รีวิว 2020 Mazda CX-30 รถเอสยูวีที่คุ้มค่าและน่าใช้ยิ่งกว่า Mazda 3?

เขียนโดย

เขียนเมื่อ 21/01/20 16:25

2020 Mazda CX-30 เป็นรถอเนกประสงค์ระดับซีเซกเมนท์ที่รื้อกระบวนทัศน์ของการจัดวางตำแหน่งการตลาดใหม่ เนื่องจากเบียดลงช่องว่างระหว่าง CX-5 และ CX-3 ที่จำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน

CX-30 ผสมผสานความเป็นรถอเนกประสงค์เข้ากับสไตล์การออกแบบที่สง่างามโดยถ่ายทอดเอกลักษณ์ดีไซน์ Evolved Kodo แบบเดียวกับ Mazda 3 รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นการพัฒนาอีกขั้นต่อยอดจาก Kodo แบบดั้งเดิมที่เราพบได้ใน Mazda 3 รุ่นก่อนหน้าและ Mazda 2 รุ่นปัจจุบัน

เช่นเดียวกับตำแหน่งการตลาด มิติตัวถังของ CX-30 อยู่ตรงกลางระหว่าง CX-3 และ CX-5 รองรับผู้โดยสารผู้ใหญ่ 4 คน แน่นอนว่าการเป็นรถเอสยูวีทำให้มีทัศนวิสัยที่กว้างไกล และโครงสร้าง Skyactiv-Vehicle Architecture มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมเช่นกันซึ่งเราจะพูดถึงกันภายหลัง

รูปลักษณ์ภายนอกเปี่ยมด้วยความปราดเปรียวและโฉบเฉี่ยวภายใต้แนวคิด “Sleek and Bold” ทีมนักออกแบบเขย่ารวมสัดส่วนที่สวยงามเข้ากับฟังก์ชั่นใช้งานที่สะดวกสบายในห้องโดยสารที่กว้างขวางและพื้นที่จัดเก็บสัมภาระที่รองรับการใช้งานอย่างเต็มที่

ส่วนล่างของรอบตัวรถติดตั้งวัสดุกันกระแทกสีดำที่กลมกลืนไปกับตัวถัง ไฟหน้า LED พร้อมรูปทรงกระบอกภายในตัวโคมที่ดูสปอร์ตและดึงดูดสายตา มีระบบเปิดปิดอัตโนมัติ ไฟเลี้ยวเป็นแบบ LED ที่มีแพทเทิร์นไล่ระดับชวนให้นึกถึงการเป็นสิ่งมีชีวิตที่ตื่นตัวตลอดเวลา ไฟท้ายและไฟตัดหมอกหลังเป็นแบบ LED

มิติตัวถังมีความยาว 4,395 มม. กว้าง 1,795 มม. และสูง 1,540 มม. ส่วนระยะฐานล้ออยู่ที่ 2,655 มม. ขณะที่ระยะห่างจากพื้น 175 มม. น้ำหนักตัวถังของรุ่นดีเซลอยู่ที่ 1,514 กก. ส่วนรุ่นเบนซินเบากว่าโดยอยู่ระหว่าง 1,441 – 1,453 กก.

ขณะที่สัดส่วนของ Mazda CX-3 มีความยาว 4,275 มม. กว้าง 1,765 มม. สูง 1,535 มม. ฐานล้อ 2,570 มม. และระยะห่างจากพื้น 160 มม. น้ำหนักตัวถัง 1,303 – 1,335 กก. ขณะเดียวกัน เมื่อเทียบกับ Mazda 3 แล้ว CX-30 มีขนาดสั้นกว่า 65 มม. และมีฐานล้อสั้นกว่า 70 มม. ส่วนความกว้างเท่ากัน

ระบบเบรกเป็นแบบดิสก์เบรกระบายความร้อนที่ด้านหน้าและดิสก์เบรกหลังแบบปกติ ล้ออัลลอยรุ่นเริ่มต้นใช้ขนาด 16 นิ้ว หุ้มด้วยยาง 215/65 R116 ส่วนรุ่นบนมีขนาด 18 นิ้ว สวมทับด้วยยาง 215/55 R18 ระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นแบบแม็คเฟอร์สัน สตรัท ด้านหลังแบบทอร์ชั่นบีม รัศมีวงเลี้ยวแคบสุดอยู่ที่ 5.3 เมตร

