‘Chevrolet Colorado’ พิสูจน์สมรรถนะ ทางเรียบก็ดี ทางฝุ่นก็ได้

‘Chevrolet Colorado’ จัดเป็นแบรนด์รถยนต์สัญชาติอเมริกัน แม้ปัจจุบันมีโปรดักซ์ให้เลือกไม่มากนัก แต่ก็ยังพอจะมีฐานลูกค้าอันเหนียวแน่นในกลุ่มรถกระบะอยู่พอสมควร

Chevrolet Colorado

เมื่อตลาดกระบะของไทย เริ่มยกระดับสินค้าให้ขยับไปสู่การเป็นรถกลุ่มไฮเอนด์ ตั้งแต่เมื่อ 3-4 ปีก่อน เพื่อจับกลุ่มคนที่มีความชอบและไลฟ์สไตล์อันแตกต่าง ไม่ใช่เพื่อการบรรทุกแต่เพียงอย่างเดียวแล้วนั้น Chevrolet คือหนึ่งในค่ายที่ขยับตัวไปทางนั้นเช่นกันกับค่ายอื่น ๆ

Chevrolet Colorado จัดเป็นกระบะที่มีอายุค่อนข้างยาวนานรุ่นหนึ่งในประเทศไทย การขยับปรับนู่นนิด นี่หน่อย เพื่อกระตุ้นจึงเป็นหนทางที่เป็นสูตรสำเร็จ โคโลราโด ไฮคันทรี” “โคโลราโด ไฮคันทรี สตอร์ม” “โคโลราโด มิดไนท์ อีดิชั่น” และ “โคโลราโด โฟร์ท ออฟ จูลาย อิดิชั่น” คือกระบะ 4 รุ่นที่เชฟโรเลตใช้ดันยอดตัวเองในเวลานี้

Chevrolet Colorado

ออกตัวก่อนว่า นานมากแล้วครับ ที่ผู้เขียนไม่ได้สัมผัสกับกระบะของเชฟโรเลต เหตุตามที่เกริ่นไปก่อนหน้าว่า อายุอานามของสินค้าค่อนข้างนาน เคยขับมาบ้างแล้วตั้งแต่เปิดตัว กับช่วงไมเนอร์เชนจ์ เลยคิดว่าไม่ได้มีเหตุจำเป็นอันใดจะต้องนำมาทดลองขับอีก…

กิจกรรม “Colorado Jungle Drive Experience” เป้าหมายคือการพาสื่อมวลชนไปสัมผัสกับประสบการณ์ขับขี่รถกระบะแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ในเส้นทางที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทยอย่าง ถนนลอยฟ้า ในจังหวัดเลย ก่อนจะมุ่งเข้าสู่จังหวัดเพชรบูรณ์ ลุยเส้นทางออฟโรด พาขึ้นไปชมวิวบนผาตัด แบบ 360 องศา และแม้จะเป็นชื่อที่คุ้นเคยกัน แต่ก็แอบมีความสนุกเร้าใจแนบซ่อนอยู่เอาเรื่อง

Chevrolet Colorado

รถทดสอบที่ถูกนำเข้ามาร่วมทริปในครั้งนี้ มาครบทั้ง 4 รุ่น แต่ละรุ่นก็ดูจะมีความแตกต่างกันในรายละเอียดปลีกย่อย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเรื่องของการตกแต่งภายนอก ภายใน เสียมากกว่า แต่ขุมพลัง คือ เครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ รหัส XLDE25 LP2 ดีเซล 4 สูบ ขนาด 2.5 ลิตร พร้อมเทอร์โบแปรผัน กำลัง 180 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิด 440 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที เช่นเดียวกันทั้งหมด

Chevrolet Colorado

เส้นทางการทดสอบถูกวางไว้ให้วิ่งทั้งทางแบบออนโรดแบบขึ้นเขา ลงเขา และโค้งคดเคี้ยว และออฟโรดที่ค่อนข้างจะสนุกสนานท้าทายการสั่นสะเทือนของลำไส้และเครื่องในของคนในรถ

