Honda Freed ไมเนอร์เชนจ์ รถครอบครัวขนาดกำลังดีที่คนไทยไม่มีสิทธิ์

Honda Freed ไมเนอร์เชนจ์ เปิดตัวช่วงกลางตุลาคมที่ผ่านมา พร้อมโชว์ตัวในงานโตเกียว มอเตอร์โชว์ ด้วยการสร้างกระแสพูดถึงมากพอๆ กับรถเปิดตัวใหม่อย่าง Honda Fit

Honda Freed minorchange

ย้อนไปปี 2552 ฮอนด้า ออโตโมบิล ประเทศไทย นำเข้าฮอนด้า ฟรีด จากอินโดนีเซียมาจำหน่ายในประเทศไทยเป็นครั้งแรก สร้างปรากฎการณ์เป็นรถอเนกประสงค์ขนาดเล็ก 7 ที่นั่ง มีประตูสไลด์ไฟฟ้าทั้งสองด้าน

Honda Freed minorchange

เปิดตัวด้วยราคา Shock Price ที่เป็นปรากฎการณ์เช่นกัน เริ่มต้นตัวล่างสุด 894,500 บาท ตัวท็อป 1,074,500 บาท ทำเอาหลายคนที่จดจ่อรอคอยช่วงนั้น หักพวงมาลัยหลบไปหารถที่ราคาใกล้เคียงกันแทบไม่ทัน รถเริ่มขายจริงต้นปี 2553 แต่ยอดไม่ได้เปรี้ยงปร้าง

Honda Freed minorchange

ก่อนจะไหวตัวมาปล่อยรุ่นลิมิเต็ด เสริมอุปกรณ์มาแน่นๆ ในปี 2554 ราคา 939,500 บาท จากนั้นจึงเริ่มขยับปรับไลน์พร้อมกับราคาในช่วงปีท้ายๆ อยู่ที่ 834,000- 959,000 บาท สิริรวมอายุขายอยู่ที่ประมาณ 7 ปี ถ้วน

ยอดขายรถรุ่นนี้ หากว่ากันตามจริง ช่วงแรกที่ยอดขายไม่เปรี้ยงปร้าง ไม่ใช่เรื่องของคุณสมบัติตัวรถ แต่เป็นเรื่องของการวางราคาล้วน ๆ

ความนิยมของของฮอนด้า ฟรีด จึงค่อนข้างสวนทางกับโปรดักซ์ตัวอื่นที่ช่วงเปิดตัวใหม่จะขายดีแล้วค่อยมาแผ่วช่วงปลาย แต่ ฟรีด กลับมาพุ่งโชติช่วงชัชวาลย์กันในช่วงท้าย

แม้ในช่วง 2-3 ปีหลัง ตลาดรถ MPV จะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น มีการเปิดตัวออกมามากมายหลายรุ่น ซึ่งแต่ละรุ่นล้วนเป็นรถนำเข้าจากอินโดนีเซียเหมือนกันทั้งสิ้น

แต่ก็ยังมีหลายคนหันไปตามหา ฟรีด มือสองมาใช้งาน ช่วงพีคของการเสาะหารถสภาพดีๆ ราคามีแตะ 6-7 แสนบาท เพราะถ้าตัดเรื่องความเก่าใหม่ทิ้งไป จุดเด่นสำคัญ คือ เรื่องการเป็นรถพื้นเรียบเดินทะลุถึงกัน และประตูสไลด์ไฟฟ้าทั้งสองข้าง

Honda Freed minorchange

ความน่าเสียดาย คือ การที่ฮอนด้าไม่สามารถต่อยอดความสำเร็จนี้ได้ เมื่อต้องบอกเลิกลาและไม่นำเจเนอเรชั่นที่ 2 ซึ่งเปิดตัวในช่วงปี 2559 เข้ามาขายต่อในประเทศไทย เหตุสำคัญคงเป็นเรื่องของการยกเลิกการผลิตและขายในอินโดนีเซีย ไม่ทราบว่าด้วยเหตุใดเช่นกันทั้งที่ ฟรีด จัดเป็นรถขายดีมากรุ่นนึงในอินโดนีเซีย