สีสันภายนอกมีให้เลือกสรรกันถึง 8 สี ได้แก่ สีแดง Soul Red Crystal, สีเทา Machine Gray, สีดำ Jet Black, สีน้ำเงิน Deep Crystal Blue, สีเงิน Sonic Silver, สีขาวมุก Snowflake White Pearl, สีน้ำตาล Titanium Flash และสีเทา Polymetal Gray Metallic

ภายในห้องโดยสารเน้นความหรูหราเหนือระดับ มีโครงสร้างและดีไซน์เหมือนกับรุ่น Mazda 3 รุ่นใหม่ที่เปิดตัวจำหน่ายในบ้านเราตั้งแต่ปีที่แล้วและได้เสียงตอบรับอย่างยอดเยี่ยม การออกแบบเน้นโฟกัสที่ผู้ขับขี่โดยเฉพาะตามแนวคิด Jinba-Ittai ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกเป็นส่วนเดียวกับตัวรถ

พื้นที่จัดเก็บสัมภาระภายในห้องโดยสารของ CX-30 มีความจุ 430 ลิตร (มากกว่า Mazda 3 เล็กน้อยซึ่งอยู่ที่ 358 ลิตร) ประตูบานท้ายที่มีระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติด้วยไฟฟ้าสามารถเปิดได้กว้าง 1,020 มม. และความสูง 731 มม. ช่วยให้นำสัมภาระเข้า-ออกด้านท้ายได้สะดวกยิ่งขึ้น

อุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายครบครัน ระบบเชื่อมต่อบลูทูธ ระบบล็อกความเร็ว หน้าจอแสดงผลสำหรับผู้ขับขี่ TFT ขนาด 7 นิ้ว ระบบปรับอากาศอัตโนมัติดูอัลโซน เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้าในรุ่นบน เบาะหลังพับได้ 60/40 ระบบอินโฟเทนเมนท์เชื่อมต่อแอปเปิล คาร์เพลย์และแอนดรอยด์ ออโต้แสดงผลผ่านจอ 8.8 นิ้ว เครื่องเสียงมาตรฐานลำโพง 8 ตัว พอร์ท USB ทั้งด้านหน้า และใต้ที่วางแขนบริเวณคอนโซลกลาง ตลอดจนกล้องมองหลัง

เครื่องยนต์รุ่นเบนซิน Skyactiv-G 2.0 เป็นบล็อก 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร DOHC 16 วาล์ว VVT พละกำลังสูงสุด 164 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 213 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที ขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ Skyactive-Drive แบบ 6 สปีด อัตราบริโภคน้ำมัน 6.4 ลิตรต่อ 100 กม. หรือประมาณ 15.6 กม.ลิตร ความเร็วสูงสุด 196 กม.ต่อชม.

ขณะที่รุ่นขุมพลังดีเซล Skyactiv-D 1.8 ใช้บล็อก 4 สูบ ความจุ 1.8 ลิตร DOHC 16 วาล์ว VVT มอบพละกำลังสูงสุด 116 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 270 นิวตันเมตรที่ 1,600 – 2,600 รอบต่อนาที ขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ Skyactive-Drive แบบ 6 สปีด อัตราบริโภคน้ำมัน 4.9 ลิตรต่อ 100 กม. หรือ 20.4 กม.ต่อลิตร

ระบบความปลอดภัยมาตรฐานภายใต้แพ็คเกจ i-Activsense ได้แก่ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง ทั้งคู่หน้า หัวเข่าที่คนขับ ด้านข้าง และม่านนิรภัย มีระบบ Anti-Lock Braking System (ABS), Dynamic Stability Control (DSC), Traction Control System (TCS), Emergency Stop Signal (ESS) และ Hill Launch Assist (HLA)

CX-30 รุ่นบนยังมาพร้อมอ็อปชั่นความปลอดภัยอีกเพียบ ทั้ง Driver Attention Alert (DAA), Adaptive Front-Lighting System (AFS), High Beam Control (HBC), Blind Spot Monitoring (BSM) with Rear Cross-Traffic Alert (RCTA), Lane Departure Warning System (LDWS) with Lane-Keep Assist System (LAS), Front & Rear Smart Brake Support (SBS) และ Mazda Radar Cruise Control (MRCC)

