[1st Impression] Mazda3 Generation 7 เพิ่มแรงบิด เพิ่มสุนทรียภาพ เพื่อเพิ่มยอดขาย

Mazda3 เจนเนอเรชั่นที่ 7 เตรียมตัวจะเปิดตัวในประเทศไทยในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ และมาสด้า ประเทศไทย ได้จัดพรีวิวรอบสั้น ๆ ให้กับสื่อมวลชนและดีลเลอร์ทั่วประเทศ เพื่อสัมผัสถึงความยอดเยี่ยมของรถก่อนที่จะเปิดตัวในอนาคตอันใกล้นี้

ถ้าจะพูดถึงมาสด้า 3 คงต้องบอกว่านี่คือหนึ่งในสินค้าที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากของมาสด้าทั่วโลก เพราะยอดขายกว่า 6 ล้านคันที่ทำได้ในช่วง 16 ปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นสินค้าหลักที่ค่ายรถปีกบินให้ความสำคัญมาอย่างยาวนาน ตลอดการพัฒนารถยนต์รุ่นนี้ใน 6 เจนเนอเรชั่นก่อนหน้า

สำหรับในประเทศไทย เริ่มทำตลาดมาสด้า 3 อย่างเป็นทางการในเจนที่ 4 พร้อมด้วยยอดขายสะสมไปมากกว่า 3 หมื่นคัน ตามมาด้วยเจนที่ 5 ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรเป็นครั้งแรกในคลาส และขายไปกว่า 1.5 หมื่นคันภายใน 3 ปี ก่อนที่เทคโนโลยีสกายแอคทีฟและโคโดะ ดีไซน์ จะทำให้ยอดจำหน่ายเจน 6 ทะลุไปกว่า 3.3 หมื่นคันในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

Mazda3

จริง ๆ แล้วมาสด้า 3 นั้นถือเป็นรถยนต์ที่ยอดเยี่ยมทางด้านสมรรถนะการขับขี่อยู่แล้ว เมื่อเทียบกับคู่แข่งรายอื่น ๆ ก็ถือว่าอยู่ในระดับแถวหน้าของวงการ ยิ่งเป็นเวอร์ชั่นไมเนอร์เชนจ์ที่ติดตั้งระบบ G-Vetoring Control เข้ามาให้แล้ว ยิ่งเรียกว่าเหนือเข้าไปใหญ่ แถมหน้าตาทั้งภายนอกภายใน งานดีไซน์ทั้งหมดก็ถือว่าโฉบเฉี่ยวไม่แพ้ใครในคลาส จนเคยแอบคิด ๆ เหมือนกันว่ามาสด้าจะต่อยอดรถรุ่นนี้ไปอย่างไร

แน่นอนว่าเมื่อเครื่องยนต์สกายแอคทีฟ-เอ็กซ์ยังไม่มาเปิดตัวเป็นทางเลือกให้กับตลาด มาสด้าเองก็ต้องทำการบ้านว่านอกจากหน้าตาที่สวยงามขึ้น จะเอาเรื่องไหนมาเป็นจุดขายดี อย่างแรกคือ ความสนุกสนานในการขับขี่จะต้องเพิ่มขึ้น แม้จะเป็นเครื่องยนต์รุ่นเดิมที่พัฒนามา หน้าตานั้นแล้วแค่คนชอบ แต่เรื่องสุนทรียภาพในการขับขี่นั้นจะต้องสัมผัสได้อย่างทันทีที่ก้าวเข้ามาอยู่ในรถ แม้จะเป็นเวลาไม่นานก็ตามที

Mazda3

หน้าตาของรถนั้นสวยหรือไม่แล้วแต่คนชอบ แต่ผมว่ามาสด้าเก่งมากที่เลือกเปลี่ยนชิ้นส่วนหลัก ๆ อย่างกระจังหน้า ที่ทำให้รถมีความแตกต่างจากรุ่นเดิม กรอบโคมไฟแบบโฉบเฉี่ยวเพรียวสวยนำมาใช้ พร้อมด้วยไฟท้ายทรงกลมแบบแอลอีดี 4 จุดน้อย รูปทรงของตัวถังที่ดูเตี้ยลงกว่ารุ่นเดิม และทำการลบเหลี่ยมมุมรอบคันออก เพื่อให้ได้รูปทรงกลมมนที่ดูประหลาดตา แต่มองรวม ๆ แล้วไม่น่าเบื่อ

