รีวิว All-New Chevrolet Captiva LT อเนกประสงค์มากขึ้น แต่เครื่องยังกระฉับกระเฉงไม่พอ | Full Review

เขียนโดย

เขียนเมื่อ 17/09/19 23:28

รีวิว All-New Chevrolet Captiva มาพร้อมความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ทั้งดีไซน์ใหม่ จัดกลุ่มเซกเมนต์ใหม่ รวมไปถึงเครื่องใหม่ กับค่าตัวเริ่ม 9.99 แสน

หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการในบ้านเราไปในวันที่ 9 กันยายน 2562 หลายท่านอยากทราบว่าการขับขี่เป็นอย่างไรบ้าง โดยรวมเป็นอย่างไรน่าสนใจหรือไม่ วันนี้เรามีคำตอบให้คุณ

โดยทริปนี้ผมรับหน้าที่ขับ All-New Chevrolet Captiva LT ราคา 1.099 ล้านบาท หรือรุ่นกลาง ซึ่งออปชั่นและความโดดเด่นหลัก ๆ จะอยู่รุ่น Premier เป็นส่วนใหญ่

แต่เอาเป็นว่าผมจะสรุปในตอนท้ายให้ฟังว่า ซึ่งที่เพิ่มเติมในรุ่น Premier มีอะไรบ้าง เพราะในแง่การขับขี่ไม่มีการปรับเปลี่ยนแต่อย่างใด

ดีไซน์

หากย้อนความไปถึง Captiva รุ่นก่อน ๆ แล้วเราคงทราบดีว่า ด้านรูปลักษณ์จะมาพร้อมความบึกบึน มิติตัวใหญ่โตกว่าใครเค้าเพื่อน บ่งบอกถึงความเป็น SUV เต็มขั้น

แต่สำหรับรุ่นนี้แล้วมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย โดยเซกเมนต์ที่ปรับเปลี่ยนไปจาก C-SUV เป็นกึ่งกลางระหว่าง C-SUV และ B-SUV (เอาง่าย ๆ คือรถเล็กลงในทุกมิตินั้นแหละ)

มิติตัวถังเล็กลงกว่ารุ่นก่อนทุกมิติ กว้าง x ยาว x สูง ( 4,655 x 1,835 x 1,760 มม.)

เข้าเรื่อง งานดีไซน์ด้านหน้าปรับเปลี่ยนใหม่ เสริมความดุดันมากยิ่งขึ้น กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ มาพร้อมไฟหน้าแบบ โปรเจคเตอร์และ Daytime Running Light

โดยชุดโคมไฟเรียวยาวด้านบนจะเป็นในส่วนของ ไฟ Daytime Running Light และ ไฟหน้าจะอยู่ในโคมกลม ๆ ด้านล่าง พร้อมไฟตัดหมอกหน้า

เห็นงานดีไซน์แบบนี้พาลให้คิดถึง Mitsubishi Xpander ยังไงไม่รู้ เส้นสายโดยรวมหากเทียบกันกับรุ่นก่อนถือว่ารุ่นนี้มีเหลี่ยมสันที่คมและชัดเจนกว่า

ด้านบนหลังคายังมาพร้อมตัวยึดแร็คหลังคามาให้ตามสไตล์รถอเนกประสงค์ ซึ่งถ้าเป็นตัว Premier จะเป็นหลังคาแบบพาโนรามิค ที่เป็นกระจกแทบจะ 90% มาให้อีกด้วย

ทุกรุ่นจะมาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว โดยรุ่น LS และ LT จะเป็นลวดลายแบบ 5 ก้านสีบรอนซ์ และรุ่น Premier จะเป็นลวดลาย 10 ก้านแบบทูโทน

รอบคันยังคงมาพร้อมการออกแบบด้วยวัสดุสีดำด้านตามแบบฉบับลงยกสูง ง่ายต่อการทำความสะอาดและคงทนกว่า

ถัดมาด้านท้ายแว๊บแรกที่เห็นงานดีไซน์ มันมีความคล้าย Audi Q5 อยู่บางประการเหมือนกัน แต่ขนาดโคมไฟท้ายที่เล็กกว่า เลยดึงสติกลับมาได้ว่ามัน All-New Chevrolet Captiva

