เบนซ์อวดยอด จดทะเบียนไตรมาส 1 ในไทย 3,178 คัน พร้อมเผยยอดขายทั่วโลก 5.9 แสนคัน

เบนซ์อวดยอด จดทะเบียนไตรมาส 1 ในไทย 3,178 คัน พร้อมเผยยอดขายทั่วโลก 5.9 แสนคัน ด้านรถไฟฟ้า EQA สุดฮอตหลังไม่นานเปิดตัวลูกค้าจองแล้ว 20,000 คัน

เบนซ์อวดยอด

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประกาศตัวเลขยอดขายทั่วโลกในไตรมาส 1 ของปี 2564 มีตัวเลขอยู่ที่ 590,999 คัน เพิ่มขึ้น 22.3% เป็นผลมาจากยอดขายในประเทศจีนและสหรัฐอเมริกา รวมถึงความต้องการที่สูงขึ้นอย่างมากในกลุ่มรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนจากแบตเตอรี่ โดยในยุโรปยอดขายรถยนต์  1 ใน 4 ภายใต้แบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์และแบรนด์สมาร์ท เป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (xEV)  ส่วนในตลาดโลก รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้า 100% มีสัดส่วน 10% ของยอดขายทั้งหมด หรือประมาณ 59,000 คัน ในจำนวนนี้ เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% จำนวน 16,000 คัน

EQS

สำหรับรถยนต์รุ่น EQA  ที่เพิ่งเปิดตัวในเดือนมกราคมที่ผ่านมา มียอดจองประมาณ 20,000 คัน นับเป็นสัญญาณที่ดีในการเริ่มต้นปีสำหรับแบรนด์ Mercedes-EQ ซึ่งเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าของเมอร์เซเดส-เบนซ์สำหรับปี 2564 ซึ่ง EQA มีกำหนดส่งมอบไปตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคม 2564 

มร.บริตตา ซีเกอร์ กรรมการในคณะกรรมการบริหารเดมเลอร์ เอจี และเมอร์เซเดส-เบนซ์ เอจี  ซึ่งกำกับดูแลงานด้านการตลาดและการขาย เผยว่า นอกเหนือจากรถยนต์รุ่น EQS, EQB และEQE เมอร์เซเดส-เบนซ์ จะนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องในปี 2564 โดยเปิดตัวรถในกลุ่มรถไฟฟ้าใหม่อีก 3 รุ่น รวมเป็น 6 รุ่น และล่าสุดเราได้นำเสนอรถยนต์ EQS ในฐานะรถยนต์รุ่นแฟลกชิพของเรา ซึ่งเราเชื่อมั่นว่า จะเป็นรถยนต์ที่ผู้ใช้ทั่วโลกจะชื่นชอบเป็นอย่างยิ่ง และจะเป็นรุ่นที่พลิกประสบการณ์การขับขี่ รวมถึงเรื่องการเชื่อมต่อกับบริการต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น และจะยังเตรียมนำเสนอรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่ราว 30 รุ่นจนถึงสิ้นปีนี้

เบนซ์อวดยอด

สำหรับตลาดในประเทศไทย มร. โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การฟื้นตัวของตลาดรถยนต์ลักชัวรีในไทย ในไตรมาสแรกของปี 2564 มาจากความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั้งในเรื่องนวัตกรรม บริการที่ยอดเยี่ยม ตลอดจนวิสัยทัศน์ในการสร้างสรรค์ยานยนต์ รวมถึงเครือข่ายดิจิทัลของเทคโนโลยีแห่งอนาคต ทั้งหมดนี้ส่งผลให้เมอร์เซเดส-เบนซ์มียอดขายรถยนต์ที่จดทะเบียนที่กรมการขนส่งทางบกแล้วทั้งสิ้นถึง 3,178 คัน ครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 ของกลุ่มรถยนต์ลักชัวรี ยังเป็นผลมาจากการที่เราสามารถเพิ่มปริมาณรถยนต์ให้เพียงพอต่อการส่งมอบในเดือนมีนาคม โดยยังรวมถึงการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ออกมาได้อย่างหลากหลายรุ่นมากที่สุดในตลาดรถยนต์ไทย โดยรถที่ได้ความนิยมสูงอยู่ในกลุ่มรถยนต์ Mercedes-AMG รถยนต์เอสยูวี และกลุ่มรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด 

ทั้งนี้ ยอดขายในไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ ยังไม่รวมยอดจองในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2021 ที่ผ่านมา ซึ่งเมอร์เซเดส-เบนซ์มียอดจองเป็นอันดับ 1 ของตลาดรถยนต์ลักชัวรีด้วยเช่นกัน และเช่นเดียวกับในตลาดโลก เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) มีแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ 15 รุ่น ซึ่งรวมถึงรถยนต์รุ่นปลั๊กอินไฮบริดอีกหลายรุ่นด้วย 

Mercedes-Benz E-Class

สำหรับตัวเลขยอดขายในแต่ละภูมิภาคของ เมอร์เซเดส-เบนซ์นั้น  ตลาดเอเชีย-แปซิฟิกเพิ่มขึ้น 46.6% เป็นผลมาจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศจีนที่มีการส่งมอบรถยนต์ 222,520 คันในไตรมาสที่ 1 คิดเป็นการเติบโตถึง 60.1% เฉพาะในเดือนมกราคมที่ผ่านมาสร้างสถิติยอดขายถึงเกือบ 100,000 ภายในเวลาเพียง 1 เดือน ขณะที่ในยุโรป ท่ามกลางการมาตรการล็อกดาวน์ต่อเนื่องในช่วงต้นปีนี้ ทำยอดขายได้สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้วคือเพิ่มขึ้น 1.8% 

เบนซ์อวดยอด

เยอรมนี มียอดขาย 54,446 คัน ลดลง 15.4% ตลาดอเมริกาเหนือมียอดขายรวม 88,318 คัน เพิ่มขึ้น 12.5% ในจำนวนนี้ 78,256 คัน เป็นรถยนต์ที่ส่งมอบในตลาดสหรัฐอเมริกา เพิ่มขึ้น 15.5% นอกจากนี้ ในตลาดสหรัฐอเมริกาเป็นแชมป์ยอดขายสูงสุดของตลาดรถยนต์ลักชัวรีในไตรมาสแรกอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ยอดขายทั่วโลก ระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคม เฉพาะแบรนด์ Mercedes-Benz มีตัวเลข 581,270 คัน รถยนต์ในกลุ่ม S-Class เพิ่มขึ้น 17% กลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ SUV เพิ่มขึ้น 54.3% รถยนต์รุ่น E-Class เพิ่มขึ้น 23.9% สำหรับกลุ่มไฟฟ้าขนาดเล็กแบรนด์สมาร์ท (Smart) มียอดขายรวม 9,729 คัน มีอัตราการเติบโตรวมสูงถึง 65.9% จากความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในเยอรมนี  

กลับหน้าหลัก Autostation.com

แท็กยอดนิยม

Avatar
KRINJUN
แรงบันดาลใจในชีวิต คือ กินอิ่ม นอนหลับ โทรศัพท์ โอนเงินได้

วีดิโอ