ทดลองขับกันเลย

เราเริ่มต้นการทดสอบขับขี่ด้วยรุ่นดีเซลเทอร์โบ 1.8 ลิตร ความคิดแรกหลังจากได้สัมผัสแรกรุ่นดีเซลก็คือควรหลีกเลี่ยงแล้วหันไปเลือกรุ่นเบนซินแทน เนื่องจากพละกำลังเพียง 116 แรงม้าถือว่าน้อยเกินไป ถึงแม้การควบคุมจะทำได้ดีและมีความสะดวกสบาย แต่รุ่นเครื่องยนต์เบนซินตอบสนองได้ดีกว่าเยอะ

ข้อเสียเปรียบของรุ่นดีเซลก็คือน้ำหนักตัวที่มากกว่ารุ่นเบนซินถึง 61 กก. แต่แรงม้าน้อยกว่า 48 ตัว ยิ่งถ้าได้เปลี่ยนจากรุ่นดีเซลไปขับรุ่นเบนซินโดยทันทีก็จะยิ่งเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน

ขณะเดียวกัน CX-30 เบนซินยังให้การขับขี่ที่เงียบสงบกว่า และมีการเลี้ยวที่เฉียบคมมากกว่าเนื่องจากน้ำหนักตัวที่เบากว่า

ถึงแม้จะเป็นรถเอสยูวี แต่ CX-30 ยังให้ประสบการณ์ขับขี่แบบที่เรียกว่า Jinba-Ittai ตามที่พูดถึงข้างต้น คุณสามารถรู้สึกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของตัวรถ โดยสามารถเปลี่ยนเลนกลางโค้งได้สบาย หรือวิ่งไปบนพื้นผิวขรุขระในโค้งได้โดยที่ตัวรถไม่รู้สึกโคลงมากนัก

ช่วงล่างด้านหลัง (แบบทอร์ชั่นบีม) ทำผลงานได้อย่างดีเลิศในการควบคุมตัวรถทั้งการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าและการเลี้ยวโค้ง แรงสั่นสะเทือนและความรู้สึกที่สะท้อนขึ้นมาถึงพวงมาลัยไม่กระด้างแต่นุ่มนวลให้ความรู้สึกน่าประทับใจทัดเทียมหรือบางครั้งเหนือกว่ารถพรีเมียมสัญชาติยุโรปด้วยซ้ำไป

เครื่องยนต์เบนซินที่รีดพละกำลัง 164 แรงม้าไม่ได้แรงเร้าใจแบบกระชากวิญญาณ แต่เมื่อผสมผสานกลมกลืนไปกับความสมดุลของการขับขี่ แค่นั้นก็ทำให้ผู้ขับยิ้มออกมาได้แล้วกับประสบการณ์ที่ได้รับหลังพวงมาลัย

อย่างไรก็ตาม ถ้าเทียบกับ Mazda 3 แล้ว แน่นอนว่ารถยนต์นั่งซีดานหรือแฮทช์แบ็กย่อมมอบแฮนดลิ่งและการขับขี่ที่เหนือกว่า ถ้าพูดเป็นตัวเลขให้เห็นกันชัด ๆ ก็คือถ้าเปรียบเทียบสมรรถนะการขับขี่ของ Mazda 3 อยู่ที่ 100% รถเอสยูวี CX-30 ถอดแบบบุคลิกมาจาก Mazda 3 ได้ราว 80%

เมื่อเทียบกับ Toyota C-HR แล้ว CX-30 ยังเป็นรองอยู่เล็กน้อยในแง่ของแฮนดลิ่ง การควบคุม และความสะดวกสบาย แต่ C-HR ถูกตัดคะแนนในด้านพละกำลังเครื่องยนต์ ขณะที่รถเอสยูวีของ Mazda ไม่เป็นสองรองใครในแง่ของขุมพลัง

จุดด้อยของ CX-30 คือเบาะนั่งด้านหลังที่คับแคบ ไม่สามารถแข่งขันกับ Honda HR-V ได้ อีกทั้งยังไม่สามารถปรับเอนพนักพิงเบาะได้เหมือนกับรถอเนกประสงค์จาก Honda อย่างไรก็ตาม Mazda ปลอบใจผู้ใช้ด้วยการติดตั้งช่องแอร์ด้านหลังมาให้ใน CX-30

เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูงบนถนนหลวงทางไกล CX-30 ค่อนข้างเงียบ มีเสียงลมเล็ดลอดเข้ามาก็ต่อเมื่อขับขี่เหนือกว่าความเร็วที่กฎหมายกำหนด Mazda ทำได้ดีในการจำกัดเสียงรบกวนทั้งจากเครื่องยนต์และลม