เส้นสายยังคงชัดเจนจรดท้าย เสาอากาศแบบครีบฉลาม สปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่เสริมให้รถดูเต็มมากขึ้น ชุดโคมไฟท้ายดีไซน์คุ้นตาแบบ Full LED

ฝาท้ายไม่ใช่ระบบเปิด-ปิดแบบไฟฟ้าแต่อย่างใด กันชนท้ายตกแต่งแบบสีดำด้านเสริมด้วยไฟทับทิมแบบยาว ท่อไอเสียปลายสแตนเลสออกด้านซ้าย

ภายใน

เปิดประตูเข้ามาภายในจะพบกับห้องโดยสารที่โดดเด่ยเรื่องความโปร่งของ เฮดรูม รวมไปถึงแผนแดชบอร์ดที่ดีไซน์ให้การใช้งานต่าง ๆ อยู่แค่เพียงระดับอกเราเท่านั้น

จุดเด่นของรุ่นนี้อย่างแรกเลยคงจะหนีไม่พ้นจอทับสกรีนขนาดใหญ่ 10.4 นิ้ว ซึ่งนับว่าเป็นจอติดตั้งภายในรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในตลาด ณ ตอนนี้

ระบบการใช้งานที่สามารถสั่งจากจอกลาง Chevrolet Link มีตั้งแต่สั่งงานระบบเครื่องเสียง ที่เชื่อมต่อได้ทั้ง Bluetooth, USB, AUX, วิทยุ FM แต่รุ่นนี้ไม่มีช่องเสียบแผ่นซีดีมาให้

การใช้งานทัชสกรีนถือว่าลื่นไหลในระดับหนึ่ง มีอาการหน่วงบ้างเล็กน้อย แต่ถือว่าโดยรวมทำมาค่อนข้างดี ที่สำคัญกราฟฟิคต่าง ๆ ทำมาได้ดูดีทีเดียว

มาตรวัดสำหรับรุ่นนี้มี 2 แบบด้วยกัน โดยรุ่น LS, LT จะเป็นมาตรวัดเรื่องแสงสีขาวดีไซน์ตามแบบฉบับรถใช้งานทั่วไป แต่สำหรับรุ่น Premier จะเป็นแบบสีฟ้าเรืองแสงและเข็มวัดความเร็วรถจะหมุนทวนเข็มปกติ ก็ให้อารมณ์ที่แตกต่างขึ้น

ภายในดีไซน์โปร่ง นั่งแล้วรู้สึกสบายไม่อึดอัด แต่องศาการตั้งพวงมาลัยแปลกไปนิด

สำหรับพวงมาลัยเป็นแบบสามก้านสปอร์ต ระบบมัลติฟังก์ชั่นอยู่ด้านขวามือสำหรับควบคุมระบบเอ็นเตอร์เทรนเมนท์

งานดีไซน์แปลกไปนิด เมื่อลองขับครั้งแรกต้องปรับตัวอยู่สักพักเนื่องจากการความเอียงของพวงมาลัยมากกว่ารถปกติ รวมไปถึงกริ๊ปค่อนข้างยื่นออกมาทำให้เวลานิ้วโป้งไปจับจะรู้สึกไม่ค่อยลงตัว

ต่อมากันที่เบาะนั่งตอนหน้า ฟองน้ำหนานั่งสบาย มีปีกมารับสรีระเล็กน้อย ซึ่งรุ่น Premier เท่านั้นที่เบาะคนขับเป็นปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง นอกนั้นปรับมือทั้งหมด

เบาะแถวสองมองครั้งแรกคิดว่านั่งไม่สบายแน่ ๆ แต่พอได้ทดลองนั่งดูพบว่าสบายกว่าที่คิด แถมพับเอนได้มากพิเศษอีกด้วย เรียกได้ว่าเอนอีกนิดเดียวก็นอนได้เลย

ด้านเบาะแถวสาม สามารถนั่งได้ไม่ยากเย็นเท่าไรนัก แต่ถ้าเป็นคนตัวใหญ่อาจลำบากหน่อย ผมสูง 172 เซนติเมตร ยังนั่งได้อยู่ แต่ย้ำว่านั่งแค่ระยะทางสั้น ๆ เท่านั้น

เบาะแถวสามผู้ใหญ่นั่งได้ แต่แนะนำว่าเป็นระยะทางสั้น ๆ หากจำเป็นต้องนั่งไกลควรแวะปั๊มพักบ่อย ๆ หน่อย

แต่จุดไฮไลท์คือความอเนกประสงค์ เบาะแถวสามมาพร้อมปุ่มควบคุมระบบปรับอากาศ คมแรงลมแอร์ได้ มีช่องแอร์ให้ทั้ง 2 ด้าน รวมไปถึงช่องเสียบ USB มีให้รอบคันถึง 7 จุด!

