รีวิว New Mazda2 เล็กพริกขี้หนู หน้าใหม่ ช่วงล่างดี GVC Plus อย่างเนียน | Review

รีวิว New Mazda2 รุ่นปรับใหม่ รูปลักษณ์ใหม่ Kodo Design 2 รวมไปถึงไฮไลท์อย่างระบบ GVC Plus ที่ช่วยให้ขับขี่ได้มั่นใจยิ่งขึ้น บอกเลยว่าขับสนุกขึ้นเป็นกอง!

บอกเลยว่าการทดสอบครั้งนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน เนื่องจากจัดกันในสนาม ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต สนามแข่งระดับโลก เลยทีเดียว

ด้วยน้องเล็กอย่าง New Mazda2 2020 คันนี้ แต่ละโค้งในสนามได้ทดสอบระบบ GVC Plus กันแบบจัดเต็ม ชนิดที่เรียกได้ว่า ดอกยางไม่หมด ไม่ได้กลับบ้าน

วันนี้มีคำตอบมาให้คุณผู้อ่านได้ทราบกันแน่นอนว่า เจ้าเล็กพริกขี้หนูคันนี้ มีอะไรดี ทำไมถึงเหมาะกับผู้ที่ชอบขับขี่ และทำไมทาง Mazda ถึงกล้าให้มาทดสอบกันในสนามช้าง อย่ารอช้า ไปอ่านกัน!!!

รูปลักษณ์ปรับใหม่ Kodo Design2 เรียบหรู ดูแพงขึ้น พร้อมสีตัวถังใหม่

รูปลักษณ์ภายนอกมีการปรับใหม่ตามสไตล์ Kodo Design 2 ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป เน้นคามเรียบหรูมากขึ้น โดยดีไซน์เจนใหม่นี้ พบได้ใน All-New Mazda3 เช่นเดียวกัน

กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ ขยายใหญ่ขึ้นกว่าเก่าพร้อมดีเทลตะแกรงทรงสปอร์ตใหม่ ชุดโคมไฟหน้าปรับใหม่แบบ โปรเจคเตอร์ LED แต่ไฟเลี้ยวยังเป็นแบบฮาโรเจน

สำหรับ Daytime Running Light ดีไซน์ใหม่แบบทรงกลม ส่วนไฟตัดหมอกถูกตัดออกเช่นเดียวกันกับ Mazda3 สำหรับตัวถัง Sedan และ Hatchback จะดีไซน์ด้านหน้าเหมือนกันทุกแบบ

รุ่นนี้มีการเพิ่มเติมล้อลวดลายใหม่ขนาด 16 นิ้ว รวมไปถึงด้านท้ายมีการปรับเปลี่ยนใหม่ (เฉพาะตัวถังแฮทช์แบค) เช่นชุดโคมไฟท้ายดีไซน์ลายละเอียดใหม่ และกันชนท้ายที่เน้นความเรียบหรู กว่ารุ่นเก่า ด้วยการดีไซน์แนวนอน

โดยรวมถือว่ามีการปรับเปลี่ยนไปพอสมควรสำหรับรูปลักษณ์ด้านหน้า แต่ด้านท้ายถ้าไม่สังเกตุดีๆ ก็ไม่ค่อยเห็นถึงความแตกต่าง

ภายในปรับปรุงวัสดุใหม่ เบาะนั่งใหม่ เพิ่มออปชั่นให้น่าใช้งานมากยิ่งขึ้น

ในส่วนภายในในแง่ดีไซน์ไม่มีความแตกต่างจากรุ่นก่อน แต่จะเปลี่ยนชิ้นดีเทล และรายละเอียดวัสดุบางพาร์ทเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น

แผงแดชบอร์ดปรับเปลี่ยนสีเป็นสีเทาฟ้า รวมไปถึงชุดเบาะนั่งหนังแท้ดีไซน์ใหม่ รับสรีระร่างกายมากขึ้น และปรับเปลี่ยนชิ้นพาร์ทด้วยการเพิ่มชิ้นหนังอาคันทาร่า เพื่อการยึดเกาะร่างกาย

