รีวิว MG ZS EV กรุงเทพฯ-พัทยา ลองทุกฟังก์ชั่น ชาร์จหนึ่งทีแล้วปรี่กลับ | Full Review

เขียนโดย

เขียนเมื่อ 12/09/19 16:12

วันนี้เราพาไปลอง รีวิว MG ZS EV หนึ่งในยานยนต์ไฟฟ้าที่เอื้อมถึงง่ายและใกล้ตัวคนไทยมากที่สุด แบบขับยาวๆ ถึงเมืองพัทยาชาร์จแล้วกลับทันที เออ เอาดิ!!

MG ZS EV

ดีไซน์ภายนอกนั้นเรียกได้ว่าเหมือนกับ MG ZS แทบทุกประการ

ดีไซน์

ดีไซน์ภายนอกนั้นเรียกได้ว่าเหมือนกับ MG ZS แทบทุกประการเพียงแต่จะมีจุดที่สังเกตได้ง่ายอย่าง สีฟ้าพิเศษ Copenhagen Blue ที่เป็นตัวเลือกสีเดียว กระจังหน้าแบบใหม่ ไร้ไฟตัดหมอก

วงล้อแม็ก 17 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจากกังหันลมของฮอลแลนด์ ที่น่าจะสื่อถึงพลังการธรรมชาติและความสงบ มีหลังคามีแร็คติดตั้งมาให้และพาโนรามิคซันรูฟยาวคนถึงเบาะนั่งตอนหลัง

MG ZS EV

ภายในเองก็แทบจะเหมือนเดิมทุกประการ เบาะนั่งสองตอนปรับ 60:40 ปรับไฟฟ้าฝั่งคนขับเดินตะเข็บสีขาว คอนโซลและที่พักแขนเป็นวัสดุแบบนิ่ม Soft Touch จออินโฟเทนเมนท์ขนาด 8 นิ้วตรงกลาง

ตำแหน่งที่นั่งของคนขับออกจะรู้สึกว่าแคบไปสักหน่อย พวงมาลัยดึงเข้าหาตัวได้น้อยไปสักนิด แดชบอร์ดเป็นเข็มซ้ายขวาบอกความเร็วและการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า จอตรงกลางแสดงข้อมูลต่างๆ ของตัวรถและระบบ เบาะนั่งตอนหลังแม้สูง 180 ซม. ก็ยังเหลือพื้นที่เข่าสบายเช่นเดียวกับพื้นที่เหลือเหนือศรีษะ

MG ZS EVMG ZS EV

ตัวรถ MG ZS EV นั้นจะเป็นการนำเข้าทั้งหมดจากประเทศจีน

ที่เก็บสัมภาระด้านท้ายกว้างขวางและปรับระดับตื้นลึกได้ เหมือนกับในรุ่นเครื่องยนต์สันดาปฯ ที่ใต้พื้นห้องเก็บสัมภาระแบบยกระดับได้ มีช่องเก็บสัมภาระขนาดเล็กที่เก็บสายชาร์จไฟแบบ AC เอาไว้สำหรับใช้กับปลั๊กทั่วไป แต่ไม่ควรต่อปลั๊กพ่วงเสียบกับเต้าตรงๆ ไปเลย

ตัวรถ MG ZS EV นั้นจะเป็นการนำเข้าทั้งหมดจากประเทศจีนและแทบจะเป็นงานเกรดเดียวกับที่ผลิตส่งในประเทศอังกฤษที่หลังจากเปิดตัวไปได้ 2 สัปดาห์ก็มียอดจองแล้วกว่า 1,000 คัน อาจจะมีต่างกันในฟังก์ชั่นการใช้งานเพียงเล็กน้อย

MG ZS EV

สมรรถนะ

ลืมความรู้สึกของการขับขี่รถยนต์แบบเดิมๆ หรือ MG ZS ทิ้งไปให้หมดสิ้น เพราะนี่คือรถยนต์ไฟฟ้าที่จะมาเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ของการขับขี่แบบที่เราๆ คุ้นเคย มอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor ทำงานด้วยพละกำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตรแบบ Flat Torque มาตั้งแต่ต้นจะเรียกตอนไหนก็มา

