เปิดตัว MG HS เอสยูวีหรู ขุมพลัง 1.5 เทอร์โบ 162 แรงม้า เคาะราคาเริ่มต้น 9.19 แสนบาท

เปิดตัวอย่างเป็นทางการ MG HS คอมแพคเอสยูวีไซส์ใหญ่ มาพร้อมการดีไซน์แตกต่าง หรูหราผิดหูผิดตา ขุมพลังเบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบ 162 แรงม้า ออปชั่นแน่นคัน ค่าตัว 9.19 แสนบาทถึง 1.119 ล้านบาท

เปิดตัวอย่างเป็นทางการเรียบร้อยสำหรับรถยนต์ คอมแพคเอสยูวีพี่ใหญ่ของค่าย หลังจากที่แอบให้ สื่อมวลชนไปทดสอบแบบพอเป็นน้ำจิ้มมาก่อนหน้านี้ กดอ่านได้ที่นี่ ที่ต้องบอกเลยว่าดีไซน์ภายในสวยและดูดีผิดหูผิดตาเพื่อนร่วมแบรนด์

MG HS ออกจำหน่ายทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น C รุ่น D และรุ่นสูงสุด คือ รุ่น X พร้อมสีตัวถังทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีแดง Scarlet Red สีขาว Arctic White สีดำ Black Knight และ สีเงิน Silver Metallic

มิติตัวถังของ MG HS มีขนาดใหญ่ (ใหญ่กว่า ZS) ด้วยการดีไซน์ใหม่ทั้งหมด แต่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็น MG ไว้โดดเด่นด้วยเส้นสายตัวถังแบบ British Shoulder Line ที่เน้นเรื่องความโค้งมนของตัวรถ กระจังหน้าดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ MG ซึ่งมาพร้อมแนวคิด Stella Magnetic Field ได้แรงบันดาลใจมาจากกลุ่มดาวบนท้องฟ้า

ไฟหน้าแบบ LED Projector พร้อมไฟเดย์ไลท์ และไฟท้ายแบบ Space Light Field นอกจากนี้ยังมาพร้อมไฟเลี้ยวทั้งด้านหน้าและหลังที่แสดงผลไล่ระดับแบบ Sequential พร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ในรุ่น D และ X และล้ออัลลอยด์ขนาด 17 นิ้ว ในรุ่น C

ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้มีความโค้งมนโอบรับสรีระ พร้อมการเล่นระดับมีสไตล์และตกแต่งด้วยวัสดุภายในที่ให้ผิวสัมผัสนุ่มนวล ทั้งบริเวณคอนโซลหน้า และแผงประตูทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

เบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้ารูปทรงบั๊กเก็ตซีท สีดำสลับแดง มีส่วนหุ้มด้วยวัสดุ Alcantara (เฉพาะรุ่น X) ในขณะที่เบาะหลังนั่งสบายปรับพับได้แบบ 60:40 พร้อมพนักพิงปรับองศาได้และที่วางแขนขนาดใหญ่ แสงไฟในห้องโดยสารแบบ Interactive Ambient Light ที่มีแสงต้อนรับทันทีที่เปิดประตูและสามารถปรับโทนแสงภายในห้องโดยสารได้มากถึง 64 เฉดสี รวมทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนแบบอัตโนมัติตามโหมดการขับขี่ พร้อมหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา (Panoramic Sunroof) ขนาดใหญ่ 1.1 ตารางเมตร

สิ่งอำนวยความสะดวกในขณะขับขี่ ประกอบด้วยหน้าจอแสดงผลที่มาตรวัดแบบ Interactive Multi – Function Display ขนาด 7 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลทั้งเรื่องการขับขี่ ระบบความปลอดภัย ระบบความบันเทิง และระบบนำทาง พร้อมหน้าจอหลักแบบ Smart Touchscreen ขนาด 10 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกส่วนดูอัลโซนและช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง พร้อมกุญแจระบบ Smart Key และปุ่มสตาร์ท นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งฝากระโปรงท้ายระบบไฟฟ้า (Electric Liftgate)