สำหรับวัสดุบุประตูถูกปรับปลี่ยนไปเป็นแบบหนังอาคันทาร่า หรือหนังกลับพร้อมเดินตะเข็บสีฟ้าอ่อนเช่นเดียวกัน

ด้านออปชั่นเพิ่มเติมระบบเอนเตอร์เทรนเมนท์ ได้ติดตั้ง Apple Carplay มาให้ สำหรับผู้ใช้ระบบปฏิบัติการณ์ iOS ด้านชุดมาตรวัดยังคงดีไซน์เช่นเดิม

สำหรับชุดเบาะนั่งด้านหลังปรับเปลี่ยนเป็นแบบเดียวกันกับด้านหน้า พร้อมหนังสีเทาฟ้า และเสริมด้วยชิ้นพาร์ทหนังกลับ

1 เดียวที่มีเครื่องยนต์ให้เลือกทั้ง เครื่องเบนซิน 1.3 ลิตร และ ดีเซล 1.5 ลิตร

ถือว่าเป็นรุ่นเดียวที่มาพร้อมตัวเลือกเครื่องยนต์ทั้งสองแบบ ไม่ว่าจะเป็นขุมพลัง Skyactiv-G เบนซิน ขนาด 1.3 ลิตร 93 แรงม้า แรงบิด 123 นิวตันเมตร

และขุมพลัง Skyactiv-D ดีเซล ขนาด 1.5 ลิตร เทอร์โบ 105 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร ทั้งสองรุ่นมาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ Skyactiv-Drive 6 สปีด พร้อมแมนนวลโหมด

จากการทดสอบ ทั้งสองเครื่องยนต์มีความแตกต่างอยู่พอสมควร หากต้องการอัตราเร่งที่จี๊ดจ๊าดเครื่องยนต์ดีเซลตอบสนองคุณทุกย่านความเร็วแน่นอน

แต่หากขับขี่ด้วยความเร็วประมาณหนึ่ง รุ่นเครื่องดีเซลจะเข้าโค้งได้ยากกว่าเพราะเครื่องยนต์มีน้ำหนักมากกว่า แรงถ่ายโอนในช่วงทำความเร็วจะมีมากกว่าแม้จะมีระบบ GVC Plus ช่วยเหลือก็ตาม

สำหรับขุมพลังเบนซิน อาจจะไม่ได้จี๊ดจ๊าดแถมบางย่านความเร็วจะทำให้คุณรู้สึกไม่ทันใจด้วยซ้ำ แต่ก็เหมาะกับการขับขี่ในเมือง พร้อมคล่องตัว แถมไม่มีเสียงเครื่องยนต์มากวนใจแบบดีเซล

สิ่งที่ชอบอีกเรื่องของ Mazda2 คือการเลือกใช้เกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด ทอคคอนเวอเตอร์ ที่เป็นรุ่นเดียว ณ ตอนนี้ในตลาดที่ยังคงใช้เกียร์อัตโนมัติแบบนี้อยู่ (รุ่นอื่น CVT ทั้งหมดแล้ว)

ระบบบเด่นอย่าง GVC Plus ช่วยชูโรงให้ New Mazda2 ขับดีและมั่นใจขึ้น

เรียกได้ว่าที่ทริปนี้จัดขึ้น ณ สนามแข่งระดับโลกอย่าง ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต เพราะต้องการให้ได้ทดสอบระบบ GVC Plus นี้แบบเต็มๆ นั่นเอง

เพราะการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง พร้อมทั้งเลี้ยงคันเร่งไปด้วย จะทำให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิที่ภาพมากที่สุด

แม้ระบบนี้จะไม่ได้ทำงานบ่อยมากมายนัก หากขับขี่ใช้งานปกติ แต่ถ้าในจังหวะคับขันที่ต้องหักหลบกระทันหัน หรือจะเกิดอุบัติเหตุ ระบบนี้สามารถช่วยให้คุณรอดพ้นได้ไม่มากก็น้อยแน่นอน