แรงทันใจ 0-100 กม./ชม. แบบไม่ทันตั้งตัว

เกียร์ไฟฟ้า เบรกมือไฟฟ้า มี Auto Brake Hold โดยเปลี่ยนดีไซน์จากกระปุกเกียร์แบบเดิมๆ เป็นปุ่มแบบหมุนเพื่อเลือกตำแหน่งเกียร์และมีสวิทช์ 3 ฟังก์ชั่น Mode, KERS, Batt ที่คลำใช้งานได้ง่ายMG ZS EVMG ZS EV

เข้าเกียร์ D ไม่ได้ทำให้รถไหล จะอย่างไรซะคุณต้องเหยียบคันเร่งเพื่อให้มันเคลื่อนที่ นี่คือสิ่งแรงที่ต่างไปการรถสันดาปฯ แบบชัดเจน พละกำลังในการออกตัวจาก 0 กม./ชม. เหยียบแบบเต็มตีนต้องบอกว่ามีแทร็คชั่นฯ ตัด สปินทิ้ง แรงทันใจ 0-100 กม./ชม. แบบไม่ทันตั้งตัว โดยบริษัทเคลมความเร็ว 0-50 กม./ชม. ไว้ที่ 3.1 วินาที

MG ZS EV

MG ZS EVทำความเร็วได้ดีมากๆ ในการเร่งแซง เผลอเหยียบนิดเดียวก็เกิน 120-140 กม/ชม. แบบนิ่งๆ เนียนๆความเร็วสูงสุดบริษัทเคลมที่ 140 กม./ชม. แต่เมื่อขับขี่จริงทำได้ถึง 160 กม./ชม. โดยเป็นความเร็วที่ทางโรงงานล็อคไว้ พอถึงปุ๊ปจะรู้สึกเลยว่ารถตัดกำลังในตัดที ทั้งเพื่อความปลอดภัยและการประหยัดไฟด้วย

เหนือสวิทช์ควบคุมเกียร์ยังมีปุ่มโหมดการขับขี่ที่ปรับได้ 3 โหมดคือ Eco, Normal , Sport ที่แค่กดปุ๊ป การทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าก็จะเปลี่ยนปั๊ปรวมถึงการหน่วงของพ่วงมาลัยด้วย โหมด Normal มีการใช้พละกำลังแบบนุ่มนวลมีเรี่ยวแรงส่วนโหมด Sport ก็จะจัดจ้านติดเท้าเร้าใจเร่งแซงแบบเหนือๆ แต่แน่นอนว่ากินไฟเหลือเกินพี่จ๋า

MG ZS EV

ภายในห้องโดยสารเริ่มมีเสียงลมปะทะดังที่ราว 120-140 กม./ชม. แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่ารบกวนมากจนคุยกันหรือฟังเพลงไม่รู้เรื่องน้ำหนักตัวรถที่เพิ่มราว 200 กก. จาก MG ZSทำให้รถนิ่งขึ้น ช่วงล่างเดิมแต่มีการปรับจูนใหม่เพื่อรองรับน้ำหนักตัวรถที่มากขึ้นและจุดศูนย์ถ่วงที่เปลี่ยนไป การเปลี่ยนเลนเร่งแซงอยู่ในเกณฑ์ที่ดีแต่ยังรู้สึกโหว่งๆ แกว่งๆ จนมีรู้สึกเกร็งๆ อยู่บ้าง

ถ้ารถ 1.5 – 2.0 ลิตร เห็นบนถนนแล้วคิดจะดันวัดในแง่ของความแรงบอกเลยว่าไปลองคิดดูใหม่

MG ZS EVMG ZS EV

หากให้เทียบง่ายๆ พละกำลังของตัวรถนั้นน่าจะเทียบเท่ากับพวกรถตระกูลเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร แต่สิ่งที่สร้างความแตกต่างคือแรงบิด 230 นิวตันเมตรที่มาแบบทันที แต่นุ่มนวลและต่อเนื่อง ถ้ารถ 1.5 – 2.0 ลิตร ยิ่งถ้าไม่ใ่ชไฮบริดเห็นบนถนนแล้วคิดจะดันวัดในแง่ของความแรงบอกเลยว่าไปลองคิดดูใหม่ แต่ในเรื่องของช่วงล่างถ้าทำให้มั่นใจได้มากกว่านี่ก็จะดีเยี่ยมเลย

สำหรับระยะการใช้งาน ตัวรถมีแบตฯ ความจุ 44.5 kWh ที่เคลมตามมาตรฐานการทดสอบในยุโรปว่าใช้งานได้ถึง 337 กก. แต่เอาเข้าจริงน่าจะใช้งานได้หลัก 200 กม. กว่าๆ เท่านั้น โดยขึ้นอยู่กับรูปแบบการขับขี่

