รถใหม่เตรียมเปิดตัวในไทยครึ่งปีหลัง Toyota RAV4 – All-New Mazda BT50 – Suzuki XL7 นำทัพ

วิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 กำลังคลี่คลาย คอรถยนต์เตรียมตัวพบกับรถใหม่หลายรุ่นที่จะทยอยเปิดตัวในประเทศไทย นำโดย All-New Mazda BT50 ที่จะปรากฎโฉมในช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้

รถยนต์รุ่นใหม่ที่เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในบ้านเราในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ยังมีทั้งรถเอสยูวีสุดสวยอย่าง Toyota RAV4, รถอเนกประสงค์ Suzuki XL7 และ Isuzu MU-X ไปจนถึงรถยนต์ระดับพรีเมียมอย่าง Mercedes-Benz E-Class ไปชมรายละเอียดเบื้องต้นของแต่ละรุ่นกันเลย

All-New Isuzu MU-X

ต่อเนื่องจากการเปิดตัว Isuzu D-Max พร้อมสโลแกนสุดอลังการ “พลานุภาพพลิกโลก” เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ตามกำหนดการปกติ MU-X รุ่นใหม่จะต้องคลอดตามออกมาโดยเว้นระยะห่างจากฝาแฝดกระบะราวปีครึ่งแต่คาดว่าด้วยตลาดรถยนต์ที่ซบเซาและการเผยโฉม Toyota Fortuner ไมเนอร์เชนจ์ที่มาพร้อมการปรับปรุงเครื่องยนต์ใหม่ ทำให้ Isuzu ต้องขยับตัวกระตุ้นยอดขายเช่นกันด้วยการนำเสนอรถพีพีวีรุ่นใหม่ออกมาโดยเร็ว

MU-X รุ่นใหม่จะมาพร้อมรูปลักษณ์แบบเดียวกับ D-Max  ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากและรั้งบัลลังก์ผู้นำตลาดรถกระบะเมืองไทยในปัจจุบัน คาดว่าขุมพลังขับเคลื่อนจะใช้เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2 ขนาด เริ่มต้นด้วยรุ่น 1.9 ลิตร DOHC Commonrail Direct Injection พละกำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ที่ 1,800 – 2,600 รอบต่อนาที

อีกหนึ่งรุ่นคือเครื่องยนต์ดีเซล พร้อมเทอร์โบแปรผันแบบครีบ VGS และ Intercooler ขนาด 3.0 ลิตร พละกำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 3,600 รอต่อนาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,600 รอบต่อนาที

All-New Mazda BT-50

กำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยของ All-New Mazda BT-50 ได้รับการยืนยันแล้วว่าจะมีขึ้นในช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้อย่างแน่นอน โดยสายการผลิตจะย้ายจากโรงงาน Auto Alliance Thailand หรือ AAT ในจังหวัดระยองไปผลิตที่โรงงานของ Isuzu ในประเทศไทย  โดยจะพัฒนาบนพื้นฐานเดียวกับ Isuzu D-max

ขุมพลังขับเคลื่อนของ BT-50 ใหม่ก็จะหยิบยืมจาก D-max เช่นกันโดยมีให้เลือก 2 เครื่องยนต์ เริ่มจากดีเซล 1.9 VGS Turbo และดีเซล 3.0 VGS Turbo พละกำลังอยู่ระหว่าง 150 – 190 แรงม้า ส่วนจะมีการปรับจูนเพิ่มเติมหรือไม่นั้นต้องติดตามชมกันต่อไป

สำหรับรูปลักษณ์ภายนอกของ BT-50 จะถูกออกแบบตามเอกลักษณ์ KODO Design หรือคล้ายคลึงกับรถยนต์นั่งสุดหล่ออย่าง Mazda 3 และ Mazda CX-30 ซึ่งจะทำให้ BT-50 มีความหล่อเฟี้ยวฟ้าวอย่างแน่นอน

สำหรับตัวถังจะมีทั้งแบบตอนเดียว แบบ 2 ประตู และแบบ 4 ประตูเช่นเดิม

Suzuki XL7

Suzuki XL7 หรือ Ertiga เวอร์ชั่นเอสยูวีเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในโลกที่อินโดนีเซียเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยสเปกแดนอิเหนามีทั้งหมด 3 รุ่นย่อย เริ่มต้นที่ Zeta รุ่นกลาง Beta และรุ่นท็อป Alpha ราคาจำหน่ายเคาะเริ่มที่ 230 ล้านรูเปียห์หรือประมาณ 5.23 แสนบาทไปจนถึง 267 ล้านรูเปียห์หรือราว 6.07 แสนบาท

คาดว่าลูกค้าชาวไทยจะได้เลือกใช้รถอเนกประสงค์โมเดลนี้จำนวน 3 รุ่นย่อยเช่นกัน หัวใจขับเคลื่อนของ XL7 เป็นเครื่องยนต์ K15B บล็อก 4 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศ พละกำลัง 105 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 138 นิวตันเมตรที่ 4,400 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีดหรือเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ขับเคลื่อนล้อหน้า

รูปลักษณ์ภายนอกทันสมัยและแฝงความบึกบึนตามสไตล์รถเอสยูวีสำหรับการใช้งานในเมือง มีแผงกันกระแทกรอบคัน สกิ๊ดเพลทที่บั้นท้าย ติดตั้งราวหลังคา ล้ออัลลอยทูโทน 16 นิ้ว ไฟหน้าและเดย์ไลท์ LED รวมถึงไฟท้ายเป็นแบบ LED combination

ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยสีดำ มีที่วางแขนทั้งเบาะหน้าและหลัง บนคอนโซลมีหน้าจอทัชสกรีนอินโฟเทนเมนท์ขนาด 8 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบ 3 ก้าน และมีหน้าจอแสดงผลดิจิทัลบนมาตรวัด

Toyota RAV4

หนึ่งในรถเอสยูวีที่หลายคนรอคอยมากที่สุด Toyota RAV4 กำลังจะเปิดตัวออกสู่ตลาดบ้านเรา โดยคาดว่าจะมาพร้อมเครื่องยนต์ Dynamic Force ขนาด 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร พละกำลัง 173 แรงม้า แรงบิด 207 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติซีวีที

รูปลักษณ์ภายนอกโดดเด่นด้วยความโมเดิร์นและสปอร์ตโฉบเฉี่ยว ไฟหน้า LED ไฟเดย์ไลท์และไฟท้าย LED ไฟตัดหมอกทรงกลม ประตูท้ายไฟฟ้าสั่งงานด้วยระบบแฮนด์ฟรี และล้ออัลลอยแบบ 5 ก้านขนาด 18 นิ้ว

ภายในห้องโดยสารมีหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ระบบปรับอากาศดูอัลโซน มีช่องแอร์หลัง เบาะหุ้มหนังปรับไฟฟ้าที่เบาะผู้ขับขี่ มาตรวัดเป็นจอดิจิทัลขนาด 7 นิ้ว สำหรับระบบความปลอดภัยจะมีแพ็คเกจ Toyota Safety Sense มาให้อย่างแน่นอนสำหรับรถเอสยูวีระดับนี้

เพื่อนบ้านของเราอย่างมาเลเซียกำลังจะได้ใช้ RAV4 ใหม่เช่นกัน ซึ่งมีสีตัวถังทั้งหมด 6 สี ได้แก่ น้ำเงิน Dark Blue Mica ซึ่งเป็นสีฮีโร่ มีสีแดง Red Mica สีขาว White Pearl Crystal Shine สีเงิน Silver Metallic สีเทา Grey Metallic และสีดำ Attitude Black

เหลืออย่างเดียวที่ต้องติดตามกันต่อไปคือราคาจำหน่ายที่จะสามารถดึงดูดลูกค้า Honda CR-V ให้หันมาสนใจได้หรือไม่

Mercedes-Benz E-Class

ปิดท้ายด้วยยนตรกรรมเยอรมัน Mercedes-Benz E-Class ซึ่งเผยโฉมรุ่นปรับปรุงใหม่ครั้งใหญ่ออกสู่ตลาดโลกในเดือนมีนาคมท่ามกลางการแพร่ระบาดของ Covid-19 จนทำให้การเปิดตัวที่งานเจนีวา มอเตอร์โชว์ต้องถูกยกเลิกและเปลี่ยนเป็นการแนะนำผ่านช่องทางออนไลน์แทน

E-Class facelift บิ๊กไมเนอร์เชนจ์ได้รับการปรับปรุงรูปลักษณ์ใหม่ที่เน้นความทันสมัยยิ่งขึ้น ทั้งไฟหน้า แผงกันชนหน้าและกระจังที่มีขนาดกว้างกว่าเดิม ขณะที่ไฟท้ายแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงแต่ก็มีขนาดเรียวบางลงนอกจากนี้ยังมีกันชนหลังชุดใหม่

ไฮไลท์อยู่ที่ภายในห้องโดยสารติดตั้งระบบอินโฟเทนเมนท์ MBUX รุ่นใหม่ 10.25 นิ้วและมาตรวัดดิจิทัลที่ได้รับการปรับปรุงกราฟฟิกขนาด 10.25 นิ้วเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และมีขนาด 12.3 นิ้วเป็นอ็อปชั่นเสริม หน้าจอทั้งคู่รองรับการปรับแต่งได้ตามรสนิยมของผู้ใช้ สั่งงานได้ผ่านการสัมผัสจอ ผ่านทัชแพดบนคอนโซลกลาง ผ่านการสั่งด้วยเสียงหรือการเคลื่อนไหวมือ

ระบบขับเคลื่อนมีให้เลือกทั้งแบบปลั๊กอินไฮบริด เบนซินและดีเซลรวมทั้งหมด 7 รุ่น โดยพละกำลังของเครื่องยนต์เบนซินอยู่ระหว่าง 156 – 367 แรงม้า ดีเซลมีเรี่ยวแรง 160 – 333 แรงม้า

สำหรับในประเทศไทย ปัจจุบัน Mercedes-Benz E-Class มีให้เลือก 6 รุ่นย่อย เริ่มจาก E 350 e Avantgarde ราคา 2,900,000 บาท ไปจนถึง E 300 e AMG Dynamic ราคา 3,770,000 บาท การเปิดตัวรุ่นไมเนอร์เชนจ์จะมีการจำหน่ายรุ่นย่อยอะไรบ้างนั้นต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด

กลับหน้าหลัก Autostation.com

แท็กยอดนิยม

SK
SK
ทำงานตามคำแนะนำ "Write the truest sentence that you know." ของ 'ปาป้า เฮมิงเวย์'

วีดิโอ