ช่วงการขับบนทางออนโรด ก็จัดว่าเป็นกระบะขับสนุกอยู่ในระดับหนึ่ง การเรียกกำลังของเครื่องยนต์แม้จะไม่กระโชกโฮกฮาก แต่เป็นการมาแบบกำลังดี การเซ็ทเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด คืออีกหนึ่งจุดเด่น ช่วยให้การทำงานของเครื่องยนต์ลงตัวและไหลลื่น

หลายจังหวะในช่วงใช้ความเร็ว ลองยกคันเร่งให้รอบเครื่องตก ก่อนกระแทกคันเร่งลงไปซ้ำ พบกำลังเครื่องยนต์ยังตอบสนองได้ดี เกียร์ฉลาดพอที่จะช่วยให้เครื่องยนต์เดินได้อย่างไหลลื่น

อาการช่วงล่างช่วงเข้าโค้งแรง ๆ มีอาการหน้าดื้อนิด ๆ ท้ายออกหน่อย ๆ ซึ่งพอจับอาการและจังหวะของรถได้ก็ขับได้เนียนขึ้น แต่ในภาพรวมกับถนนลาดยาง ถือว่าช่วงล่าง เชฟโรเลต โคโลราโด หาตัวจับยากยี่ห้อหนึ่งเลยทีเดียว มีความนุ่มหนึบ แต่ไม่ได้ย้วยนะ

ระบบเบรกจังหวะการจับดูนุ่มนวลเพิ่มการขับขี่ที่มั่นใจได้มากขึ้น เบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรก ขนาด 300 มม. พร้อมครีบระบายความร้อน และด้านหลังเป็นดรัมเบรก ขนาด 295 มม. ร่วมกับหม้อลมเบรกขนาด 10.5 นิ้ว

Chevrolet Colorado

ในเส้นทางออฟโรด ซึ่งไม่ว่าจะเป็นในช่วงขึ้นเขามุ่งหน้าสู่ผาตัด หรือ เส้นทางอันแสนขรุขระในการขับมุ่งหน้าไปยังอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง เป็นตัวขับความโดดเด่นของสมรรถนะ เชฟโรเลต โคโลราโด ได้ดีมาก

ลักษณะเส้นทางผาตัด เป็นทางดินฝุ่นหนาที่ค่อนข้างจะขรุขระ และมีร่องลึก บางช่วงค่อนข้างชัน จนต้องปรับโหมดเป็นขับเคลื่อน 4 ล้อ มาเพื่อช่วยเรื่องการขับเคลื่อนอยู่บ้าง แต่ในเส้นทางโดยรวมไม่ยากเย็นนัก และโชคดีว่าเราไม่ได้มากันตอนหน้าฝน… ซึ่งน่าจะหนักหน่วงกว่านี้หลายเท่า

Chevrolet Colorado

ส่วนเส้นทางอุทยานทุ่งแสลงหลวง จัดเป็นเส้นทางธุรกันดารแบบ 100% พื้นผิวดินแข็ง ขรุขระตลอดเส้นทาง พร้อมด้วยฝุ่นหนาตึบแทบจะมองไม่เห็นท้ายคันหน้า

ถ้าใครตั้งคำถามว่าช่วงล่างรถกระบะรุ่นไหนดี เชฟโรเลต โคโลราโด น่าจะถูกจัดอยู่ในนั้นได้ด้วย

ด้วยระบบช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบอิสระปีกนกสองชั้น พร้อมคอยล์สปริง และช็อคอัพแก๊ส ส่วนด้านหลังแบบลิฟสปริง แป้นรูปครึ่งวงรี พร้อมช็อคอัพแก๊ส ถูกเซ็ทมาให้รองรับแรงสั่นสะเทือนได้ดี ปกติหากนำไปเทียบกับหลายรุ่น ถ้าเจอกับสภาพถนนลักษณะนี้ ลำไส้ใหญ่กับลำไส้เล็กน่าจะไปกองรวมกันในกระเพาะ

