[IAA2019] เผยโฉม Land Rover Defender รุ่นใหม่ล่าสุด คืนชีพรถออฟโรดในตำนาน

เขียนโดย

เขียนเมื่อ 11/09/19 09:16

Land Rover เผยโฉม All-New Land Rover Defender รุ่นใหม่ที่งานแฟรงค์เฟิร์ต มอเตอร์โชว์ 2019 พร้อมกับคำนิยามว่าเป็นรถออฟโรดที่ทันสมัยที่สุดในโลก

Defender รุ่นใหม่พัฒนาบนแพลตฟอร์ม D7x เตรียมออกจำหน่ายจริงในช่วงต้นปีหน้าด้วยรุ่น Defender 110 ซึ่งรองรับผู้โดยสารแบบ 5+2 ที่นั่ง หลังจากนั้นในช่วงปลายปีจะตามมาด้วยรุ่นฐานล้อสั้น Defender 90 และรุ่น Commercial

ค่ายรถจากเมืองผู้ดีเคลมว่า Defender รุ่นใหม่เป็นรถสไตล์ออฟโรดที่แข็งแกร่งที่สุดและมีศักยภาพมากที่สุดเท่าที่เคยผลิตมา รูปลักษณ์ภายนอกยังคงเอกลักษณ์ของแบรนด์ไว้อย่างเต็มเปี่ยม แต่ถูกปรับปรุงเพื่อให้เข้ากับยุคใหม่ทั้งการมีโอเวอร์แฮงหน้าและหลังที่สั้น ทำให้สามารถไต่ข้ามอุปสรรคต่างๆ ได้สบาย บั้นท้ายมียางอะไหล่แบบคลาสสิก

ถึงแม้เส้นสายในภาพรวมจะดูล้ำสมัยมากขึ้น แต่ก็ยังแฝงด้วยความบึกบึนด้วยซุ้มล้อที่มีสันขอบชัดเจนและช่วงข้างตัวรถที่บึกบึน ไฟหน้าและไฟท้ายทรงตั้งเป็น LED ล้ออัลลอยมีให้เลือกตั้งแต่ 18 นิ้วไปจนถึง 22 นิ้ว แถมยังมีลวดลายถึง 12 แบบเลยทีเดียว สีตัวถังภายนอกประกอบด้วยสีเมทัลลิก Tasman Blue, Pangea Green และ Gondwana Stone รวมถึงสีปกติ Fuji White, Eiger Grey, Santorini Black และ Indus Silver

ภายในห้องโดยสารแตกต่างจากรุ่นเดิมอย่างสิ้นเชิงเพราะประกอบด้วยเทคโนโลยีครบครัน ทั้งเรือนไมล์ดิจิทัล หน้าจอทัชสกรีนกลางคอนโซล การแสดงผลเฮดอัพดิสเพลย์เทคโนโลยี Land Rover Electronic Vehicle Architecture (EVA 2.0) ซึ่งรองรับการอัพเดทไร้สาย Software-Over-The-Air (SOTA) สวิทช์แบบดั้งเดิมถูกปรับลดจำนวนลงอย่างมีนัยสำคัญ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นควบคุมระบบอินโฟเทนเมนท์ได้อย่างปลอดภัย

ที่น่าสนใจก็คือรุ่น Defender 110 มีอ็อปชั่นรองรับผู้โดยสาร 3 คนที่เบาะแถวหน้า จึงปรับเลย์เอาท์เบาะได้ทั้งแบบ 5 ที่นั่ง 6 ที่นั่ง และ 5+2 ที่นั่ง ขณะที่รุ่น Defender 90 รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 6 คน เบาะหลังสามารถพับได้เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ ส่วนหลังคายังมีอ็อปชั่นแบบผ้าใบ Folding Fabric สำหรับการขับขี่เปิดหลังคารับลมสไตล์แอดเวนเจอร์ อีกทั้งยังมีอุปกรณ์เสริมอีกมากมาย

ความสูงจากพื้นอยู่ที่ 291 มม. ซึ่งถือว่าน่าประทับใจ มีมุมไต่ มุมคร่อม มุมจากอยู่ที่ 38, 28 และ 40 องศาตามลำดับ โดยสามารถลุยน้ำลึกได้ที่ 900 มม. ส่วนศักยภาพการลากจูงทำได้ถึง 3,720 กก.

Defender ยังเป็นรถรุ่นแรกที่มาพร้อมระบบ Configurable Terrain Response เอื้อให้ผู้ขับขี่สามารถปรับเซ็ทตัวรถให้เหมาะกับเส้นทางออฟโรดที่กำลังจะลุยไปข้างหน้า โดยมีระบบ Center Slip Limited and Center และ Rear Slip Limited รวมถึง Wade Sensing, Land Rover All-Terrain Progress Control และ ClearSight Ground View ซึ่งล้วนช่วยให้ฟันฝ่าอุปสรรคได้อย่างง่ายดาย

ในตลาดสหรัฐอเมริกา ลูกค้าจะได้ใช้เครื่องยนต์ 2 ทางเลือก เริ่มต้นจากเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ เทอร์โบชาร์จ 300 แรงม้า (PS) อัตราเร่ง 0-96 กม.ต่อชม. ใน 7.7 วินาที

และรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ 3.0 ลิตร Mild-Hybrid Electric Vehicle (MHEV) พ่วงเทอร์โบชาร์จ รีดพละกำลัง 400 แรงม้า แรงบิด 550 นิวตันเมตร เร่งจาก 0-100 กม.ต่อชม. ใน 6.1 วินาที ทั้งสองเครื่องยนต์ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ ZF แบบ 8 สปีด และเกียร์ทรานส์เฟอร์แบบ 2 สปีด

สำหรับตลาดยุโรปจะได้ใช้เครื่องยนต์ดีเซลอีก 2 รุ่นซึ่งมีความจุกระบอกสูบ 2.0 ลิตรทั้งคู่ แต่มีพละกำลังแตกต่างกัน เริ่มที่ 200 แรงม้า และรุ่นสูงสุด 240 แรงม้า ส่วนรุ่นปลั๊กอินไฮบริดจะตามมาในปีหน้า

ระบบความปลอดภัยอิเลคโทรนิคประกอบด้วย Adaptive Cruise Control และ Rear Pre-Collision Monitor, Rear Traffic Monitor, Clear Exit Monitor, Emergency Braking, Lane Keep Assist, Traffic Sign Recognition, Driver Condition Monitor และระบบช่วยจอด

ราคาจำหน่ายของ 2020 Land Rover Defender เริ่มต้นที่ 49,900 เหรียญสหรัฐในอเมริกา และ 45,240 ปอนด์ในประเทศอังกฤษ

ติดตามข่าวแวดวงยานยนต์ก่อนใครที่Autostation.com

เรื่องที่น่าสนใจ

SK - 17/09 - 07:00

ผู้บริหาร McLaren ชี้สร้างรถเอสยูวีเพื่อไล่ล่ายอดขาย “ไม่ใช่เรื่องดี”

ผู้บริหารระดับสูงของ McLaren ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การพัฒนารถเอสยูวีเพื่อกระตุ้นยอดขายเพียงอย่างเดียวอาจทำให้ภาพลักษณ์แบรนด์เสียหายได้ ปัจจุบัน การเติบโตของตลาดรถเอสยูวีทั่วโลกทำให้หลายบริษัทรถพรีเมียม ตั้งแต่ Lamborghini และ Rolls-Royce ไปจนถึง Ferrari และ Aston Martin หันมาสร้างรถอเนกประสงค์เพื่อแบ่งแย่งส่วนแบ่งตลาดกันอย่างคึกคัก เหลือเพียงไม่กี่แบรนด์ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของตนเอง หนึ่งในนั้นคือ McLaren ที่ยืนยันหลายครั้งว่าจะไม่ทำตลาดรถเอสยูวีแน่นอน....

Cokey - 17/09 - 00:13

เปิดตัว Suzuki Vitara Brezza เคาะราคา 7.67 แสนรูปี หรือราว 3.27 แสนบาท ในอินเดีย

เปิดตัว Suzuki Vitara Brezza ซับ-คอมแพคครอสโอเวอร์มาพร้อมขุมพลังดีเซล 1.3 ลิตร เคาะราคาเริ่ม 7.67 แสนรูปี หรือราว 3.27 แสนบาท สำหรับตลาดอินเดีย เปิดตัวให้ชาวไทยได้อิจฉากันอีกแล้ว สำหรับรถยนต์น่ารัก ๆ จากต่างแดน วันนี้ถึงคิวประเทศอินเดียกันบ้าง....

SK - 16/09 - 18:47

ซีอีโอ Daimler ยอมรับ Porsche Taycan สร้างมาตรฐานใหม่รถพลังไฟฟ้าสมรรถนะสูง

หัวเรือใหญ่ Daimler ออกมายอมรับว่ารถซีดานพลังงานไฟฟ้า Porsche Taycan อาจมีสมรรถนะและคุณสมบัติเหนือกว่ารถพลังไฟฟ้ารุ่นแรกในเครือ Daimler โอลา เคลเลนเนียส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Daimler กล่าวว่า เขาไม่แน่ใจว่ารถพลังไฟฟ้าของแบรนด์ Mercedes-AMG นั้นจะมีคุณภาพทัดเทียมกับ Taycan ซึ่งเพิ่งเปิดตัวที่งานแฟรงค์เฟิร์ต มอเตอร์โชว์ 2019....

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เขียนโดย

ทำงานตามคำแนะนำ "Write the truest sentence that you know." ของ 'ปาป้า เฮมิงเวย์'

11/09/19 09:16

[IAA2019] Volkswagen เปิดตัวโลโก้ใหม่ พร้อมเสียงเพิ่มเอกลักษณ์แบรนด์

ก่อน

Ducati Multistrada 1260GT ไร้แวว V4 แค่เพิ่ม Cruise Control โผล่รายชื่อรถใหม่แล้ว

ต่อไป

next article

Ducati Multistrada 1260GT ไร้แวว V4 แค่เพิ่ม Cruise Control โผล่รายชื่อรถใหม่แล้ว