ชุดเครื่องเสียงที่ทาง Chevrolet ชูคือ Infinity by Harman ทดลองฟังจริงโดดเด่นกว่ารถทั่วไปเล็กน้อย ไม่ได้หวือหวาแบบที่คาด ฉะนั้นโปรดอย่าคาดหวังเรื่องเครื่องเสียง

สมรรถนะ

เครื่องยนต์บล็อกใหม่เบนซินเทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลัง 143 แรงม้า ที่ 5,000 รอบต่อนาที แรงบิด 250 นิวตันเมตร ที่ 2,400 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมโหมด Shift Control + – 8 สปีด

ยังหวั่นใจอยู่เหมือนกันว่าจะไหวมั้ยสำหรับเครื่องขนาดนี้ หลังจากทดสอบพบว่าแรงบิด และการออกตัวตามที่คาดเลยคือไม่หวือหวา แถมออกไปทางช้าเล็กน้อยด้วยซ้ำ

ทดสอบทำความเร็ว 0-100 นั่งสามท่าน มีสัมภาระเล็กน้อย พบว่าใช้เวลาราว 14.3 วินาที เลยทีเดียว พอลองทดสอบในสภาพแวดล้อมเดียวกันแต่เปิดโหมด S ทำได้ดีขึ้น แต่ก็อยู่ราว 13.4 วินาที ถือว่าไม่แตกต่างกันมากมายนัก

อาการแรกที่พบคือเมื่อทดลองคิกดาวน์รถดูจากหยุดนิ่ง รถจะมีระยะเวลาราว 2-3 วินาที กว่าจะตัดสินใจส่งกำลังพุ่งทะยานออกไปซึ่งถือว่าใช้เวลาพอควร

เครื่อง 1.5 ลิตรเทอร์โบ ขับทางไกลไหวมั้ย ? ไหว..แต่ต้องปรับสภาพและชินกับอัตราเร่งสักหน่อย

ตั้งแต่ขับมาเส้นทาง กรุงเทพ-หัวหิน พบว่าระยะที่ต้องทำการเร่งแซง ต้องกะระยะเผื่อดี ๆ เลย เพราะแรงบิด 250 นิวตันเมตร ก็จริง แต่ถ้ามองในส่วนตัวผมถือว่าช้าไปนิด

จุดเด่นคงจะหนีไม่พ้นการเซ็ตระบบช่วงล่าง การขับขี่ในความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถือว่าหนึบแน่น และทำมาได้อย่างดี การซับแรงต่าง ๆ ทำให้ขับขี่ได้มั่นใจ

แต่หลังจากนั้นคุณจะพบว่าการเข้าโค้งด้วยความเร็วประมาณ 100 กิโลเมตร มีความหวิวอยู่พอสมควร นอกจากนี้การเซ็ตน้ำหนักพวงมาลัยไฟฟ้าในช่วงความเร็วต่ำเบามาก

เบาขนาดที่ว่าสามารถหมุนด้วยนิ้วเดียวยังสบาย ๆ เลย แต่ถ้ามองในแง่ดีคือขับขี่ในเมืองสะดวกคุณผู้หญิงขับขี่ได้ง่ายดาย (แต่ถ้าเซ็ตให้มีน้ำหนักมากกว่านี้สักนิดจะเพอร์เฟคเลยเชื่อผม)

สรุปความน่าใช้

สำหรับ All-New Chevrolet Captiva ทางเรื่องสมรรถนะ หากถามผมว่าเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบเป็นไง ผมมองว่า ขับขี่แบบเรื่อย ๆ สบาย ๆ ไม่น่ามีปัญหาแต่อย่างใด แม้จะนั่งโดยสารเต็ม 7 ที่นั่ง + สัมภาระก็ตาม

