รีวิว All-New MG 5 ซิตี้คาร์ดีไซน์พรีเมียม อ็อพชั่นจัดเต็ม คุ้มเกินราคาจริงๆ

Review All New MG 5

หากจะพูดถึงรถซิตี้คาร์ที่มาแรงที่สุดในเวลานี้ คงต้องยกให้กับ All-New MG 5 ที่โดดเด่นที่สุด ทั้งในเรื่องของดีไซน์ภาพลักษณ์ที่ยกระดับมาเป็นอย่างดี และอ็อพชั่นที่จัดเต็ม ในราคาที่คุ้มค่าที่สุดในรถระดับเดียวกัน

สำหรับบทความนี้จะขอพูดถึงสมรรถนะการขับขี่ของซิตี้คาร์รุ่นใหม่นี้เป็นหลัก ซึ่งถ้าหากท่านอยากทราบสเปค และอ็อพชั่นทั้งหมดของตัวรถสามารถติดตามได้ที่ลิงค์ VDO Preview ด้านบน หรือในบทความ เปิดตัว All-New MG 5 อย่างเป็นทางการ เริ่ม 5.59 แสนบาทเท่านั้น

Review All New MG 5

สำหรับการทดสอบครั้งนี้ ทาง MG ได้เชิญทีมงาน Autostation ไปทดลองขับ All-New MG 5 ที่สนามทดสอบ MGD Driving Experience Center ซึ่งเป็นการทดสอบช่วงสั้นๆ ในสนามปิด และควบคุมมาตรการโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

แม้ว่าการมาทดสอบครั้งนี้ จะยังคงไม่เพียงพอต่อความต้องการที่อยากจะรู้สมรรถนะการขับขี่ทั้งหมดของตัวรถ แต่หลังจากได้สัมผัสก็ต้องบอกว่าซิตี้คาร์รุ่นใหม่นี้ มีสมรรถนะการขับขี่ที่ทำได้ดีกว่าที่คาดคิดไว้มากจริงๆ

โดยการทดสอบครั้งนี้ จะจัดเป็น Station ต่างๆ ภายในพื้นที่ของสนาม โดยมีให้ได้ขับแบบ Slalom, Lane Change, และ Handling ในโค้งต่างๆ ซึ่งสิ่งที่ MG 5 ใหม่ ถ่ายทอดออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากๆ ก็คือในเรื่องของระบบช่วงล่าง ที่ทาง MG คุยหนักคุยหนาว่าเป็นแบบ Euro Tuning Suspension ซึ่งจากที่ได้สัมผัสมาก็ต้องบอกว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ

Review All New MG 5

Review All New MG 5

ตัวรถเก็บอาการได้อยู่หมัด ไม่ว่าจะเข้าโค้ง หรือทำ Slalom ด้วยความเร็วที่เกินลิมิตที่ทาง MG กำหนดไว้ ซึ่งฟิลลิ่งของระบบช่วงล่างจะให้สัมผัสที่แน่น เฟิร์ม หนึบ และเกาะถนนใช่ได้เลย ในขณะที่ผู้ขับ และผู้โดยสารยังนั่งได้อย่างสบาย ไม่ถูกเหวี่ยงจนรู้สึกเวียนหัวแต่อย่างใด

Review All New MG 5

การซับแรงกระแทกบนรอยต่อถนนก็ถือว่าทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาการสะท้านขึ้นมาถึงพวงมาลัย และเบาะนั่งมีน้อยมาก ซึ่งถ้าเทียบกับระบบช่วงล่างรุ่นอื่นๆ ในระดับราคาเดียวกันก็ต้องบอกว่า MG 5 ใหม่ ทำได้ดีกว่า นั่งสบายกว่า แต่อาจจะไม่รองรับกับการขับขี่ที่สปอร์ตสักเท่าไหร่ ซึ่งจุดนี้ต้องไปว่ากันอีกทีในตอนนำมาทดสอบเดี่ยวขับใช้งานจริงยาวๆ