เดิมปกติแล้ว มาสด้าจะทำการพัฒนาซีดานและแฮชท์แบ็คมาเหมือนกับการต่อยอดของสินค้าที่มีอยู่ แต่ทีมงานของมาสด้าระบุว่าในรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ พวกเขาได้ใช้แนวคิดในการออแบบที่แตกต่างกันมาตั้งแต่ต้น เพื่อให้ได้รถที่มีความโดดเด่นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งรวมไปถึงการออกแบบแนวทางของแสงสะท้อนต่าง ๆ บนตัวรถที่ให้อารมณ์และบรรยากาศของรถที่แตกต่างกันออกไป

Mazda3

แนวคิดหลักที่นำมาใช้ในการออกแบบก็คือการลดละเลิกสิ่งที่ไม่จำเป็นในตัวรถออกไปให้หมด และให้ตัวรถทำหน้าที่สะท้อนภาพลักษณ์ที่โดดเด่นของตัวเองออกมา รถที่นำมาทดสอบนั้นในรุ่นแฮชท์แบ็คจะมาพร้อมล้อแบบรมดำที่ดูสปอร์ตกว่าล้อสีเงินธรรมดาของรุ่นซีีดาน ในขณะที่ตัวรถนั้น ดูเตี้ยลงอย่างเห็นได้ชัด และสเปกยังระบุว่าพวกเขายืดความยาว ลดความสูง คงที่ไว้เพียงแค่ความกว้างของรถ แถมมีฐานล้อที่ยาวเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ถ้างานออกแบบภายนอกคือการสะท้อนภาพลักษณ์อันแข็งแกร่งของแบรนด์ การออกแบบภายในจของรถก็เป็นการสะท้อนด้านละเอียดละออและความเนี๊ยบเฉียบขาด การเลือกวัสดุที่หันมาใช้วัสดุแบบนิ่มเกือบทั่วทั้งคันรถในตำแหน่งที่คนขับและผู้โดยสารแตะต้องได้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีมาก จอกลางขนาดใหญ่ที่หันเข้าหาคนขับ แม้จะตัดระบบสัมผัสออกไป แต่แลกกับการจัดเรียงฟังชั่นส์ที่สวยงามขึ้นก็ถือว่าเอาอยู่

Mazda3

การเปลี่ยนตำแหน่งของอุปกรณ์กึ่งกลางรถ ทำให้คนขับสามารถแตะคันเกียร์หรือปุ่มควบคุมฟังชั่นส์ได้ง่ายขึ้น ด้วยการคิดที่ง่าย ๆ ก็คือยกตำแหน่งที่วางแก้วน้ำไปด้านหน้า แทนที่ของเดิมที่ติดไว้ระหว่างคันเกียร์และกล่องเก็บของ นอกจากคันเกียร์จะขยับเข้ามาแล้ว กล่องเก็บของของรุ่นใหม่ยังมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น วัสดุด้านบนเป็นแบบนุ่ม รองรับข้อศอกได้ดี และมาสด้ายังเลือกใช้ฝาปิดเปิดแบบเลื่อนถอยหลังและพับได้ เพื่อลดภาระของแขนของผู้ขับขี่ เมื่อเปิด-ปิดช่องเก็บสัมภาระดังกล่าว

มาสด้าคุยว่ารถคันนีไ้ด้ออกแบบเบาะที่นั่งสำหรับการโดยสารที่รองรับกระดูกเชิงกรานอย่างเข้มแข็ง ส่งผลให้ตัวของผู้โดยสารนั้นจะเหวี่ยงออกจากเบาะที่นั่งน้อยลงเมื่อเทียบกับรุ่นเดิม อันนี้ถือว่าเห็นได้ชัดมากเมื่อทำการทดสอบด้วยการขี่สลาลอม เมื่อเหวี่ยงออกจากจุดศูนย์ถ่วงน้อยกว่า อาการเมารถก็จะลดน้อยตามลงไป อันนี้ต้องขอบน้ำใจช่วงล่างใหม่อันยอดเยี่ยมที่ติดตั้งมาในรถรุ่นใหม่นี้เช่นกัน

