Honda HR-V vs Toyota C-HR ศึกชิงบัลลังก์สาย Crossover รุ่นไหนเด่น รุ่นไหนโดน รู้กัน!!

เขียนโดย

เขียนเมื่อ 11/04/19 10:00

เปรียบเทียบสเปค เจาะลึกทุกฟังก์ชั่น Honda HR-V และ Toyota C-HR คู่ปรับแห่งสาย Crossover รุ่นไหนจะตอบโจทย์? รุ่นไหนเหมาะกับคุณ? วันนี้มีคำตอบ

Honda HR-V

Honda HR-V ภายนอก

เรามาเริ่มกันที่ Honda HR-V กันก่อน ซึ่งรุ่นที่นำมาเปรียบเทียบครั้งนี้เป็นรุ่น RS ซึ่งเป็นรุ่นท็อปสุด กับราคาจำหน่ายที่ 1,119,000 บาท โดยมาพร้อมกับชุดแต่งสปอร์ตรอบคัน

ไฟหน้า LED พร้อมไฟ DRL แบบ LED ในตัว รับกับกระจังหน้าโครเมียมรมดำดีไซน์สปอร์ต ไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED ชุดสเกิร์ตแต่งรอบคัน กระจกมองข้างสีดำ พร้อมเทคโนโลยี Honda LaneWatch หลังคาพาโนรามิคซันรูฟ ไฟท้าย LED Tube ปิดท้ายด้วยล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตสีทูโทน

Toyota C-HR

Toyota C-HR ภายนอก

สำหรับ Toyota C-HR นั้น นำรุ่น HV HI มาเปรียบเทียบ ซึ่งเป็นรุ่นท็อปสุดเช่นกัน โดยมีราคาจำหน่ายที่ 1,159,000 บาท ซึ่งเป็นรุ่นที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ปี 2019

โดยรุ่นปรับปรุงใหม่นี้ ทาง Toyota ได้เพิ่มสีตัวถังแบบขาวมุก ตัดด้วยหลังคาสีดำ รวมไปถึงล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 17″ ส่วนดีไซน์ต่างๆ ก็ยังคงความล้ำสมัยเหมือนเช่นเคย โดยมาพร้อมกับไฟหน้า Full LED ไฟท้าย LED รมดำ C-Shape สปอยเลอร์ท้ายพร้อมไฟเบรกหลัง และเสาอากาศแบบครีบฉลาม

Honda HR-V ภายใน

Honda HR-VHonda HR-V

ภายในตกแต่งด้วยวัสดุสีดำ Piano Black ในสไตล์สปอร์ตพรีเมียม คอนโซลหน้าติดตั้งหน้าจออินโฟเทนเม้นท์ระบบสัมผัสขนาด 7″ มาตรวัดเรืองแสงปรับเปลี่ยนได้ 7 สี ระบบปรับอากาศอัตโนมัติหน้าจอสัมผัส ระบบ Push Start, ระบบ Cruise Control เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า

เบาะนั่งสามารถปรับได้มากถึง 3 แบบ ได้แก่ Long Mode ขยายพื้นที่ในรูปแบบแนวยาว, Tall Mode พับเบาะนั่งด้านหลังเพื่อเพิ่มความสูง และ Utility Mode พับเบาะด้านหลังทั้งหมดเพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกท้ายรถ และที่สำคัญคือ เบาะคู่หลังสามารถปรับเอนได้

Toyota C-HR ภายใน

Toyota C-HRToyota C-HR

ภายในมาพร้อมกับการออกแบบที่หรูหราล้ำสมัย ห้องโดยสารโทนสีดำ ตัดด้วยสีน้ำตาลเข้มดูพรีเมียม คอนโซลกลางติดตั้งหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Telematics ที่สามารถเชื่อมต่อรถยนต์และสมาร์ทโฟนผ่านแอพพลิเคชั่น T-Connect & Find My Car

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย-ขวา พร้อมระบบกรองอากาศภายในห้องโดยสาร Nanoe, ระบบ Push Start, เบาะคนขับมีระบบดันหลังไฟฟ้า จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 4.2 นิ้ว และลำโพง 6 ตำแหน่ง เบาะนั่งด้านหลังแยกพับได้แบบ 60:40