Review All New MG 5

ไม่ใช่แค่ระบบช่วงล่างเท่านั้นที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างโดดเด่น อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ทาง All-New MG 5 มีให้เหนือกว่าคู่แข่ง และช่วยในเรื่องของ Handling การขับขี่ก็คือ การปรับเซ็ทค่าของน้ำหนักพวงมาลัย ที่สามารถเลือกปรับได้ 3 ค่า ได้แก่

Review All New MG 5

  • เบา ซึ่งอันนี้น่าจะเหมาะกับคุณผู้หญิง การขับขี่ในเมือง หรือในที่แคบๆ
  • มาตรฐาน อันนี้คือค่าเริ่มต้น น้ำหนักค่อนข้างที่จะเบากว่ารุ่นอื่นๆ ในตลาดนิดหน่อย แต่ก็ให้การควบคุมที่ทำได้ง่าย
  • มั่นคง อันนี้ชื่อไทยอาจจะเชยไปนิด ขอเปลี่ยนให้เป็นสปอร์ตแทนละกัน พวงมาลัยจะมีความหนืด และหนักขึ้น ซึ่งช่วยให้การขับขี่ในความเร็วสูงมั่นคงกว่าเดิม แต่ในขณะเดียวกันการได้ลองใช้น้ำหนักพวงมาลัยแบบมั่นคงในการทดสอบครั้งนี้ ก็ถือว่าให้ฟิลลิ่งที่ขับสนุก อารมณ์เหมือนนั่งขับอยู่ในรถแข่งเลยทีเดียว

ซึ่ง MG 5 ใหม่ นั้น เขามาพร้อมกับระบบพวงมาลัยไฟฟ้า EPS และนั่นถือเป็นอีกหนึ่งจุดขายที่เหนือกว่ารุ่นอื่นๆ ในรถระดับเดียวกัน

Review All New MG 5

ส่วนทางด้านอัตราเร่ง จุดนี้ต้องยอมรับตามตรงว่าอาจจะไม่ใช่จุดขายของ MG 5 ใหม่ สักเท่าไหร่ แม้ว่าเราจะไม่ได้ทดสอบขับ 0-100 กม./ชม. หรือหา Top Speed มาให้เป็นข้อมูลที่ชัดเจนได้ก็ตาม แต่จากการที่ได้ลองสัมผัสแค่ในสนามทดสอบ ก็พอจะพูดได้ว่า ค่อนข้างอืด โดยเฉพาะช่วงออกตัว แต่ก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน

Review All New MG 5

ส่วนหนึ่งที่ทำให้หลายคนพูดถึงจุดสังเกตุตรงนี้เยอะ คงเป็นเพราะรถยนต์ในระดับ Eco Car จากคู่แข่งทั้ง 2 แบรนด์ ได้ใช้ขุมพลัง 1.0 Turbo กันแล้ว ซึ่งนั่นให้อัตราเร่งที่จัดจ้านกว่าอย่างเห็นได้ชัด แถมยังมีอัตราประหยัดน้ำมันตามมาตรฐาน Eco Sticker (23.3 กม./ลิตร) ซะด้วย ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ All-New MG 5 ยังเป็นรองอยู่

Review All New MG 5

แต่ถ้าตัดเรื่องขุมพลัง และอัตราเร่งออกไป ต้องบอกว่า นี่แหละคือซิตี้คาร์ที่น่าใช้มากๆ ใน พ.ศ. นี้ เพราะมีความคุ้มค่าคุ้มราคา อีกทั้งมิติตัวถังยังมีขนาดใหญ่สุดในรถระดับเดียวกัน (Eco Car – B Segment) ซึ่งทาง MG บอกว่านี่คือรถระดับ B+ Segment เพราะตัวถังนั้นมีขนาดเทียบเท่ากับรถในระดับ C-Segment เลยทีเดียว แต่ทว่าขุมพลังสำหรับตลาดประเทศไทย เป็นเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร N/A สมรรถนะ 114 แรงม้า แรงบิด 150 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด แบบ CVT ซึ่งก็เป็นเครื่องยนต์ตัวเดียวกับ MG ZS นั่นเอง