บทสรุปเบื้องต้นหลังจากการขับขี่ Mazda CX-30 ไม่ได้ทำให้เกิดการเปรียบเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกันเท่านั้น แต่ยังทำให้ผู้ซื้อเกิดความลังเลระหว่าง CX-30 และ 3 ด้วยเช่นกัน แต่กระนั้น รถเอสยูวีรุ่นใหมนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความพรีเมียมและความอเนกประสงค์ที่เพิ่มเข้ามาอีกหน่อยเมื่อเทียบกับรถยนต์นั่งซีดานและแฮทช์แบ็ก

ที่มา: เว็บไซต์ www.wabcar.my

ติดตามข่าวแวดวงยานยนต์ก่อนใครที่ Autostation.com

เรื่องที่น่าสนใจ

Man - 09/12 - 13:27

รีวิว Mitsubishi Triton 2.4 GT Premium ตัวท็อปขับสี่ ค่าตัว 1.099 ล้าน

รีวิวให้ชมกันกับ Mitsubishi Triton Double Cab 4WD 2.4 GT Premium 6AT ตัวท็อปสุดในรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ ชูจุดเด่นมาด้วยการดีไซน์ตามหลัก Advance Dynamic Shield ที่เสริมลุคโฉบเฉี่ยวทันสมัยยิ่งขึ้น เครื่องยนต์เองมาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 L....

Cokey - 13/02 - 17:35

Miami Tuner 1016 อวดชุดแต่ง คาร์บอนไฟเบอร์ฟอร์จ สำหรับ Lamborghini Urus

อย่างดุ! ชุดแต่งรอบคันใหม่เสริมให้ Lamborghini Urus ดุดันมากขึ้นเป็นกอง ด้วยพาร์ทรอบคันคาร์บอนไฟเบอร์ฟอร์จ จาก Miami Tuner 1016 สำนักแต่ง Miami Tuner 1016 เปิดตัวชุดแต่งใหม่สำหรับ Super SUV อย่าง Lamborghini....

Tlewiki - 13/02 - 17:12

XPANDER ฉุดยอดขายมิตซูบิชิ มาร์เก็ตแชร์ 8.8% แผนเปิดรถใหม่ 7 รุ่น

มิตซูบิชิอัพเดทยอดขายรถปี 62 XPANDER กับ TRITON ดันยอดรวม 8.8 หมื่นคัน ส่วนแบ่งตลาด 8.8% เตรียมเปิดรถใหม่ทั้งหมด 7 รุ่น หวังปี 63 ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเป็น 9% มร.โมะริคาซุ ชกกิ....

SK - 13/02 - 16:00

Mercedes-Benz คอนเฟิร์มเปิดตัว S-Class ใหม่ พร้อมรถพลังงานไฟฟ้า EQA ภายในปีนี้

Mercedes-Benz ประกาศยืนยันว่าจะเปิดตัวรถซีดานพรีเมียม All-New S-Class รุ่นใหม่และรถพลังงานไฟฟ้าอีกหลายรุ่นภายในปีนี้แน่นอน Daimler บริษัทแม่ของ Mercedes-Benz แถลงข่าวเปิดเผยผลประกอบประจำปี 2019 ที่ผ่านมา โดยผลกำไรลดลงถึง 64% หรือราว 5 พันล้านยูโร เนื่องจากต้องลงทุนพัฒนาระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าและไฮบริด ถึงแม้ยอดขายรถยนต์ของค่ายตราดาวจะยังคงเป็นผู้นำตลาดพรีเมียมก็ตาม นอกเหนือจากการแถลงตัวเลขผลประกอบการ....

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เขียนโดย

ทำงานตามคำแนะนำ "Write the truest sentence that you know." ของ 'ปาป้า เฮมิงเวย์'

21/01/20 16:25

MEA ร่วมมือเดลต้า พัฒนา "แอปพลิเคชัน MEA EV" เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายแก่ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

ก่อน

ชาวเบอร์ลินประท้วงต้าน Tesla สร้างโรงงานแห่งใหม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

ต่อไป

next article

ชาวเบอร์ลินประท้วงต้าน Tesla สร้างโรงงานแห่งใหม่ทำลายสิ่งแวดล้อม