Chevrolet Colorado

ความนุ่มนวลของช่วงล่างช่วยลดภาระไปได้มาก แม้จะมีจังหวะกระเด้งอยู่บ้างแต่ไม่มากนัก ช่วงเปลี่ยนคนขับส่วนตัวของย้ายไปนั่งเบาะแถวสอง ก็ยังให้ความรู้สึกไม่ได้แตกต่างจากการนั่งเบาะหน้า ถือว่า ช่วงล่างยังคงเป็นจุดเด่นอันหาตัวจับยากเช่นเคย

พวงมาลัยพาเวอร์ควบคุมการทำงานด้วยไฟฟ้า แบบแร็กแอนด์พิเนียน ที่มีน้ำหนักเบา ควบคุมไม่ยาก แถมรถยังถูกออกแบบให้พร้อมใช้งานบนเส้นทางออฟโรด กับระยะโอเวอร์แฮงด้านหน้า 1,004 มม. ระยะโอเวอร์แฮงด้านหลัง 1,308 มม. มีความสูงจากพื้นถึงตัวรถ 216 มม. มีมุมไต่ 3 องศา มุมจาก 2 องศา มุมข้าม 1 องศา ที่ ล้อและยาง 265/60 R 18

รองรับการใช้งานได้แบบเหลือเฟือ ซึ่งเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรก ขนาด 300 มม. พร้อมครีบระบายความร้อน และด้านหลังเป็นดรัมเบรก ขนาด 295 มม. ร่วมกับหม้อลมเบรกขนาด 10.5 นิ้ว

ภายในอุปกรณ์อำนวยความสะดวก จัดว่าเป็นกระบะที่จัดสรรตำแหน่งต่าง ๆ มาให้ใช้งานได้ดีในระดับหนึ่ง เครื่องเสียงีรองรับแอปเปิ้ล คาร์เพลย์ ส่วนระบบความปลอดภัย มีทั้งระบบเตือนการชนด้านหน้า ระบบการแจ้งเตือนเมื่อออกจากช่องจราจร ถุงลมนิรภัยป้องกันหัวเข่า ระบบช่วยจอดด้านหน้าและหลัง ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน ระบบป้องกันการไหลของรถเมื่อขึ้นทางลาดชัน และระบบกระจายแรงเบรก (EBD) ที่ให้คุณลุยทุกเส้นทางได้อย่างมั่นใจ

สรุปรวม Chevrolet Colorado แม้ชื่อเสียงจะยังเทียบเท่ากับแบรนด์ดัง ๆ ไม่ได้ จากทั้งเรื่องคตวามเชื่อมั่นของศูนย์บริการ ไปจนถึงข่าวคราวที่ผ่านมาในอดีต แต่ยังจัดอยู่ในกระบะสมรรถนะดีไม่ได้แพ้ใคร

ถ้าความพยายามในการปรับปรุงศูนย์บริการ ณ ปัจจุบัน ประสบความสำเร็จ ก็น่าจะดึงดูดความสนใจผู้บริโภคได้มากขึ้นแน่ เพราะด้วยราคารวมถึงแคมเปญเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาด มันยั่วใจคนไม่ติดแบรนด์ได้ไม่น้อยเชียวละ

Chevrolet Colorado

ทั้งนี้ สำหรับ รุ่นไฮ คันทรี ขับเคลื่อน 2 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ ราคา 998,000 บาท และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ ราคา 1,068,000 บาท รุ่น ไฮ คันทรี สตอร์ม รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ ราคาแนะนำ 1,028,000 บาท และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ ราคาแนะนำ 1,098,000 บาท

Chevrolet Colorado

แท็กยอดนิยม

Avatar
KRINJUN
แรงบันดาลใจในชีวิต คือ กินอิ่ม นอนหลับ โทรศัพท์ โอนเงินได้

วีดิโอ