คาร์ลอส กอส์น สวดยับญี่ปุ่นดูแลผู้ต้องหาสุดทารุณ – ชี้ Nissan สมรู้ร่วมคิดอัยการ

คาร์ลอส กอส์น เปิดแถลงข่าวครั้งแรกหลังจากหลบหนีออกจากประเทศญี่ปุ่นถึงบ้านเกิดในเลบานอน สวดยับทั้งกระบวนการยุติธรรมญี่ปุ่นและ Nissan ที่สมคบคิดกันโค่นเขาลงจากตำแหน่ง

วันนี้เป็นวันที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ผมเฝ้ารอวันนี้มานานกว่า 400 วัน นับตั้งแต่ผมถูกนำตัวไปคุมขังและดูแลอย่างทารุณกรรมราวกับต้องการจะทำลายตัวผม” กอส์น กล่าวเริ่มต้นการแถลงข่าว “ครอบครัว เพื่อนฝูง สังคมของผมใน Renault, Nissan และ Mitsubishi ซึ่งมีพนักงานกว่า 450,000 คนถูกปล้นชิงเอาไปหมด

อดีตประธานใหญ่ Renault, Nissan และ Mitsubishi กล่าวว่า เขาไม่ได้เปิดแถลงข่าวในวันนี้เพื่อพูดว่าเขาออกจากประเทศญี่ปุ่นได้อย่างไร แต่เขาต้องการพูดถึงสาเหตุที่ต้องหนีออกจากญี่ปุ่น พร้อมยืนยันความบริสุทธิ์และชี้ว่าตนไม่ควรถูกจับกุมตั้งแต่แรก

ผมถูกสืบสวนนาน 8 ชั่วโมงต่อวันโดยไม่มีการแสดงหลักฐานใด ๆ และไม่มีทนายความอยู่ด้วย” กอส์น เผย “พวกเขา (เจ้าหน้าที่อัยการญี่ปุ่น) บอกผมว่าถ้าผมไม่รับสารภาพ ทุกสิ่งจะเลวร้าย พวกเขาจะไล่ล่าครอบครัวของผม พวกเขาขอให้ผมแค่รับสารภาพและเรื่องราวทุกอย่างก็จะจบลง

กอส์น เผยว่าเขาคุมขังไว้ในห้องขนาดเล็กมากที่ไม่มีหน้าต่าง เขาผ่านช่วงปีใหม่รอยต่อ 2018 – 2019 โดยไม่พบหน้าคนเลยตลอด 6 วันเต็ม มีโอกาสอาบน้ำได้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง และเขายังไม่ได้รับอนุญาตให้กินยารักษาโรคประจำตัวอีกด้วย

การหนีออกจากประเทศญี่ปุ่นเป็นการตัดสินใจที่ยากเย็นที่สุดในชีวิตของผม” กอส์นเผย เขาตระหนักว่า อัตราส่วนที่ศาลยุติธรรมของญี่ปุ่นจะตัดสินความผิดผู้ต้องหานั้นมีสูงถึง 99.4% ขณะเดียวกัน เขาเชื่อด้วยว่าอัตราส่วนของชาวต่างชาติที่จะถูกตัดสินว่าผิดนั้นสูงยิ่งขึ้นไปอีก เรียกได้ว่าต้องเลือกระหว่างการทิ้งชีวิตไว้ในญี่ปุ่นหรือหนีออกไป

เขายังเอ่ยถึงเกร็ก เคลลี อดีตรองประธานฝ่ายกฎหมายของ Nissan วัย 63 ปีซึงถูกจับกุมตัวพร้อมกันและปัจจุบันยังอยู่ระหว่างดำเนินคดีในประเทศญี่ปุ่น โดยกอส์นชี้ว่า เกร็กยังคงเป็นเหยื่อของการลักพาตัวโดยกระบวนการยุติธรรมของญี่ปุ่น

กอส์น เผยด้วยว่าการจับกุมตัวเขาและเกร็กเป็นการวางแผนอย่างแยบยลเหมือนกับการโจมตีอ่าวเพิร์ลฮาร์เบอร์ของกองทัพญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยที่กองทัพเรือของสหรัฐอเมริกาไม่รู้เนื้อรู้ตัวมาก่อน

ประสบการณ์ที่เลวร้ายเหนือจินตนาการที่ผมได้รับเกิดจากบุคคลบางกลุ่มใน Nissan ที่ไร้ยางอายและอาฆาตแค้นในตัวผม” กอส์น กล่าว “ผู้บริหารของ Nissan และอัยการมีการสมรู้ร่วมคิด ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอย่างสิ้นเชิง

กอส์น ชี้ว่าผู้บริหาร Nissan ต้องการลดอิทธิพลของ Renault ที่มีต่อ Nissan ลง ซึ่งการจะทำเช่นนั้นได้ก็คือการปลดเขาออกจากตำแหน่ง ซึ่งจริง ๆ แล้วเขาพร้อมที่จะเกษียณการทำงานตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2018

กอส์น ยังเปิดเผยชื่อผู้บริหาร Nissan ที่เขาคิดว่ามีส่วนรู้เห็นในการวางแผน ทั้งฮิโรโตะ ไซคาวะ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โทชิกากิ โอนูมะ อดีตผู้บริหารระดับสูง ฮาริ นาดะ อดีตรองประธานฝ่ายกฎหมาย ฮิเดโตชิ อิมาซุ อดีตผู้ตรวจสอบบัญชีภายในองค์กร และฮิโตชิ คาวากูชิ อดีตผู้บริหารที่ดูแลด้านรัฐกิจสัมพันธ์

มูลค่าทางการตลาดของ Nissan ลดลงทั้งหมด 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือเท่ากับ 40 ล้านเหรียญสหรัฐต่อวันนับตั้งแต่การจับกุมตัวผม” กอส์น พร้อมกับชี้ว่าข้อกล่าวหาที่มีต่อตัวเขานั้นไม่มีมูล “ทำไมพวกเขาจะต้องทำให้การไต่สวนยืดยาว ทำไมถึงไม่ให้ผมเข้าถึงข้อมูลความจริง ทำไมไม่ให้ผมติดต่อกับภรรยา พวกเขาตั้งข้อกล่าวหาที่ไร้มูลเหตุอย่างสิ้นเชิง ทั้งหมดเป็นเรื่องการเมือง

ติดตามข่าวแวดวงยานยนต์ก่อนใครที่ Autostation.com

แท็กยอดนิยม

SK
SK
ทำงานตามคำแนะนำ "Write the truest sentence that you know." ของ 'ปาป้า เฮมิงเวย์'

วีดิโอ