Review All New MG 5

Review All New MG 5

Review All New MG 5

ซึ่งทาง MG ตั้งใจใช้เครื่องยนต์บล็อคนี้มาประจำการ แทนที่เครื่องยนต์ 1.5 Turbo สมรรถนะ 180 แรงม้า ที่เปิดขายในประเทศจีน เพื่อปรับราคาให้ถูกลง และตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทยในยุคโควิด-19 ที่ต้องการรถที่หรูหราพรีเมียม อ็อพชั่นจัดเต็ม ในราคาที่คุ้มค่าที่สุด

Review All New MG 5

สำหรับ All-New MG 5 นั้น มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 559,000 บาท สำหรับรุ่น C ซึ่งก็ให้อ็อพชั่นที่เทียบเท่ากับรุ่นกลาง หรือรองท็อปในหลายๆ ค่ายเลยทีเดียว ส่วนรุ่นกลางคือ รุ่น D มีราคาจำหน่ายที่ 599,999 บาท ที่มีการขยับอ็อพชั่นให้คุ้มราคามากยิ่งขึ้น

Review All New MG 5

และรุ่นสูงสุดคือ รุ่น X ที่มีราคาจำหน่ายที่ 689,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นที่ทำยอดขายได้ดีที่สุดของโมเดลนี้ เพราะได้อ็อพชั่นที่จัดเต็ม ตั้งแต่อุปกรณ์ภายนอกที่เทียบชั้นระดับ C-Sengment แถมยังมีหลังคาซันรูฟมาให้พร้อม และดีไซน์ภายในที่หรูหรา จัดเต็มด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบายที่ครบครัน รวมไปถึงฟีเจอร์อันล้ำสมัยตามสไตล์ของ MG ไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการ i-Smart , ระบบกุญแจดิจิตอลคีย์ ที่ใช้โทรศัพท์มือถือเป็นกุญแจรถได้ แถมยังส่งต่อให้คนอื่นใช้งานได้ด้วย ซึ่งฟีเจอร์นี้เป็นสิ่งที่มีให้เฉพาะรถยนต์หรูค่ายยุโรป ที่มีระดับราคาเกิน 3 ล้านบาทขึ้นไป แต่ซิตี้คาร์ 6 แสนปลายๆ คันนี้มีให้

Review All New MG 5

ส่วนงานประกอบ และวัสดุของตัวรถนั้น หลังจากที่ได้ลองสัมผัสอย่างจริงจังก็ต้องบอกว่า MG โฉมใหม่นั้น มีงานประกอบที่ดีขึ้นในทุกจุด เหมือนแก้เกมจากรุ่นแรกๆ ที่ทำตลาดมากพอสมควร ซึ่งจุดนี้ก็น่าจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริโภคได้ดี ส่วนเรื่องปัญหาจุกจิกของตัวรถนั้นจากที่ติดตาม และสอบถามที่งาม MG ก็ต้องบอกว่าลูกค้าแฮปปี้มาก และยังไม่พบปัญหาใดๆ เกี่ยวกับตัวรถ ซึ่งปัจจุบัน MG 5 ใหม่ มียอดจองถล่มทลายถึง 3,200 คันหลังจากเปิดตัวเพียง 1 เดือน และขายไปแล้วกว่า 700 คัน ณ ตอนนี้

แท็กยอดนิยม

Man
Man
นักเขียนหุ่นหมี ทาสแมว ผู้ชอบกินปลาและนอนกลางวัน หลงใหลในเครื่องยนต์และการเดินทางท่องเที่ยวด้วยล้อกลมๆ ที่พร้อมจะสรรหาเรื่องราวเจ๋งๆ มาให้รับชมกัน

วีดิโอ