ยอดขายลด-ขาดทุนต่อเนื่อง-แคปติว่า ไม่เปรี้ยง เหตุ GM Thailand ไม่ได้ไปต่อ

เขียนโดย

เขียนเมื่อ 18/02/20 15:01

การประกาศปิดธุรกิจในประเทศไทยของ GM Thailand หรือเจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทยนั้น หากจะบอกว่าเป็นเรื่องน่าตกใจก็ใช่ แต่หากจะมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่เกินความคาดหมายก็ใช่เหมือนกัน

เพราะนับตั้งแต่ค่ายรถที่ทำตลาดรถยนต์เชฟโรเลตในประเทศไทย เริ่มประกาศสู่แผนการชะลอตัวทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการยกเลิกการจำหน่ายรถยนต์นั่งทุกรุ่น หรือการปรับแผนงานหลายอย่างที่แสดงใ ห้เห็นว่าเริ่ม ‘ไม่ไหว’ กับการทำธุรกิจในประเทศไทย ก็แสดงให้เห็นอยู่แล้วว่าพวกเขานั้นกำลังพิจารณาว่าจะเดินหน้าตลาดในประเทศไทยกันอย่างไรในอนาคต

Chevrolet Captova

หากมองว่านี่คือบริษัทที่ขายรถยนต์เพียงอย่างเดียวนั้นก็ไม่ได้ จีเอ็มในประเทศไทยนั้นมีความใหญ่โตของธุรกิจที่เรียกว่าเป็นหนึ่งในศูนย์กลางระดับภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นโรงงานผลิตที่ผลิตทั้งรถยนต์ รถปิกอัพ และเครื่องยนต์ดีเซล เป็นฐานการส่งออกขนาดใหญ่ รวมถึงมีบริษัทที่เป็นระดับปฏิบัติการมากหน้าหลายตา ตั้งอยู่ในประเทศไทยมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่เปิดโรงงานในช่วง 20 ปีก่อนหน้านี้

สัญญาณของการถดถอยของจีเอ็มนั้น ในประเทศไทยเริ่มเห็นมาจากการที่พวกเขาท้อถอยไปจากตลาดรถยนต์นั่งด้วยการยกเลิกการขายทั้งหมด รวมถึงการถอนตัวออกจากโครงการอีโคคาร์ที่มีชื่ออยู่ในโผมาตั้งแต่ต้น แต่ก็คงยังไม่เลวร้ายเท่ากับในประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซีย ที่ถึงขั้นปิดโรงงานและถอนตัวออกจากประเทศไปก่อนหน้านี้ไม่กี่ปี

หากมองในภาพของประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน จะรู้สึกกันว่าผู้ผลิตรถยนต์ที่เคยเป็นอันดับ 1 ของโลกกำลังอยู่ในภาวะเสื่อมถอย แต่หากดูตัวเลขการจำหน่ายรถยนต์ในตลาดโลกที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่ภูมิภาค จะพบว่าพวกเขายังมีความแข็งแกร่งอย่างเต็มเปี่ยม โดยมียอดขายรถมากกว่า 7 ล้านคัน เป็นผู้นำตลาดอันดับ 4 ของโลก ที่มีผลประกอบการเป็นบวก โดยมีตลาดหลักอยู่แค่ 2 ที่ คืออเมริกาเหนือและจีนแผ่นดินใหญ่

พวกเขาขายรถในอเมริกาเหนือและจีนไปมากกว่าที่ละ 3 ล้านคัน มีผลกำไรสุทธิมากกว่า 8 พันล้านเหรียญ และแน่นอน สิ่งที่พวกเขาทำตรงกันข้ามในตลาดโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วก็คือ การตัดธุรกิจที่ไม่จำเป็นและไม่ก่อให้เกิดกำไรทิ้งอย่างไม่สนใจใยดี ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ว่องไว กระชับและหวังผลทางธุรกิจอย่างรวดเร็วที่สุด