แต่ถ้าต้องการเร่งแซง หรือคุณเป็นคนเท้าหนักอยากให้มาทดลองขับกันดู เพราะว่าอาจจะไม่เร้าใจคุณเท่าไรนัก อาการเร่งแบบตื้อ ๆ รวมไปถึงน้ำหนักพวงมาลัยในความเร็วต่ำเบาไปนิด

ด้านการเซ็ตช่วงล่างอันนี้ขอชื่นชม ความเร็วต่ำทำได้ดีมาก หนึบแน่น แต่ความเร็วสูงต้องระวังนิดนึง เพราะการโยนตัวระหว่างเข้าโค้งมีมากทีเดียว รวมไปถึงระยะเบรกที่ต้องเผื่อระยะสักเล็กน้อย

ส่วนเรื่องความอเนกประสงค์คันนี้จัดเต็มทั้งในแง่ดีไซน์ ที่โปร่ง หลังคาสูง เบาะแถวสองนั่งสบาย แถวสามพอนั่งได้ แต่มีแอร์มาให้ทุกจุดกับ USB ก็พอหักล้างกันไป

ยิ่งถ้าเป็นรุ่น Premier จะมีหลังคาแบบ พาโนรามิคกระจกแทบจะเต็มหลังคา ช่วยเรื่องความโปร่งและหรูหรา แต่ก็แลกมากับความร้อนที่มากขึ้น อย่างที่รู้ ๆ ว่าบ้านเราแดดแรงขนาดไหน

ท่านั่งของผู้ขับขี่ หากนึกไม่ออก รุ่นนี้จะใกล้เคียงกันกับการนั่งเก้าอี้ ที่มีการบุนุ่มด้วยฟองน้ำแบบหนา นั่งสบาย แต่ขัดเรื่ององศาของพวงมาลัยไปนิดนึง

หลังจากลองขับมา 2 วันเต็ม ๆ รู้สึกส่วนตัวว่า All-New Chevrolet Captiva ไม่ใช่รถ SUV อย่างที่คุ้นเคยกันอีกต่อไป เพราะรุ่นนี้ได้ฟิลความเป็น MPV มากกว่าเสียแล้ว

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคงจะหนีไม่พ้นราคา ทำตลาด 3 รุ่นด้วยกันดังนี้

  • LS ราคา 999,000 บาท
  • LT ราคา 1,099,000 บาท
  • Premier ราคา 1,199,000 บาท

มองในมุมผมหากคุณไม่แคร์เรื่อง ล้ออัลลอยสปอร์ตทูโทน, กล้อง 360องศา, หลังคาพาโนรามิค, Cruise Control, เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง, หน้าปัดมาตรวัดดีไซน์พิเศษ , พวงมาลัยหุ้มหนัง

คุณเลือก LT ได้เลย แต่ถ้าอยากได้สุดจัดเต็ม ไหน ๆ ก็เสียตังทั้งที ออปชั่นเต็ม ๆ จบ ๆ Premier ก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเพราะราคา 1.199 ล้านเท่านั้น

ข้อดี

  • ราคาน่าสนใจ
  • นั่งสบายทุกที่นั่งโดยเฉพาะเบาะแถวสอง
  • อเนกประสงค์ทุกที่นั่ง ช่องแอร์+USB มีสำหรับเบาะทุกแถว

ข้อสังเกต

  • พวงมาลัยเบามากในความเร็วต่ำ
  • อยากได้ขุมพลังที่คล่องตัวกว่านี้
  • ช่วงล่างยังไม่เหมาะกับการขับด้วยความเร็วสูง

ก็อยู่ที่คุณเลือกแล้วละครับว่าต้องหากออปชั่นขนาดไหน แต่ถามผมตัวท็อปสุดหรือ Premier ก็ไม่ขี้เหร่กับค่าตัวไม่ถึง 1.2 ล้านบาท

หรือถ้าเป็นแบรนด์อื่น ๆ ก็คงเทียบยากหน่อย เพราะรุ่นนี้ถือเป็นรถ เซกเมนต์ใหม่ ที่ผมยังยืนยันคำเดิมว่า มันเหมาะกับการเป็น MPV ไปซะแล้วสำหรับ All-New Chevrolet Captiva รุ่นนี้

