราะสภาพถนนพร้อมเละและเป็นหล่มโคลน มีทั้งเนินชันสูง พื้นผิวเป็นหลุมบ่อ จนจำเป็นจะต้องเปิดกล้องรอบคันและกล้องหน้าช่วยในหลายจังหวะ เพราะตอนขับเชิดขึ้นเนินมองแทบไม่เห็นทางว่าเป็นอย่างไร จะหงุดหงิดบ้างก็ตรงเมื่อเปิดใช้งานกล้องหน้า ไม่สามารถใช้งานได้ตลอด ถ้าใช้ความเร็วเกิน 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบจะตัด ไม่สามารถเปิดโชว์ตลอดเวลาได้

Mercedes-Benz SUV Driving Events 2020

สเตชั่นสุดท้ายสนาม Twin Track Speed Circuit โดยหลังจากสิ้นคำประกาศจากทีมงาน “อนุญาตให้ทุกท่านปิดระบบ ESP ได้ครับ” นักข่าวหลายท่านก็แปลงกายเป็นนักขับครอสคันทรีขึ้นมาในบัดดล

ด้วยสภาพสนามเป็นทางดินฝุ่นผสมหินกรวดตลอดทาง ระยะทางรอบละ 3 กิโลเมตร มีระยะให้ใช้ได้ทั้งความเร็ว และฝีมือในการควบคุมคันเร่งและคอนโทรลพวงมาลัย หลายคนใส่เต็มตั้งแต่จุดสตาร์ท ซึ่งต้องยอมรับว่าสนามนี้ขับได้สนุกเร้าใจจริง

รถทดลองในสนามนี้ มีให้ 3 รุ่น คือ GLA, GLB และ GLC ซึ่งเป้าประสงค์น่าจะเป็นการให้เราได้รับรู้ถึงความแตกต่างของรถขับเคลื่อนล้อหน้า และ รถขับเคลื่อนล้อหลัง ในการที่ต้องใช้ความเร็วบนสภาพพื้นผิวแทร็คที่คอนโทรลยากเช่นนี้

Mercedes-Benz SUV Driving Events 2020

เริ่มจากรุ่นเล็ก GLA เป็นรถขับหน้าที่น้ำหนักตัวเบา คล่องตัวสูง ค่อนข้างจะคอนโทรลได้ไม่ยากนักสำหรับผม ส่วนตัวรู้สึก เร้าใจเอาเรื่อง เพราะยังไม่ค่อยคุ้นกับไลน์สนาม และการเติมคันเร่งให้เหมาะกับในแต่ละโค้งมากนัก ความพยามในการขับเอามันส์ แต่ต้องการจิกโค้งไม่ให้รถบานออกเกินงาม มันช่างตื่นเต้นนัก

คันถัดมาผมตัดสินใจขอขึ้นขย่ม คือ GLC รถขับเคลื่อนล้อหลัง เริ่มคุ้นสนามขึ้นมาและตัดความรู้สึกเสียดายรถทิ้งไป ความสะเด่าทางอารมณ์จึงเพิ่มมากขึ้น รถมีพละกำลังที่ดีครับ ขนาดรถดูจะมีความใหญ่โต จังหวะใส่โค้งแรงมีอาการบ้างนิด ๆ แต่ความสนุกในการสาดโค้งมันมาแบบไร้ความกังวล พวงมาลัยค่อนข้างคมกระชับ ช่วยแก้อาการเวลาเป้ในโค้งได้ดี

Mercedes-Benz SUV Driving Events 2020

สุดท้ายพระเอกของงาน และเหนืออื่นใดคือ การทดลองขับ Mercedes Benz GLB 200 ครั้งแรกในชีวิตด้วยการมาลุยในสนามออฟโรด

Mercedes Benz GLB 200 ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.3 ลิตร เทอร์โบ 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร ที่ 1,650 – 4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังลงสู่ล้อคู่หน้าด้วยเกียร์ดูอัลคลัตช์ 7 สปีด อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 9.1 วินาที

Mercedes-Benz SUV Driving Events 2020

ในความคาดการณ์แรก ด้วยขนาดตัวรถรวมถึงการเป็นรถขับหน้า คงจะคอนโทรลยากและเข้าโค้งได้บานเป็นจานเชิงกว่าทั้ง GLA และ GLC ซึ่งเป็นอันว่าผมคิดผิด มันช่างขับสนุกเร้าใจ ควบคุมง่ายเกินคาด จากคำบอกเล่าส่วนหนึ่งมาจากการที่ GLB ใช้แพลตฟอร์มใหม่ ซึ่งแตกต่างจาก GLA และ GLC บวกกับการเซ็ทระบบช่วงล่างที่ฉลาดกว่าอีกด้วย

Mercedes-Benz SUV Driving Events 2020

ผมลองเพิ่มความโหดในการขับขี่ให้มากกว่าตอนขับ GLC ด้วยการใช้ความเร็วที่มากขึ้น บวกเข้ากับทริคการใช้เบรคและเติมคันเร่งจากคำแนะนำของอาจารย์ อั๋น สิรคุปต์ เมทะนี ที่มาควบคุมการทดสอบสนามนี้ ช่วยให้ขับ GLB ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและสนุกสนานกว่าที่คาดหวังไว้ ถ้าไม่ติดว่ายังแอบสงสารรถและยางในใจเล็ก ๆ ก็อยากขับด้วยความบรรลัยเท้ากว่านี้

สรุปโดยรวม เราจะไม่บอกว่าให้คุณจ่ายเงิน 2-3 ล้านบาท เพื่อเอารถหรูหรน้าตาดีมาขับกันโดยไม่คำนึงถึงค่าซ่อมแซมภายหลังกันแบบนี้ ยกเว้นเงินคุณเหลือในระดับซื้อรถมาทำลายเล่นได้อันนั้นก็เชิญให้สาแก่ใจ

Mercedes-Benz SUV Driving Events 2020

เพียงแต่ถ้าคุณอยากจะเลือกใช้รถเอสยูวีหรูสักรุ่น มันควรตอบโจทย์ให้สมกับความเป็นรถอเนกประสงค์ จุดหมายของการทดสอบครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การจะบอกว่า เอสยูวีมีไว้ขับหนีน้ำท่วมในเมืองเท่านั้น แต่มันควรมีความสามารถที่เหมาะสมกับการใช้งานให้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป ซึ่ง รถตระกูลเอสยูวีของเมอร์เซเดส-เบนซ์ มันก็ทำได้เช่นนั้นนะละ

Mercedes-Benz SUV Driving Events 2020

สุดท้าย สำหรับใครที่รอคอยให้ Mercedes Benz GLB 200 เข้ามาประกอบในไทยเพื่อจะได้เลือกซื้อในราคาที่ถูกลงกว่ารุ่นนำเข้านั้น จงเห็บความฝันใส่ลิ้นชัก แล้วควักกระเป๋าเดินไปหาเซลส์ใหม่อีกรอบ เพราะชัดเจนแล้วว่ายังไงก็ไม่นำเข้ามาประกอบในไทย สู้ไปเจรจาต่อรองกับเซลส์เรื่องโปรโมชั่นส่วนลดน่าจะลุ้นง่ายกว่าจ้ะ

แท็กยอดนิยม

Avatar
KRINJUN
แรงบันดาลใจในชีวิต คือ กินอิ่ม นอนหลับ โทรศัพท์ โอนเงินได้

วีดิโอ