MG ZS EV

ยกตัวอย่างเช่นในการทดสอบครั้งนี้ คันที่ผมนั่งนั้นอัด 4 คนบนระยะทางขาไป 132 กม. พลังงานเหลือ 26% ใช้ได้อีก 71 กม. ส่วนขากลับระยะทาง 134 กม. พลังงานคงเหลือ 17 % ใช้ได้อีก 51 กม. ตามที่แสดงบนหน้าจอ จะเห็นได้ว่าระยะการใช้งานจริงขึ้นอยู่กับรูปแบบการขับขี่ของเจ้าของแต่ละคนจริงๆ เพราะผมเผลอเปิดโหมด Sport ไว้นานในช่วงที่ขับกลับ ต่างจากช่วงขามาที่มีการใช้บ้างแต่อยู่ในโหมด Normal เป็นหลัก

เอาเข้าจริงน่าจะใช้งานได้หลัก 200 กม. กว่าๆ เท่านั้น

MG ZS EV

Kenetic Energy Recovery System

ระบบ KERS หรือKenetic Energy Recovery System ก็คือการ Regenerate พลังงานกลับเข้าไปในแบตฯ ใหม่อีกครั้งเมื่อเราถอนคันเร่งโดยมี 3 ระดับที่เลือกปรับได้ที่สวิทช์เหนือปุ่มควบคุมเกียร์ยิ่งระดับมากยิ่งดึงมาก

MG ZS EV

การใช้งานขับขี่ในเมืองแนะนำว่าควรเป็นระดับ 1 ที่ปล่อยให้รถไหลได้แบบเรื่อยๆ สบายๆ หากคุณชอบขับแบบไหลๆ เพราะการเปิดเลเวล 3 ในเมืองจะให้ความรู้สึกเหมือนคุณขับๆ เบรกๆ ตลอดเวลา พาลเอาผู้โดยสารร่วมทางอ้วกเอาได้

ส่วนระดับ 2 จะอยู่ตรงกลางใช้งานในเมืองก็ได้เดินทางก็ได้ เป็นระดับการดึงที่รู้สึกได้มากกว่าระดับ 1 อยู่ประมาณหนึ่งแต่ไม่ถึงขั้นที่จะดึงจนเวียนหัวเวลาที่ใช้งานในเมืองส่วนการขับขี่ทางไกลแต่ก็พอที่จะรู้สึกเหมือนเตะเบรกนิดๆ เท่านั้น

ผู้ขับขี่จะอารมณ์เหมือนการขับรถสันดาปฯ ที่ถอนแล้วมีเอ็นจิ้นเบรกมาดึงรถหนักๆ

MG ZS EV

ส่วนระดับ 3 คือระดับที่ระบบ KERS จะมีการชาร์จไฟกลับเข้าไปในแบตฯ เวลาถอนคันเร่งมากสุดแม้ไม่เหมาะกับการใช้งานในเมืองแต่เมืองขับขี่ทางไกลเจ้านี่ทำงานในดีเยี่ยม ไม่ใช่ในเชิงของการชาร์จไฟ แต่ในแง่ของการช่วยชะลอรถแทนการเหยียบเบรกซึ่งไม่ได้รบกวนผู้โดยสารมาก

ผู้โดยสารจะรู้สึกเหมือนเราเบรกเพื่อชะลอความเร็ว ส่วนผู้ขับขี่จะอารมณ์เหมือนการขับรถสันดาปฯ ที่ถอนแล้วมีเอ็นจิ้นเบรกมาดึงรถหนักๆ หน่อย ก่อนจะเหยียบเพื่อไปต่อได้แบบทันใจ ยกถอนชะลอ เหยียบเติมมาทันที ฝ่าสายธารการจราจรได้อย่างรวดเร็วแล้วเมื่อเจออุปสรรคหรือต้องการชะลออย่างรวดเร็วก็ย้ายเท้ามาเบรก

MG ZS EV

ส่วนเรื่องที่ว่าเจ้าระบบ KERS นั้นสร้างกระแสไฟกลับเข้าไปได้เท่าไร ต่างกันอย่างไรในแต่ละระดับ ตีเฉลี่ยเป็นกี่เปอร์เซนต์ ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณถอนคันเร่งบ่อยแค่ไหน อย่างน้อยช่วยสร้างพลังงานเพิ่มระยะได้หลักสิบก็โอเคแล้วแหละ แต่ถ้าให้ตอบแบบสัตย์จริง ผมไม่ทราบครับ

