เทียบบทลงโทษเมาแล้วขับ ประเทศไทยหนักหรือเบากว่าชาติอื่นแค่ไหน?

อุบัติเหตุบนท้องถนนจากการเมาแล้วขับทำให้ประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตมากที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก คำถามคือบทลงโทษจากการเมาแล้วขับของบ้านเรารุนแรงเพียงพอแล้วหรือยัง?

หลายคนอาจมองว่าการบังคับใช้กฎหมายและการปลูกฝังจิตสำนักมีความสำคัญมากกว่าบทลงโทษ แต่แท้จริงแล้ว บทลงโทษก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ก่อนหน้านี้ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติพ.ร.บ. จราจรฉบับใหม่เมื่อต้นปี 2560 และเพิ่มบทลงโทษสำหรับกรณีเมาแล้วขับในบ้านเรา แต่เมื่อเทียบกับชาติอื่นแล้ว บทลงโทษของเราหนักหรือเบามากกว่าเพียงใด ไปดูกัน

ประเทศไทย

จากเดิมจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 5,000 บาท ถึง 20,000 บาท พ.ร.บ. ฉบับใหม่เพิ่มอัตราบทลงโทษใหม่สำหรับผู้เมาแล้วขับเป็นจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับขั้นต่ำ 10,000 ถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ยังให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ มีกำหนดไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตจนถึงการยึดรถที่ใช้ไม่เกิน 7 วัน

นอกจากบทลงโทษของผู้ที่เมาแล้วขับแล้ว หากเกิดเหตุจนทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ ยังมีโทษจำคุก 1-5 ปี ปรับ 20,000 – 100,000บาท และพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือถูกเพิกถอนไปเลย

และหากเมาแล้วขับจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายอย่างสาหัส จะมีโทษเพิ่มขึ้นเป็น จำคุก 2-6 ปี ปรับ 40,000 – 120,000 บาท พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือเพิกถอน แต่หากผู้นั้นถึงแก่ความตาย โทษจะเปลี่ยนเป็น จำคุก 3 – 10 ปี ปรับ 60,000-200,000 บาท รวมทั้งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

โดยผู้ขับขี่ทั่วไป ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต ถือว่าผิดกฎหมาย ส่วนผู้ขับขี่ที่มีอายุไม่เกิน 20 ปีบริบูรณ์/ผู้ดื่มและขับขี่ ที่ได้รับใบอนุญาตขับขี่ชั่วคราว/ผู้ดื่มและขับขี่ ที่มีใบอนุญาตขับขี่ประเภทอื่น ที่ใช้แทนกันไม่ได้ /ผู้ดื่มและขับขี่ ที่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่หรือถูกระหว่างพักใช้ หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ มีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ถือว่าผิดกฎหมาย

มาเลเซีย

เพื่อนบ้านทางใต้ของเรากำหนดระดับปริมาณแอลกอฮอล์ไว้ไม่เกิน 35 ไมโครกรัมต่อลมหายใจ 100 มิลลิลิตร

ถ้าพบว่ามีความผิดฐานเมาแล้วขับ ผู้ขับขี่จะได้รับโทษปรับ 5,000 – 20,000 ริงกิตหรือประมาณ 37,000บาทถึง 148,000 บาท และจำคุกตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไปแต่ไม่เกิน 10 ปีขึ้นอยู่กับความเสียหายที่เกิดขึ้น

สิงคโปร์

กฎหมายแดนลอดช่องกำหนดระดับปริมาณแอลกอฮอล์ในลมหายใจใกล้เคียงกับมาเลเซีย บทลงโทษสำหรับผู้ที่ทำความผิดครั้งแรกคือการปรับ 2,000 – 10,000 ดอลลาร์สิงคโปร์หรือประมาณ 45,000 บาทถึง 220,000 บาทและหรือจำคุก 1 ปี พร้อมกับห้ามขับขี่รถยนต์อย่างน้อย 1 ปี

สำหรับผู้ที่กระทำความผิดซ้ำจะถูกปรับเงิน 5,000 – 20,000 ดอลลาร์สิงคโปร์หรือ 113,000 บาทถึง 455,000 บาท พร้อมจำคุกสูงสุด 2 ปีและห้ามขับรถยนต์อย่างน้อย 5 ปี

ขณะเดียวกัน ผู้ที่เมาแล้วขับทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัส รวมถึงข้อหาขับรถโดยประมาทภายใต้อิทธิพลของแอลกอฮอล์จะถูกตัดสินจำคุก 10 ปี และห้ามขับรถยนต์นานสูงสุด 5 ปีสำหรับผู้ที่กระทำความผิดครั้งแรก ส่วนผู้ที่กระทำความผิดซ้ำอาจถูกลงโทษเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว

ออสเตรเลีย

บทลงโทษของผู้กระทำความผิดฐานเมาแล้วขับในแดนจิงโจ้มีหลายระดับ ขึ้นอยู่กับปริมาณแอลกอฮอล์ในลมหายใจ โดยมีตั้งแต่โทษปรับเงินไปจนถึงจำคุก เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ และการติดตั้งเครื่องตรวจจับแอลกอฮอล์ซึ่งทำให้ผู้ที่ถูกลงโทษไม่สามารถสตาร์ทรถได้จนกว่าจะได้รับการตรวจวัดแอลกอฮอลล์

สำหรับบทลงโทษของผู้ที่เมาแล้วขับจนมีผู้บาดเจ็บสาหัสคือการจำคุกระหว่าง 7 – 14 ปี และบทลงโทษผู้ที่เมาแล้วขับทำให้มีผู้เสียชีวิตคือการจำคุก 10 – 20 ปี

ญี่ปุ่น

เป็นที่ทราบกันดีว่าญี่ปุ่นมีกฎหมายลงโทษผู้ที่เมาแล้วขับรุนแรงที่สุดชาติหนึ่งในโลก โดยระดับการลงโทษขึ้นอยู่กับปริมาณแอลกอฮอล์เป็นหลัก โดยใช้การวัดระดับแอลกอฮอล์เป็นมิลลิกรัมต่อลมหายใจ 1 ลิตร

ผู้ที่มีแอลกอฮอล์ระหว่าง 0.15 มิลลิกรัมแต่ไม่เกิน 0.25 มิลลิกรัมจะถูกจำคุกพร้อมทำงานสาธารณะเป็นเวลา 3 ปี ปรับเงิน 500,000 เยนหรือ 1.5 แสนบาท พร้อมเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ 90 วัน

ถ้ามีแอลกอฮอล์มากกว่า 0.25 มิลลิกรัมจะถูกจำคุกพร้อมทำงานสาธารณะเป็นเวลาสูงสุด 5 ปี ปรับเงิน 1 ล้านเยนหรือ 3 แสนบาท พร้อมเพิกถอนใบอนุญาตขับรถอย่างน้อย 2 ปี

ขณะเดียวกัน ผู้ที่เมาแล้วขับทำให้มีผู้บาดเจ็บสาหัสจะถูกตัดสินจำคุก 15 ปี และถ้ามีผู้เสียชีวิตจะถูกจำคุกนานสูงสุด 20 ปี ไม่เพียงเท่านั้น ญี่ปุ่นยังมีบทลงโทษต่อผู้ที่นั่งโดยสารไปกับผู้ขับขี่ที่เมาสุราอีกด้วย

ไต้หวัน

อีกหนึ่งประเทศที่มีบทลงโทษรุนแรงสำหรับผู้เมาแล้วขับ ถ้ามีปริมาณแอลกอฮอล์ 0.05% จะถูกลงโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 200,000 ดอลลาร์ไต้หวันหรือ 215,000 บาท

ถ้าขับขี่ภายใต้อิทธิพลของแอลกอฮอล์และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจะถูกลงโทษจำคุก 7 ปี และถ้ามีผู้เสียชีวิตจะต้องเข้าไปนอนในเรือนจำ 10 ปี

ทั้งนี้ เดือนมีนาคมปีที่แล้ว รัฐบาลไต้หวันได้อนุมัติร่างกฎหมายพ.ร.บ. ฉบับใหม่ที่จะทำให้ผู้เมาแล้วขับจนมีผู้เสียชีวิตถูกตั้งข้อหาฆาตกรรม โดยอาจถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต และถ้ามีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจะถูกตัดสินจำคุก 12 ปี

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

การเป็นชาติมุสลิมทำให้ยูเออีบังคับใช้กฎหมายควบคุมการดื่มแอลกอฮอล์อย่างเข้มงวด ดังนั้นการเมาแล้วขับจึงเป็นความผิดร้ายแรง เริ่มต้นจากการถูกปรับ 20,000 ดีแรห์มหรือ 175,000 บาทและหรือจำคุกตามระยะเวลาที่ศาลตัดสิน พร้อมกับยึดรถ 60 วัน

นอกจากนี้ การเมาแล้วขับจนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตอาจต้องโทษจำคุกนานหลายปี และอาจถูกเฆี่ยนสูงสุด 80 ครั้ง

สหรัฐอเมริกา

บทลงโทษจะแตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ มีทั้งโทษปรับ ทำงานสาธารณะ เดินทางไปเยี่ยมชมสถานที่โรงเก็บศพ และจำคุกนานหลายปีขึ้นอยู่กับความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะถ้ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ผู้กระทำความผิดแทบจะหมดอนาคตอย่างสิ้นเชิง

ที่มา: เว็บไซต์ Carlist.my

กลับหน้าหลัก Autostation.com

แท็กยอดนิยม

SK
SK
ทำงานตามคำแนะนำ "Write the truest sentence that you know." ของ 'ปาป้า เฮมิงเวย์'

วีดิโอ