Honda HR-V

Honda HR-V เครื่องยนต์

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.8 ลิตร i-VTEC ให้สมรรถนะสูงสุด141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 172 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมระบบ Shifting Control of Cornering Gravity & G Design Shift

Toyota C-HR

Toyota C-HR เครื่องยนต์

Toyota C-HR ถือเป็นรุ่นเดียวในคลาสที่มีขุมพลัง Hybrid ให้เลือกใช้ โดยผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร สมรรถนะ 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิด142 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 600 โวลต์กำลังสูงสุด 53 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด163 นิวตัน-เมตร

ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ Toyota C-HR มีแรงม้าทั้งหมดที่ 122 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT และมีโหมดการขับขี่ให้เลือก 3 โหมด ได้แก่ Sport, ECO Drive และ EV Drive

Honda HR-V

Honda HR-V ระบบความปลอดภัย

ระบบความปลอดภัยมาตรฐาน คือ ระบบ ABS, ระบบกระจายแรงเบรก BA, ระบบช่วยออกตัวบนทางชัน และกล้องมองหลังระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)

นอกจากนั้นยังมี ระบบเตือนและช่วยเบรกที่ความเร็วต่ำ (City Brake Active System), ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch), ถุงลมนิรภัย 6 จุด, ระบบช่วยควบคุมการบังคับพวงมาลัย (MA-EPS), ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA) เป็นต้น

Toyota C-HR

Toyota C-HR ระบบความปลอดภัย

ทั้งนี้ Toyota C-HR ชูจุดเด่นด้วยแพลตฟอร์ม TNGA ซึ่งออกแบบโครงสร้างให้แข็งแกร่ง, จุดศูนย์ถ่วงต่ำลง, ปรับจูนพวงมาลัยใหม่ให้ตอบสนองได้อย่างแม่นยำ และระบบช่วงล่างแบบปีกนกอิสระ นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแกนเสา A เพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ให้ดีขึ้นอีกด้วย

ส่วนระบบความปลอดภัยมาตรฐาน ได้แก่ ถุงลมนิรภัย 7 จุด, สัญญาณเตือนกะระยะด้านหน้า/ท้าย และมุมกันชนทั้ง 8 จุด, กล้องมองภาพขณะถอย, ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (VSC) ฯลฯ

บทสรุป

ต้องบอกว่าทั้ง 2 รุ่นที่นำมาเปรียบเทียบสเปคกันในครั้งนี้ ต่างก็มีจุดเด่น และเอกลักษณ์ที่ชัดเจนกันไปในคนละแบบ ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับสไตล์การขับขี่ และความต้องการของผู้อ่านเอง

ถ้าหากใครที่ชื่นชอบสมรรถนะการขับขี่ ที่ดุดัน และทรงพลังกว่า Honda HR-V ดูเหมือนจะตอบโจทย์ตรงนี้ได้ดี เพราะมีแรงม้า กับแรงบิดที่สูงกว่า แต่ถ้าหากคุณอยากได้ความประหยัด และปล่อยมลพิษน้อย แน่นอนว่า Toyota C-HR เป็นรุ่นเดียวในคลาสที่มาพร้อมเครื่องยนต์ Hybrid ซึ่งจะตอบโจทย์ความต้องการของคุณตรงนี้ได้อย่างแน่นอน

Toyota C-HR

สไตล์การขับขี่ ทั้ง 2 รุ่นมีความใกล้เคียงกัน โดยเป็นรถที่มีภาพลักษณ์สปอร์ต ให้การขับขี่ที่คล่องตัว แต่ถ้าพิจารณาจากมิติตัวถังC-HR ดูจะให้การขับขี่ที่เร้าใจกว่า เนื่องจากมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำกว่า และระยะต่ำสุดจากพื้นต่ำกว่า รวมไปถึงระยะฐานล้อที่กว้างกว่าเล็กน้อย

ข้อเสียของ Toyota C-HR คือ ห้องโดยสารแถวหลังดูอึดอัด เนื่องจากการดีไซน์ท้ายรถให้เป็นแบบ Coupe (หลังคาต่ำลาดลง) ทำให้มีเนื้อที่กระจกหลังน้อย ผู้โดยสารแถวหลังจึงรู้สึกอึดอัด และมองเห็นทัศนวิสัยได้ไม่ดี