MG ZS EV

เด็ดที่สุดคงหนีไม่พ้น Adaptive Cruise Control

ระบบอิเล็กทรอนิกส์

นอกจากระเป็นรถไฟฟ้าแล้ว MG ZS EV ยังเป็นรถที่ใส่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกเอาไว้มากมายแต่ไฮไลท์เด็ดๆ ที่ระบบเซนเซอร์ที่เข้ามาช่วยด้านหน้า ด้านข้างและด้านหลัง

เด็ดที่สุดคงหนีไม่พ้น Adaptive Cruise Control ที่ทำงานได้จนถึงหยุดนิ่งและเคลื่อนที่ต่อได้ด้วยจ้า ตัว ACC ปรับระยะห่างจากรถคันหน้าได้ 3 ระดับ แสดงผลตำแหน่งรถคันหน้าบนจอมัลติฟังก์ชั่นตรงกลางของแดชบอร์ดว่าอยู่ในระดับใด

MG ZS EV

ก้านควบคุม ACCต้องใช้ความคุ้นเคยในการเล่นเนื่องจากซ่อนอยู่หลังพวงมาลัยใต้ก้านไฟเลี้ยวด้านซ้ายและยังมีปุ่มที่ท้ายห้านอีก การเข้าสู่โหมด ACC จะเริ่มที่ความเร็ว 30กม./ชม. ทำงานได้จนหยุดนิ่งจอดสนิทตามรถคันหน้าและเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่หน้าจอมัลติฟังก์ชั่นกลางจะแจ้งเตือนให้เหยียบคันเร่งเพื่อไปต่อโดยที่ ACCยังทำงานอยู่

MG ZS EV

Adaptive Cruise Control ยังทำงานร่วมกับ Lane Keep Assist ที่ตรวจจับเมื่อรถเคลื่อนออกจากเลนและช่วยประคองรถให้กลับเข้ามาอยู่ในเลน ทำให้ ACC เคลื่อนที่ไปในโค้งได้ไม่ทะลุแบริเออข้างทางแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะปล่อยมือได้เพราะรถจะเตือนมาจับพวงมาลัยสิเฮ้ย ทันที

MG ZS EV

นอกจากนี้ตัวรถยังมีระบบช่วยเหลือต่างๆ อีกมากมายภายใต้ชื่อ Advanced Synchonized Protection System ทั้งโครงสร้างตัวถังนิรภัย ถุงลม 6 จุด และ 9 Advanced Driver-Assistance System ใหม่ ดังนี้

  • ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผัน
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนถยนต์คันหน้าขณะขับขี่
  • ระบบช่วยเตือนรถออกนอกเลน
  • ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถออกนอกเลน
  • ระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลน
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา
  • ระบบแจ้งเตือนขณะถอยหลัง
MG ZS EV MG ZS EV

Charging System & Battery

เรื่องเดียวที่น่าเสียดายคือเรารู้สึกว่ารถยนต์ไฟฟ้าดันไม่ได้รับการผลักดันและสนับสนุนจากภาครัฐฯ เท่าที่ควรโดยเฉพาะในแง่ของการสร้างโครงข่ายสถานีชาร์จต่างๆ ซึ่งจุดนี้น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญทำให้หลายคนลังเลในการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า

ถ้าคุณซื้อมาใช้งานในชีวิตประจำวันขับ ไป-กลับ ที่ทำงานแค่ชาร์จที่บ้านก็ถือว่าเหลือเฟือสำหรับหนึ่งวัน

MG ZS EV

แต่ถ้าคุณซื้อมาใช้งานในชีวิตประจำวันขับ ไป-กลับ ที่ทำงานแค่ชาร์จที่บ้านก็ถือว่าเหลือเฟือสำหรับหนึ่งวันผ่าน Wall Box ชาร์จไฟบ้านแบบ AC ที่ MG แถมให้พร้อมฟรีค่าติดตั้งเฉพาะลูกค้าที่ซื้อรถภายในเดือนกันยายน 62 นี้ โดยเฉลี่ยแล้วค่าไฟต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งจะอยู่ราว 180 – 200 บาทคิดเป็นกิโลเมตรราว 0.4 – 0.7 สตางค์ต่อกิโลเมตรตามแต่ความหนักของเท้าท่าน