ในมุมของการทำตลาดที่แข็งแกร่งนั้น ตรงกันข้ามกับการเลิกทำธุรกิจในยุโรปปล่อยแบรนด์ที่แข็งแกร่งอย่างโอเปิลให้กับพีเอสเอ กรุ๊ป เลิกทำธุรกิจในอินโดนีเซีย ปิดธุรกิจพร้อมขายโรงงานในอินเดีย จากนั้นก็เป็นคิวของประเทศไทยที่ยกเลิกการจำหน่ายและขายโรงงานให้เกรทวอลล์ พร้อม ๆ กับการประกาศยกเลิกการทำตลาดแบรนด์รถยนต์ที่มีอายุมากกว่า 100 ปี อย่างโฮลเด้นในตลาดออสเตรเลีย

ถามว่านี่เป็นกลยุทธ์ที่ผิดหรือไม่ หรือมันดูย้อนแย้งกันเกินไปหรือเปล่า ก็คงต้องย้อนกลับไปมองที่ผู้นำเบอร์หนึ่งขององค์กรอย่างแมร์รี่ บาร์ร่า ซีอีโอหญิงแกร่ง ที่ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งนั้น ดูเหมือนว่านโยบายหลักของเธอก็คือการสร้างสถานภาพทางการเงินที่แข็งแกร่งให้กับบริษัทอย่างต่อเนื่อง และสะท้อนให้เห็นถึงความเคี่ยวในการบริหารงานของทีมงานยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

เมื่อเข้าใจถึงนโยบายหลักของซีอีโอแล้ว ก็กลับมาดูที่สถานการณ์ของจีเอ็ม ประเทศไทยกันบ้างว่าเป็นอย่างไร แม้เราจะรู้อยู่แล้วว่าพวกเขาขายรถได้น้อยลง ส่งออกรถยนต์จากประเทศไทยได้น้อยลง และมีความไม่ชัดเจนในการดำเนินธุรกิจออกมาเรื่อย ๆ แต่หากไม่ดูจากตัวเลข ก็ยากที่จะเข้าใจถึงสถานการณ์ในภาพรวมได้อย่างชัดเจน

ในเรื่องของตัวเลขการจำหน่ายนั้น ยอดจำหน่ายรถยนต์เชฟโรเลตในประเทศไทยเคยขึ้นไปสูงสุดที่ 75,457 คันในปี 2555 ซึ่งเป็นปีที่ยอดจำหน่ายขึ้นไปสูงที่สุด จากนั้นก็เข้าสู่ภาวะถดถอย จนมาอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 2 หมื่นคันเป็นหลัก โดยตัวเลขย้อนหลัง 3 ปีของพวกเขานั้นประกอบไปด้วย 18,771 คันในปี 2560 ตามมาด้วย 20,313 คันในปี 2561 และ 15,161 คันในปีล่าสุด

ยอดขายที่หดลงไปไม่สำคัญเท่ากับการที่มีการประเมินว่า เชฟโรเลตกลายเป็นรถที่ขายด้วยแคมเปญเพียงอย่างเดียว ความน่าสนใจของสินค้านั้นแทบไม่เหลือ ไม่ว่าจะเป็นด้วยอายุของสินค้าอย่างโคโรลาโดและเทรลเบลเซอร์ที่อยู่มานาน ทำให้ต้องมีการลดราคาลงมาอย่างหนัก จนแม้แต่พีพีวีอย่างเทรลเบลเซอร์ที่ถล่มราคาลงไปต่ำกว่า 1 ล้านบาท เชฟโรเลตก็ทำให้เห็นมาแล้ว

การวัดดวงกับสินค้ารุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งเป็นสินค้ารุ่นสุดท้ายของเชฟโรเลตที่เปิดตัวในประเทศไทยอย่างเชฟโรเลต แคปติว่า ที่ว่ากันว่าเป็นฟางเส้นสุดท้ายของการตัดสินใจปิดธุรกิจในครั้งนี้ ที่แน่นอนว่าไม่ประสบความสำเร็จเลยแม้แต่น้อย เห็นได้จากปริมาณรถที่วิ่งไม่มากนักบนท้องถนน และกลายเป็นสินค้าอีกรุ่นที่อัดแคมเปญกันอย่างรุนแรงเพื่อกระตุ้นยอดจำหน่ายในช่วงหลัง ๆ