Mazda3

แน่นอนว่าเรื่องของการขับขี่ให้ปลอดภัยเป็นเรื่องที่สำคัญ มาสด้าได้ใส่ใจในรายละเอียดการออกแบบรถหลายประการ เช่น การเลือกใช้วัสดุที่ผลิตเสาเอให้มีความแข็งแรงเพิ่ม เพื่อให้สามารถลดขนาดของเสาเอลงไปได้ หรือการติดตั้งถุงลมนิรภัยมากมายหลายตำแหน่งในทุก ๆ รุ่น เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ รวมไปถึง GVC Plus ที่ได้รับการปรับแต่งให้มีความเนี๊ยบในการปฏิบัติหน้าที่เพิ่มเติม

ช่วงล่างหน้ายังเป็นแมคเฟอร์สัน สตรัท ช่วงล่างหลังปรับมาใช้ทอร์ชั่นบีม เพื่อให้ได้ความแม่นยำในการควบคุมรถ อันนำมาซึ่งความสนุกสนานในการขับขี่แบบธรรมชาติ ระบบเบรกใหม่พัฒนาให้มีการตอบสนองทันที แต่ไม่กระแทกกระทั้นจนส่งผลต่ออาการของตัวรถ แน่นอนว่าทั้งหมดที่พูดมานี้ คือสิ่งที่ทำให้มาสด้า 3 ใหม่ ดูดีกว่าเดิม และน่าจะขายดีกว่าเดิม ตามที่มาสด้าคาดการณ์ว่ายอดขายของพวกเขาน่าจะเพิ่มขึ้น 10-15% เลยทีเดียว

Mazda3

มากันที่หัวใจของการทดสอบที่เชื่อว่าหลาย ๆ คนอยากรู้ ก็คือเรื่องของเครื่องยนต์ที่นำมาสำหรับตลาดประเทศไทย สกายแอคทีฟ-เอ็กซ์ยังไม่มา ดีเซลรอไปก่อน เพราะเครื่องยนต์ที่มาลองกันวันนี้คือเครื่องยนต์เบนซิน สกายแอคทีฟ-จี 2.0 ลิตร รุ่นเดิมที่เพิ่มเติมคือแรงบิดที่ไม่รู้ว่าเพิ่มมาเท่าไร และการลดการปล่อยค่าไอเสียลงไป โดยรายละเอียดทั้งหมดของเครื่องยนต์จะเปิดเผยเมื่อเปิดตัวในเดือนกันยายนที่จะถึง

การจับคู่กันของเครื่องยนต์และเกียร์ชุดเดิม เพิ่มเติมวาล์วควบคุมน้ำหล่อเย็น สิ่งที่ได้มาก็คือการตอบสนองที่ดีขึ้นจากแรงบิดที่เพิ่มขึ้นมา 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงดีขึ้นมาราว ๆ ครึ่งวินาที แต่การลากรอบเครื่องยนต์ในรุ่นใหม่ทำได้สมูทกว่าเยอะ เสียงโหยหวนยามกดคันเร่งลากกันยาว ๆ ที่ค่อนข้างชัดในรุ่นเดิมนั้น หายไปเกือบหมดในรุ่นใหม่ และในระยะวิ่งสั้น ๆ ที่ทดลอง จะพบว่าเครื่องใหม่นั้นทำความเร็วได้เหนือกว่าอยู่ประมาณ 10% เสียด้วย