นอกจากแถมจุดชาร์จที่บ้านแล้วยังแถมประกันภัยชั้น 1 ประกันแบตฯ 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง เบ็ดเสร็จแล้วเฉพาะของแถมที่ให้ก็มีมูลค่าเฉียดแสนบาท ส่วนเรื่องสถานีชาร์จไฟนอกบ้านในปัจจุบันก็มี EA ที่ให้บริการจุดชาร์จตามที่ต่างๆ ที่เช็คและจองเวลาเข้าชาร์จได้ผ่านแอพฯ

MG ZS EV MG ZS EV

ในทริปนี้เราขับไปยังจุดชาร์จของ EA ที่ 7-11 แห่งหนึ่งในพัทยาใต้ซึ่งจุดนี้จะเป็นจุดที่จ่ายไฟแบบกระแสตรงหรือ DC ที่จะชาร์จจาก 0 – 80 % ได้ในเวลาครึ่งชม. หรือที่เราเรียกว่า Fast Charge ซึ่งนี้ล่ะคือสิ่งที่เราต้องการเพราะถ้าหากชาร์จด้วยไฟ AC แล้วจะต้องใช้เวลานานถึง 6.5 ชม. เลยทีเดียว โดย EA แจ้งว่าในอนาคตอันใกล้การชาร์จแบบ DC จะมีให้บริการอย่างแน่นอน

MG ZS EV MG ZS EV

แต่ก็ไม่ควรลุยน้ำเป็นระยะเวลานานแบบยี่สิบนาทีครึ่งชั่วโมง

ส่วนเรื่องแบตฯ ของตัวรถนั้นเป็นการติดตั้งเข้าไปใต้ท้องรถทำให้เราแอบคิดเล่นๆ ว่าในอนาคตน่าจะมีการยกแผงเปลี่ยนหรืออัพเกรดความจุแบตฯ ได้ไหมนะ ส่วนคนที่กังวลว่าแบตฯ ไว้ใต้ท้องเวลาลุยน้ำจะช็อตไหมชุดแบตฯ ลิเธียม-ไอออนได้รับการทดสอบตามมาตรฐาน IP67 ทุกลูกป้องกันการกระทบกระเทือน กันน้ำ กันฝุ่น เคยมีการทดสอบขับผ่านน้ำลึกราว 45 ซม. ได้แบบสบายๆ แต่ก็ไม่ควรลุยเป็นระยะเวลานานแบบยี่สิบนาทีครึ่งชั่วโมงอะไรขนาดนั้นนะคุณ

MG ZS EV

บทสรุป

เรื่องการสมรรถนะการขับขี่ ลบทุกอย่างที่เป็น MG ZS ทิ้งไปซะ นี่มันคืออีกระดับ อีกเทคโนโลยีการขับขี่ แม้จะมีเรื่องช่วงล่างที่เราอยากให้ดีกว่านี้จะได้ขับสนุกขึ้นอีก แต่เทียบราคาที่ 1.19 ล้านบาทกับสิ่งที่ได้มาเราว่าคือจดีย์อะ

ข้อดี

  • ราคาถูกสุดในตลาดเข้าถึงง่าย
  • สมรรถนะด้านพละกำลังที่แรงแบบรถไฟฟ้าแต่นุ่มนวล
  • ระบบช่วยเหลืออย่าง ACC ที่เพิ่มเข้ามาจาก MG ZS

ข้อสังเกต

  • ช่วงล่างที่ยังอยากให้ดีกว่านี้
  • การวางปุ่มฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ต้องใช้เวลาปรับตัว
  • สถานีชาร์จที่ยังไม่เพียงพอ
MG ZS EV

ข้อดีของการใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่าง MG ZS EV นอกจากความสนุกในอัตราเร่งที่ทันใจแล้ว ยังประหยัดค่าบำรุงรักษาในอะไหล่สิ้นเปลืองหลายอย่าง เพราะอย่างใน MG ZS EV จะเหลือแค่น้ำมันเกียร์ น้ำในระบบหล่อเย็นแบตฯ เท่านั้น แต่ในระยะยาวเองก็ต้องดูรายละเอียดอื่นๆ ประกอบด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของค่าแบตฯ หากเสื่อมสภาพ การดูแลเมื่อหมดประกันฯ การซ่อมบำรุงเทคโนโลยีต่างๆ ในอนาคต

MG ZS EV มีราคาจำหน่ายที่ 1.19 ล้านบาท

MG ZS EV

ขอบคุณบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จํากัด

บททดสอบโดย:Ken [Warodom C.]