ยอดจำหน่ายที่ลดลง การอัดแคมเปญอย่างดุเดือดเลือดพล่าน ตลาดส่งออกก็ดูไม่ค่อยแจ่มใส แน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินของบริษัทในท้ายที่สุด คำถามก็คือการขาดทุนของเชฟโรเลตในประเทศไทยนั้น รุนแรงขนาดไหน และเป็นเหตุที่ทำให้บริษัทแม่มองว่าเป็นเนื้อร้ายที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจระยะยาวของบริษัทหรือเปล่า

เจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทย ส่งงบกำไรขาดทุนของบริษัทในปี 2559 ว่าบริษัทมีผลประกอบการกำไรที่ 1,388,026,045 บาท ตามมาด้วยการขาดทุนมหาศาลในปี 2560 ที่ 10,430,125,933 บาท และยังขาดทุนต่อเนื่องในปี 2561 ที่ 1,132,433,769 บาท โดยที่ยังไม่มีตัวเลขของปี 2562 ที่ดูจากยอดขายแล้ว เชื่อว่าน่าจะเป็นปีที่มีการขาดทุนระดับยับเยินอีกปีหนึ่งของแบรนด์

เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็ตาม หากเจนเนอรัล มอเตอร์ส ภายใต้การบริหารงานของซีอีโอและทีมบริหารที่เน้นการสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินในระดับนั้น จะต้องแบกรับความเสี่ยงขององค์กรที่ยังไม่เติบโตหรืออยู่ในภาวะถดถอย ไม่ว่าจะเป็นออสเตรเลีย อินเดีย หรือแม้แต่ประเทศไทยก็ตามที่ สู้จัดการให้จบจบไปแล้วเอาเวลาไปทุ่มกับตลาดอเมริกาเหนือหรือจีนจะดีกว่า

อย่าลืมว่าจีเอ็มนั้น เคยถูกวิเคราะห์เอาไว้ถึงปัญหาของการมีแบรนด์รถยนต์ในมือเยอะเกินไป และมีโอเปอเรชั่นในตลาดที่หลากหลายเกินไป ซึ่งอาจจะไม่เหมาะกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก ที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคของยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยียานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ซึ่งเชื่อว่าหลังจากการรีดไขมันไปแล้ว จีเอ็มก็น่าจะปรับตัวและวิ่งได้เร็วขึ้นกว่าเดิมอีกครั้ง

ต้องไม่ลืมว่าจีเอ็มนั้นเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่จะต้องเข้าสู่ในทุกสมรภูมิเทคโนโลยียานยนต์อยู่แล้ว รวมถึงหน่วยงานใหม่อย่างครูสที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับการพัฒนาโซลูชั่นเพื่อการขับเคลื่อนรูปแบบใหม่ ๆ ที่จะใช้งานกันในอนาคต ซึ่งแม้จะไม่อยู่ในประเทศไทยแล้ว ก็ต้องบอกว่าเป็นบริษัทยานยนต์ที่น่าสนใจในระดับโลกอยู่ดี

ส่วนในประเทศไทยนั้นไม่ต้องห่วงไป เพราะนอกจากการจ่ายชดเชยให้กับพนักงานแล้ว มีข่าวว่าจีเอ็มได้เจรจากับเกรท วอลล์ มอเตอร์ ซึ่งเป็นผู้รับสืบทอดโรงงานในการว่าจ้างพนักงานอีกครั้ง แต่พนักงานจะต้องเริ่มนับหนึ่งกับผู้ว่าจ้างรายใหม่ ซึ่งมีรายงานว่ามีชาวจีนเดินเล่นไปมาในโรงงานมาพักใหญ่ ๆ แล้ว

ในส่วนของตัวแทนจำหน่ายนั้น ส่วนหนึ่งจะกลายเป็นศูนย์บริการที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากจีเอ็ม บางส่วนก็น่าจะกลายเป็นตัวแทนจำหน่ายของแบรนด์รถยนต์ที่จะเข้ามาทำตลาดในอนาคต ซึ่งเรื่องนี้ยังฝุ่นตลบกันอยู่ เพราะยังไม่มีความชัดเจนว่าใครจะมาใครจะในเซกชั่นไหน

Captiva

แต่ที่แน่ ๆ ครั้งนี้คงเป็นการโบกมือลาอย่างเป็นทางการของจีเอ็มในประเทศไทย อาเซียนและรวมถึงเอเชียที่ไม่นับประเทศจีนเข้าไปด้วย งานนี้บอกได้คำเดียวว่า ‘GOODBYE!!!

ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของแวดวงยานยนต์ได้ที่ Autostation.com

เรื่องที่น่าสนใจ

Man - 11/12 - 17:23

รีวิว Mercedes-Benz C 300 e Avantgarde ซาลูนเครื่องปลั๊กอินไฮบริด ราคา 2.599 ล้านบาท

พาลองขับ Mercedes-Benz C 300 e Avantgarde รถปลั๊กอินไฮบริดหรูในกลุ่มคอมแพ็คคาร์ กับราคาค่าตัวที่เริ่มต้นที่ 2.479 – 2.99 ล้านบาท โดยสำหรับ C-Class ที่จำหน่ายในบ้านเรานั้นถูกแบ่งออกเป็น 3 เกรดด้วยกัน ทั้งตัวเครื่องยนต์ดีเซล เบนซิน....

SK - 07/04 - 16:00

Mazda ปรับโฉมรถทุกรุ่นฉลองวาระก่อตั้งแบรนด์ครบ 100 ปีเต็ม

Mazda เฉลิมฉลองโอกาสการก่อตั้งแบรนด์ครบ 100 ปีด้วยการปรับโฉมรถทุกรุ่นให้มีความเรียบหรูแบบทูโทนที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรถรุ่นแรกอย่าง R360 รถยนต์ Mazda ที่ได้รับการปรับโฉมพิเศษมีทั้งรุ่น Mazda2, Mazda3, Mazda CX-3, Mazda CX-30, Mazda CX-5, Mazda CX-8, Mazda....

SK - 07/04 - 14:00

Toyota GR Yaris ลุยตลาดเพื่อนบ้านมาเลเซียต้นปีหน้า คาดเคาะ 2.2 ล้านบาท

UMW Toyota Motor ผู้แทนจำหน่าย Toyota ในประเทศมาเลเซียได้โควตารถซับคอมแพ็กต์ตัวแรง Toyota GR Yaris จำนวน 100 คัน เริ่มทำตลาดปีหน้า GR Yaris ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีรถแข่งแรลลี่ พัฒนาโดยหนึ่งในที่ปรึกษาทีมวิศวกรของ Toyota คือ....

SK - 07/04 - 12:00

เผย Covid-19 ทำตลาดรถยุโรปวิกฤตสาหัสที่สุดเป็นประวัติการณ์

แบรนด์รถยนต์ในภูมิภาคยุโรปกำลังจะประสบกับภาวะวิกฤตหนักหนาที่สุดเป็นประวัติการณ์ ผลกระทบจากไวรัส Covid-19 ที่ทำให้สายการผลิตรถยนต์เป็นอัมพาต เว็บไซต์ Autocar รายงานว่า ยอดขายรถใหม่ในยุโรปลดต่ำลงอย่างฮวบฮาบ อาทิในฝรั่งเศสมียอดขายลดลง 72% ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่ประเทศอื่น ๆ ยังไม่เปิดเผยตัวเลขแต่คาดว่าจะได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน ปัจจุบัน อุตสาหกรรมยานยนต์ในสหภาพยุโรป (EU) มีการว่าจ้างงานถึง 14....

แท็กที่เกี่ยวข้อง :

เขียนโดย

บรรณาธิการของ Autostation.com ที่มาพร้อมประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์และการบริหารเวบไซต์ข่าวรายใหญ่ นำเสนอข่าวและบทความทดสอบรถยนต์อย่างรวดเร็ว โปร่งใสและชัดเจน

18/02/20 15:01

พาชม 4 แบรนด์รถยนต์จีนในเครือ Great Wall Motors คนไทยได้ใช้แน่นอน

ก่อน

[VDO] เทียบชัดๆ Toyota GR Supra ปะทะ BMW Z4 M40i แฝดคนละฝา นิสัยคนละขั้ว

ต่อไป

next article

[VDO] เทียบชัดๆ Toyota GR Supra ปะทะ BMW Z4 M40i แฝดคนละฝา นิสัยคนละขั้ว