Honda Freed minorchange

การจากไปของ ฟรีด มาทดแทนด้วย ฮอนด้า บีอาร์-วี และ ฮอนด้า โมบิลิโอ ซึ่งพื้นฐานของทั้งคู่มาจาก ฮอนด้า บริโอ้ อีโคคาร์ที่มีฐานการผลิตในประเทศไทย ซึ่งก็ไม่ใช่โปรดักซ์ยอดนิยมมากนัก นยอดขายทั้ง 2 รุ่น ปี 2561 ที่ผ่านมารวมกันประมาณ 7,000 คัน

กระแส ฮอนด้า ฟรีด ถูกปลุกให้น่าสนใจขึ้นมาอีกครั้ง หลังโผล่มาอวดตัวในงานโตเกียว มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 และดูจะเป็นการตอกย้ำให้คนไทยที่อยากได้เจ็บช้ำน้ำใจมากกว่าเดิม ด้วยการปรับโฉมใหม่ให้ไฉไลกว่าเดิม

ทางทีม Autostation จะพาผู้อ่านไปชมคันจริงที่จอดโชว์อยู่ในงาน เพื่อยั่วน้ำลายแฟนานุแฟนรถครอบครัวขนาดเล็กคันนี้ ที่เชื่อว่าคนไทยคงไม่มีโอกาสได้สัมผัสกันเป็นแน่แท้

Honda Freed รุ่นไมเนอร์เชนจ์ มีให้เลือกทั้ง Freed+ รองรับผู้โดยสาร 5 ที่นั่ง และ Freed รองรับผู้โดยสาร 7 ที่นั่ง โดยเพิ่มไฮลไท์เป็นรุ่นพิเศษ Crosstar ปรับตกแต่งใหม่ให้ดูเป็นรถครอสโอเวอร์มากขึ้น

ในรุ่นปกติจะมาพร้อมกับกระจังหน้าใหม่ ปรับดีไซน์ฝากระโปรงหน้าและแผงกันชน ส่วนในค็อกพิทมีแดชบอร์ดชุดใหม่ที่ตกแต่งด้วยวอลนัทและมีทางเลือกวัสดุให้เลือกใช้หลากหลายรูปแบบ

ส่วนในรุ่น Crosstar กระจังหน้า กันชน และสกิ๊ดเพลทใหม่ บนหลังคามีราวอเนกประสงค์ ล้ออัลลอยชุดใหม่ ไฟตัดหมอก LED มือจับเปิดประตูและกระจกมองข้างสีเทา แผงกันกระแทกพลาสติกสีดำบนสเกิร์ตด้านข้างส่วน

Freed ทุกรุ่นย่อยมากับระบบความปลอดภัย Honda Sensing เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมฟังก์ชั่นใหม่ป้องกันไม่ให้ผู้ขับขี่ถอยหลังโดยไม่ตั้งใจและมีระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน

เครื่องยนต์เหมือนเดิม เบนซิน 1.5 ลิตร พละกำลัง 129 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ซีวีที และรุ่นไฮบริดเครื่องยนต์ Atkinson cycle 1.5 ลิตรทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า มีพละกำลังรวม 110 แรงม้า ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ DCT 7 สปีด โดยมีทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหน้าและขับเคลื่อน 4 ล้อ

Honda Freed minorchange

ราคาจำหน่ายในญี่ปุ่น เริ่มต้นที่ 1,997,600 เยนหรือประมาณ 5.58 แสนบาท

Honda Freed minorchange

สุดท้าย..ตอกย้ำกันอีกครั้ง Honda Freed ไมเนอร์เชนจ์ รถครอบครัวขนาดกำลังดี ที่คนไทยไม่สิทธิ์

แท็กยอดนิยม

Avatar
KRINJUN
แรงบันดาลใจในชีวิต คือ กินอิ่ม นอนหลับ โทรศัพท์ โอนเงินได้

วีดิโอ