ติดตามข่าวแวดวงยานยนต์ก่อนใครที่Autostation.com

เรื่องที่น่าสนใจ

Man - 22/03 - 10:29

หนีร้อนไปเที่ยวสวนน้ำ Scenical World เขาใหญ่ แบบสุด FUN [เฮ้ยป่ะ! EP.1]

เข้าหน้าร้อนแบบนี้ วิธีหนีร้อนที่ดีที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นการออกไปเล่นน้ำ!! โดยในวันนี้เราจะพากันไปที่ Scenical World เขาใหญ่ สวนน้ำและสวนสนุกน้องใหม่ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางความเขียวขจีและโอโซนแจ่มๆ ของเขาใหญ่ โดย Scenical World นอกจากจะมีสวนน้ำสุดอลังการแล้ว ยังมีในส่วนของสวนสนุกและเครื่องเล่นสุดหวาดเสียว ที่ต้องบอกว่า FUN สมกิมมิค กรี๊ดลั่นมันส์สนั่นเขา กันเลย....

Ken - 12/11 - 18:45

ยลโฉม Mazda CX-8 ครอสโอเวอร์เอสยูวี 3 แถว พรีเมี่ยม หรูหรา แถวสามนั่งได้สบาย

Mazda CX-8 ศักราชใหม่ของรถยนต์นั้งสามแถวครอสโอเวอร์เอสยูวีที่มีตัวเลือกที่นั่งทั้ง 6 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง เด็ดตรงความหรูพรีเมี่ยมและแถวสามที่นั่งได้ดี ตัวรถ Mazda CX-8 มีมิติที่ใหญ่กว่า CX-5 แบบเห็นได้ชัดและมีมิติตัวถังที่ยาวกว่า PPV ในตลาด  มีให้เลือกหลากรุ่นย่อย และที่นั่งภายในก็มีให้เลือกทั้งแบบ....

OakkyBear - 12/11 - 17:14

29 ร้านอาหาร ในเมืองไทยคว้า “ดาวมิชลิน” ประจำปี 2563

มิชลินจัดงานแถลงข่าวพร้อมประกาศรายชื่อร้านอาหารที่ได้รับรางวัล “ดาวมิชลิน” (MICHELIN Star) และ “บิบ กูร์มองด” (Bib Gourmand) พร้อมเปิดตัว “มิชลิน ไกด์ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ตและพังงา” ประจำปี 2563 ซึ่งเป็นคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักเป็นฉบับที่ 3....

SK - 12/11 - 15:30

ยืนยันไม่ขายแบรนด์ใดทิ้งหลังบรรลุแผนควบรวมกิจการ PSA และ FCA

หัวเรือใหญ่ของ PSA ออกมายืนยันว่าการควบรวมกิจการระหว่าง PSA และ FCA จะไม่ส่งผลใด ๆ ต่อทุกแบรนด์รถยนต์ที่อยู่ในเครือของทั้งสองบริษัท คาร์ลอส ตาบาเรส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ PSA กล่าวว่า หนึ่งในความท้าทายของการควบรวมกิจการคือการบริหารจัดการแบรนด์ที่มีอยู่เดิมให้สามารถทำตลาดในแต่ละประเทศและแต่ละเซกเมนท์ได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพสูงสุด “ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกแบรนด์ที่อยู่ภายใต้บริษัท PSA และ FCA....

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เขียนโดย

ชอบเดินทางไกล ไม่ชอบผู้คนพลุกพล่าน มาทำงานด้วยรถไฟ ฉึกกะฉึกกะฉึก ปู๊ป ปู๊ปปป ป!!

12/09/19 16:12

[IAA2019] รถไฟฟ้า MINI Cooper SE เดินทาง 400 กม. จากมิวนิคเข้าร่วมงานที่แฟรงค์เฟิร์ต

ก่อน

[IAA2019] พาชมมังกรผงาด Hongqi S9 และ E115 โชว์ตัวที่แฟรงค์เฟิร์ต

ต่อไป

next article

[IAA2019] พาชมมังกรผงาด Hongqi S9 และ E115 โชว์ตัวที่แฟรงค์เฟิร์ต