ขอขอบคุณบริษัท จีเอ็ม และเชฟโรเลต เซลส์ ประเทศไทย สำหรับทริปทดสอบครั้งนี้

ทดสอบและเขียนรีวิวโดย Peerapat.h

ข่าวรถยนต์ เที่ยงตรง ฉับไว ก่อนใคร Autostation

เรื่องที่น่าสนใจ

Man - 27/11 - 12:58

รีวิวกระบะ New MG Extender 2.0 DC ตัวท็อปยกสูงขับ 4 ค่าตัว 1.029 ล้าน

รีวิว New MG Extender กระบะพันธุ์ยักษ์ น้องใหม่ในท้องตลาด โดยคันที่เราได้ร่วมบินมาทดสอบนี้นั้นเป็นรุ่น 2.0 DC Grand 4WD X ค่าตัว 1.029 ล้านบาท ซึ่งเป็นท็อปไลน์สุดที่จำหน่ายในบ้านเรา ซึ่งต้องบอกว่าเจ้า New MG....

SK - 11/12 - 10:00

ผู้บริหารระดับสูง Audi ชี้ล้อที่มีขนาดใหญ่กว่า 23 นิ้ว “ไร้ประโยชน์”

ล้ออัลลอยเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนสำคัญของรถยนต์ที่ยิ่งมีขนาดใหญ่จะยิ่งให้ความสวยงาม แต่ผู้บริหารระดับสูงของ Audi มองว่าถ้าใหญ่เกินไปก็จะไร้ประโยชน์ มาร์ก ลิกเต ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบของ Audi เปิดเผยว่าล้ออัลลอยขนาด 23 นิ้วที่ใช้กับรถเอสยูวีสมรรถนะสูง Audi RS Q8 รุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวนั้น “ใกล้ถึงขีดจำกัดเต็มทีแล้ว” และล้อที่มีขนาดใหญ่กว่านี้ถือว่า “ไม่มีประโยชน์อีกต่อไป” รถเอสยูวีตัวท็อป....

SK - 11/12 - 08:51

หนุ่มอเมริกันเปิดโหมด Autopilot ใน Tesla ก่อนชนท้ายรถตำรวจพังยับ

ชายชาวอเมริกันเปิดโหมดขับขี่กึ่งอัตโนมัติ Autopilot ในรถ Tesla Model 3 ของตนเอง ทำให้รถพุ่งชนท้ายรถตำรวจที่จอดข้างทางจนพังเสียหายยับเยิน อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นบนถนนหลวงอินเตอร์สเตท 95 ในรัฐคอนเนกติกัต สหรัฐอเมริกาในช่วงเช้ามืดของวันเสาร์ที่ 7 ธันวาคมผ่านมา ผู้ขับขี่รถซีดานพลังงานไฟฟ้า Model 3 ยอมรับว่าเขาเปิดโหมด Autopilot....

SK - 11/12 - 06:54

ซีอีโอ GM ไม่เห็นด้วย แตกแบรนด์ Corvette เป็นซับแบรนด์ทำตลาดรถอเนกประสงค์

หัวเรือของ General Motors หรือ GM แสดงความไม่เห็นด้วยแต่ก็ไม่ปิดโอกาสในการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อ Corvette ในอนาคต แมรี่ บาร์ร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ GM เปิดเผยว่าบริษัทฯ จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถ้าจะทำตลาดซับแบรนด์ Corvette เหมือนกับที่คู่แข่งอย่าง Ford ใช้แบรนด์ Mustang....

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เขียนโดย

โอตะผู้ทำงานหาเงินมาเปย์ไอดอลโดยเฉพาะ ผ่านประสบการณ์ด้านวงการรถยนต์มาอย่างโชกโชน อยากรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับรถ ถามได้! ตอบได้! เอ้ยยยย

17/09/19 23:28

สำนักโยธา แจงผิว สะพานอโศก-เพชร พังจากน้ำมันเครื่องปั่นไฟซึมบนพื้นผิวช่วงปิดซ่อม

ก่อน

กลัวแมสเกินไป Ferrari ไม่มีแผนขยายการผลิตเพิ่มเติม

ต่อไป

next article

กลัวแมสเกินไป Ferrari ไม่มีแผนขยายการผลิตเพิ่มเติม