เปิดเบื้องหลังการพัฒนารถไฟฟ้า Dyson และสาเหตุทำไมโปรเจคต์นี้ถูกยกเลิก

โปรเจคต์การพัฒนารถพลังงานไฟฟ้า Dyson เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 4 ปีก่อน ก่อนที่จะถูกยกเลิกไปในปีที่แล้วท่ามกลางความเสียดายของคอรถยนต์ที่ไม่มีโอกาสได้เห็นคู่แข่งของ Tesla ออกทำตลาด

รถพลังงานไฟฟ้าของ Dyson มีรหัสตัวถัง N526 มาพร้อมรูปทรงแบบรถอเนกประสงค์รองรับผู้โดยสาร 7 คน มิติตัวถังมีความยาวประมาณ 5 เมตร กว้าง 2 เมตร และสูง 1.7 เมตร การออกแบบเน้นความเรียบง่ายแต่ทันสมัย มือจับเปิดประตูแบบซ่อนในตัวถัง กระจกมองข้างใช้กล้องตรวจจับ และมีหลังคาพาโนรามิกรูฟบานใหญ่

เซอร์เจมส์ ไดสัน ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Dyson ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับพรีเมียมจากประเทศอังกฤษ กล่าวว่า บริษัทฯ ได้พัฒนารถพลังงานไฟฟ้าขึ้นมาใหม่ทั้งหมดโดยไม่มีการหยิบยืมชิ้นส่วนใด ๆ จากบริษัทรถยนต์รายอื่นเลย

เซอร์เจมส์ ไดสัน

“เราพัฒนาแพลตฟอร์มขึ้นมาใหม่จึงสามารถออกแบบตัวถังได้ตามที่เราต้องการ รถโมเดลแรกของเราเป็นสไตล์เอสยูวี ถ้าขับขี่ด้วยความเร็ว ตัวรถจะลดความสูงลงอัตโนมัติเพื่อเพิ่มความลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์ และถ้าต้องขับขี่บนเส้นทางสมบุกสมบัน ตัวรถก็จะยกสูงขึ้นได้ด้วย” ไดสัน กล่าว

“เมื่อผมได้ขับขี่รถต้นแบบเป็นครั้งแรก ผมรู้สึกเหมือนตอนที่ได้ใช้เครื่องเป่าผมหรือเครื่องดูดฝุ่นรุ่นต้นแบบของเรา นั่นคือผมรู้สึกสนุกที่ได้ใช้และไม่แปลกใจในสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม”

ไดสันยืนยันว่ารถคันแรกของบริษัทฯ มีการควบคุมที่ยอดเยี่ยม เพราะการจัดวางตำแหน่งล้อหน้าที่อยู่มุมสุด ส่วนล้อหลังก็มีระยะห่างพอสมควร ทำให้มีความสะดวกสบายในการนั่งโดยสารและความสนุกในการขับขี่ไปพร้อมกัน

ระบบขับเคลื่อนของ N526 มีพละกำลังสูงถึง 536 แรงม้า และมีแรงบิด 479 ฟุตปอนด์จากมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว อัตราเร่ง 0-100 กม.ต่อชม. ใน 4.8 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 201 กม.ต่อชม. มีระยะทางขับขี่ไกลถึง 965 กม. ต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง มากกว่า Tesla Model X ซึ่งมีระยะทางขับขี่ 564 กม.ต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง

“แบตเตอรี่กำลังสูงถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตัวรถเพื่อการกระจายน้ำหนักและเพิ่มพื้นที่ใช้สอยในห้องโดยสาร รวมถึงการเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวรถ ชุดกรอบแบตเตอรี่อลูมิเนียมยังมีความยืดหยุ่นจึงสามารถออกแบบให้ตรงตามขนาดของแบตเตอรี่ได้ในกรณีที่มีการปรับไมเนอร์เชนจ์” ไดสันกล่าว

ภายในรองรับผู้โดยสารสูงสุด 7 คน เบาะที่นั่งมีดีไซน์ที่ล้ำสมัย และมีเทคโนโลยีกรองอากาศที่ไม่เพียงส่งผลต่ออุณหภูมิที่คงที่ แต่ยังทำให้ภายในรถมีอากาศที่สะอาด นอกจากนี้ยังมีเฮดอัพดิสเพลย์และฟังก์ชั่นควบคุมทุกอย่างบนพวงมาลัย

อย่างไรก็ตาม คุณสมบัติทั้งหมดถูกพับเก็บขึ้นหิ้งไปพร้อมกับโปรเจคต์นี้ ถึงแม้ไดสันจะทุ่มงบประมาณไปมากถึง 630 ล้านเหรียญสหรัฐหรือ 2 หมื่นล้านบาทในการพัฒนาตัวรถขึ้นมา ยังไม่นับรวมงบประมาณรวมทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับโปรเจคต์นี้อีก 3.1 พันล้านเหรียญหรือเกือบ 1 แสนล้านบาท

ด้วยงบประมาณดังกล่าว Dyson จะต้องขายรถด้วยราคาสูงถึง 1.9 แสนเหรียญสหรัฐต่อคันหรือราว 6 ล้านบาทถึงจะคุ้มทุน

“รถพลังงานไฟฟ้ามีราคาแพงมาก การสร้างแบตเตอรี่และระบบอิเลคโทรนิค รวมถึงระบบหล่อเย็นมีต้นทุนสูงยิ่งกว่าเครื่องยนต์ทั่วไป บรรดาค่ายรถต่าง ๆ ทั้ง Audi, BMW, Mercedes และ Jaguar Land Rover ล้วนประสบภาวะขาดทุนในการขายรถพลังงานไฟฟ้า ขณะเดียวกัน เมื่อดูจากต้นทุนที่เราทุ่มลงไป เราจะต้องกำหนดราคารถพลังงานไฟฟ้าที่สูงมาก สุดท้ายแล้วโปรเจคต์นี้ก็มีความเสี่ยงสูงเกินไป” ไดสัน กล่าวปิดท้าย

ที่มา: เว็บไซต์ Carscoops

กลับหน้าหลัก Autostation.com

แท็กยอดนิยม

SK
SK
ทำงานตามคำแนะนำ "Write the truest sentence that you know." ของ 'ปาป้า เฮมิงเวย์'

วีดิโอ