Honda HR-V

ส่วนข้อเสียของ Honda HR-V เห็นทีจะเป็นในเรื่องของการดีไซน์ ซึ่งดูจะไม่โดดเด่นสักเท่าไหร่ รวมไปถึงเครื่องยนต์ที่ยังไม่ยอมพัฒนาขุมพลัง Hybrid ขึ้นมาต่อกรแบบจริงจังสักที

และทั้งนี้ทั้งนั้น ส่วนต่างราคาของทั้ง 2 รุ่นนี้ จะอยู่ที่ 40,000 บาทเท่านั้น ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณแล้วล่ะว่า “จะเลือกคันไหน?”

เรื่องที่น่าสนใจ

SK - 18/07 - 09:17

Ford โต้ข่าวขาย Fiesta และ Focus ทั้งที่เกียร์มีปัญหา ชี้พยายามแก้ไขสุดความสามารถ

Ford ออกมาตอบโต้รายงานข่าวการจำหน่ายรถ Focus และ Fiesta ทั้งที่รู้ว่าเกียร์ดูอัลคลัตช์มีปัญหาด้านการใช้งานและไม่เคยมีการเรียกคืนกลับมาแก้ไขใดๆ ก่อนหน้านี้ รายงานข่าวของ Detroit Free Press ในสหรัฐอเมริการะบุว่า รถ Fiesta และ Focus ปี 2011 มาพร้อมกับเกียร์ดูอัลคลัตช์....

SK - 18/07 - 07:00

เปิดตัว Mercedes-Benz eVito Tourer รถแวนพรีเมียมพลังไฟฟ้าขับขี่ได้ไกล 190 กม.

เผยโฉมรถแวนพรีเมียม Mercedes-Benz eVito Tourer รุ่นใหม่มาพร้อมพลังงานไฟฟ้าและจะถูกใช้งานในโครงการนำร่องบริการรับส่งผู้โดยสาร เบื้องต้น eVito Tourer ยังไม่มีการจัดจำหน่ายให้บุคคลทั่วไป แต่จะถูกใช้งานให้เป็นรถแวนไรด์แชริ่ง BerlKonig ที่ให้บริการรับส่งผู้โดยสารในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี อัมสเตอร์ดัมของเนเธอร์แลนด์ และกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ eVito Tourer ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า....

SK - 17/07 - 21:15

Porsche รีโนเวทศูนย์เทคนิคนาร์โด มุ่งพัฒนารถพลังไฟฟ้าสมรรถนะสูง

Porsche ประกาศเปิดศูนย์เทคนิคนาร์โด (Nardo Technical Center) อีกครั้งในประเทศอิตาลี หลังจากปิดปรับปรุงขนานใหญ่ด้วยวงเงิน 40 ล้านเหรียญสหรัฐ การปิดปรับปรุงซึ่งใช้เวลาทั้งหมด 7 เดือนถือเป็นการแปลงโฉมศูนย์เทคนิคและสนามทดสอบสมรรถนะครั้งสำคัญซึ่งนอกจากมีการปูลาดยางพื้นผิวถนนของสนามทดสอบใหม่แล้ว ยังมีการติดตั้งผนังกั้นสนามนวัตกรรมใหม่สำหรับการทดสอบรถสมรรถนะสูงโดยเฉพาะ มัลต์ แรดแมนน์ ประธานกรรมการศูนย์เทคนิคนาร์โดกล่าวว่า “เราทำการพัฒนาสนามทดสอบให้มีความทันสมัยขึ้นอย่างมาก ถือเป็นศูนย์กลางของกลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ Porsche....

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เขียนโดย

11/04/19 10:00

พายลโฉม All-New Toyota RAV4 เปิดตัวทำตลาดญี่ปุ่น ประหยัดสูงสูด 24 กม.ต่อลิตร

ก่อน

Honda Mean Mower V2 สุดเดือด วางเครื่อง CBR1000RR หวังทุบสถิติซิ่ง 240 กม./ชม.

ต่อไป

next article

Honda Mean Mower V2 สุดเดือด วางเครื่อง CBR1000RR หวังทุบสถิติซิ่ง 240 กม./ชม.