Mazda3

เครื่องยนต์ดีขึ้น ช่วงล่างและเบาะที่นั่งที่เหวี่ยงน้อยลง สิ่งที่สร้างสุนทรียภาพในการขับขี่ของผมในวันนี้จริง ๆ ก็คือความเงียบของห้องโดยสาร ที่มาสด้าพัฒนาอย่างเหนือชั้น การติดตั้งวัสดุซับเสียงมากมาย การควบคุมเสียงสะท้อนผ่านการเลือกใช้วัสดุต่าง ๆ นั้น ถือว่าทำได้อย่างเหนือชั้น เสียงลมเข้ามาในห้องโดยสารลดลง และเสียงสะท้อนจากถนนถือว่าดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับรุ่นเดิมหรือเทียบกับคู่แข่ง

นอกจากนี้ การเลือกชุดเครื่องเสียงจาก BOSE ที่มาพร้อมลำโพง 12 ตัวในรุ่นท็อป การเปลี่ยนตำแหน่งการวางลำโพงให้เหมาะสมกับการใช้งานมากขึ้น วันนี้ฟังไปคร่าว ๆ ด้วยเพลงหลายรูปแบบที่มาสด้าตัดมาให้ฟัง ต้องถือว่าเป็นชุดเครื่องเสียงที่ดี มีมิติของเสียงที่หลากหลาย ฟังได้ตั้งแต่เพลงคลาสสิคไปยันเพลงร็อค ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน

สรุปสั้น ๆ คร่าว ๆ จากการเข้าห้องเรียนมา 1 ชั่วโมง ต่อด้วยการขับขี่ช่วงสั้น ๆ แบบเบาะที่นั่งยังไม่ทันร้อน มาสด้าตอบคำถามที่ว่าจะพัฒนารถที่ดีอยู่แล้วให้ดีกว่าเดิมได้อย่างไร ด้วยการทำรถที่ดีกว่าไปอีกขั้นออกมาให้ได้ลองกัน เครื่องยนต์ที่ตอบสนองได้ดีขึ้น เบาะที่นั่งที่โอบล้อมอย่างสบาย ช่วงล่างที่พร้อมดูแลทุกคนอย่างแข็งขัน วัสดุภายในที่ดูพรีเมียมไปอีกระดับ และความพร้อมในการดูแลประสาทสัมผัสทั้งหมดของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ให้เดินทางไปได้อย่างสุนทรีย์ที่สุด

Mazda3

การเปลี่ยนแปลงให้ทุกอย่างดูมินิมอลขึ้นนั้น กลับส่งผลดีขึ้นอย่างมากกับรถคันนี้ นี่ยังไม่อยากคิดนะว่าถ้าเป็นเครื่องยนต์ดีเซลใหม่หรือสกายแอคทีฟ-เอ็กซ์มาจริง รถคันนี้จะขับขี่สนุกสนานมากไปอีกขนาดไหน แต่ที่แน่ ๆ เท่าที่ลองดูแบบไวไว คิดว่ารถคันนี้น่าจะถูกใจพวกบ้ารถที่ต้องการรถที่ขับได้สนุกสนานในชีวิตประจำวันอยู่พอตัว

รอราคาเปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมการขับทดสอบยาว ๆ กันอีกครั้งก็แล้วกันนะ เห็นบอกว่าไม่เกินเดือนกันยายนนี้เจอกันแน่นอน!!!

Mazda3

บทสรุป

การเปลี่ยนแปลงในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ทุกจุดของมาสด้า 3 ใหม่ที่ดูเหมือนว่าจะเน้นการตอบสนองต่อการใช้งานของผู้ขับขี่และผู้โดยสารอย่างจริงจังมากขึ้น บนพื้นฐานของหน้าตาที่มีความเรียบหรูกว่าเดิม น่าจะทำให้มาสด้า 3 เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์นั่งกลุ่มซี-เซกเมนต์กันต่อไป

ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของแวดวงยานยนต์ได้ที่ Autostation.com

แท็กยอดนิยม

GolF
GolF
บรรณาธิการของ Autostation.com ที่มาพร้อมประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์และการบริหารเวบไซต์ข่าวรายใหญ่ นำเสนอข่าวและบทความทดสอบรถยนต์อย่างรวดเร็ว โปร่งใสและชัดเจน

วีดิโอ