ขุมพลังเป็นเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ TST (Twin Clutch Sportronic Transmission) แบบ 7 สปีด ให้พละกำลังสูงสุด 162 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่ 250 นิวตัน-เมตร ในรอบต่ำ 1,700 รอบต่อนาที

สามารถทำความเร็ว 0 ถึง 100 ได้ในเวลาไม่ถึง 10 วินาที พร้อมรองรับน้ำมัน E85 โดยรุ่น X มาพร้อมปุ่มปรับโหมดการขับขี่ที่สามารถปรับรูปแบบการขับขี่ได้ถึง 4 โหมด คือ โหมด Normal สำหรับการขับขี่แบบทั่วไป โหมด Eco เพื่อการประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น โหมด Sport เพื่อเพิ่มความสนุกในการขับขี่ และโหมด Custom ที่สามารถเลือกรูปแบบการขับขี่ได้ตามต้องการ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมปุ่ม Super Sport บนพวงมาลัยที่ช่วยเร่งพลังการขับขี่ให้แรงขึ้น เพิ่มอารมณ์การขับขี่ที่เร้าใจยิ่งขึ้น

ช่วงล่างตามแบบ Euro Tuning Suspension ด้านหน้าแบบ MacPherson Strut และช่วงล่างด้านหลังแบบ Multi-link ที่รองรับการขับขี่ในสภาพถนนที่หลากหลาย

แน่นอนว่า MG HS ยังมาพร้อมฟังก์ชั่น i-SMART ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่กับรถสามารถสื่อสารกันได้ เพื่อความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ผ่านระบบสั่งการได้ด้วยเสียงภาษาไทย

ระบบความปลอดภัยประกอบด้วยโครงสร้างตัวถังนิรภัย FSF (Full Space Frame) ที่แข็งแกร่ง ระบบควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง CBC (Curve Brake Control) ระบบลดความเสี่ยงที่จะทำให้รถพลิกคว่ำ ARP (Anti Rolling Program) ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System) และมีอีก 4 ระบบที่ช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากมุมอับสายตา ประกอบด้วย

  • ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warning)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist)
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)
  • ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)

รวมไปถึงระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Advanced Driver Assistance Systems (ADAS) อีก 7 ระบบประกอบด้วย

  • ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-Beam Control)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าในขณะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
  • ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถจะออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane Keep Assist)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)

นอกจากนี้ ยังเสริมความปลอดภัยด้วยถุงลมนิรภัย 6 จุด และมีกล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ (3D Around View Monitor)

MG HS เปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่โชว์รูม MG ทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 28 กันยายนนี้ และทยอยส่งมอบให้ลูกค้าภายในช่วงปลายปีนี้เป็นต้นไป

สำหรับราคาจำหน่ายของ New MG HS มีดังนี้ (ในวงเล็บคือราคาพิเศษสำหรับ 1,000 คันแรก)

MG HS รุ่น X ราคา 1.119 ล้านบาท (ราคาพิเศษ 1.085 ล้านบาท)

MG HS รุ่น D ราคา 1.019 ล้านบาท (ราคาพิเศษ 9.85 แสนบาท)

MG HS รุ่น C ราคา 9.19 แสนบาท (ราคาพิเศษ 8.85 แสนบาท)

ติดตามข่าวแวดวงยานยนต์ก่อนใครที่ Autostation.com

แท็กยอดนิยม

Cokey
Cokeyhttp://www.autostation.com
โอตะผู้ทำงานหาเงินมาเปย์ไอดอลโดยเฉพาะ ผ่านประสบการณ์ด้านวงการรถยนต์มาอย่างโชกโชน อยากรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับรถ ถามได้! ตอบได้! เอ้ยยยย

วีดิโอ