การทำงานของระบบ GVC Plus หนึ่งในระบบ Skyactiv-Vehicle Dynamic เริ่มที่ขณะรถเริ่มเข้าโค้งเครื่องยนต์จะลดแรงบิดเล็กน้อย ให้เหมาะสมกับลักษณะของโค้ง ทำให้น้ำหนักของตัวรถถ่ายมายังล้อหน้า ซึ่งเป็นล้อที่ใช้ในการควบคุมรถ

ขณะอยู่ในโค้ง ระบบจะคืนแรงบิดให้กลับสู่ปกติ เพื่อควบคุมการถ่ายน้ำหนักให้สมดุลทั้งหน้าและหลัง และขณะออกจากโค้ง ระบบจะตรวจการหมุนพวงมาลัย เพื่อคำนวนการเบรกเล็กน้อยที่ล้อหน้าฝั่งนอก ซึ่งจะช่วยให้รถเข้าทางตรงง่ายมากขึ้น

ถือว่าเป็นระบบที่ไม่ได้แสดงผลให้ทราบว่ากำลังทำงาน แถมถ้าขับขี่ด้วยความปกติ คงมีน้อยครั้งนักที่ระบบจะทำงานแบบเต็มที่

เพราะจะต้องเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงประมาณหนึ่ง และต้องคอยเลี้ยงคันเร่งระหว่างขับด้วย GVC Plus ถึงจะเริ่มทำงานอย่างเต็มที่

แต่มีระบบนี้ไว้ก็อุ่นใจในระดับหนึ่ง เพราะถ้าเกิดเหตุขึ้นมา ระบบก็ช่วยให้รถยนต์มั่นคงและควบคุมได้มากกว่าแน่นอน

สรุปโดยรวมถือเป็นรถแฮทช์แบคขนาดเล็ก ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่ ช่วงล่างเฟิร์ม ๆ พวงมาลัยมีน้ำหนักพอประมาณ

แต่อัตราเร่งสำหรับตัวเบนซิน อาจจะไม่จี๊ดจ๊าดตามสั่งมากมายนัก ซึ่งถ้าอยากได้ความกระฉับกระเฉงคล่องตัวต้องหันไปคบกับรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล

ระบบช่วยเหลือการขับขี่มากมายทั้ง GVC Plus กล้องมองรอบคัน 360 องศา และระบบ i-Activsenes ทั้งหมดที่คุ้มค่า การดีไซน์ภายในหรูหราการเลือกใช้วัสดุและการประกอบแทบจะดีที่สุดในกลุ่ม

แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีข้อเสีย! สำหรับข้อเสียของ New Mazda2 คือขนาดความกว้างของห้องโดยสารที่เล็กกว่าใครเพื่อน โดยเฉพาะเบาะแถว 2 ที่นั่งได้ไม่ค่อยจะสบายเท่าไรนัก

รวมไปถึงถ้าคุณชอบขับ หรือนั่งรถที่เน้นความนุ่มนวล คุณไม่ชอบรุ่นนี้แน่นอน เพราะความเฟิร์มของช่วงล่างที่แน่นจนเกือบจะตึงตังในบางจังหวะ

ก็เอาเป็นว่าลองไปทดสอบขับ และลองนั่งกันดู เพราะรุ่นนีเบาะนั่งก็มีการปรับใหม่ รับสรีระมากขึ้น แต่สีอาจจะแปลกตาไปสักนิดนึง

ราคา New Mazda 2 (ทั้งสองตัวถัง)

1.3 E ราคา 5.46 แสนบาท
1.3 C ราคา 6.02 แสนบาท
1.3 S ราคา 6.27 แสนบาท
1.3S Leather ราคา 6.48 แสนบาท
1.3 SP ราคา 6.9 แสนบาท

สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล ราคาดังนี้

1.5 Turbo XD ราคา 7.82 แสนบาท
1.5 Turbo XDL ราคา 7.99 แสนบาท

ขอขอบคุณบริษัท มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย จำกัด สำหรับทริปทดสอบสุดประทับใจครั้งนี้

รีวิวและทดสอบโดย Cokey P

ข่าวรถยนต์ เที่ยงตรง ฉับไว ก่อนใคร Autostation

แท็กยอดนิยม

Cokey
Cokeyhttp://www.autostation.com
โอตะผู้ทำงานหาเงินมาเปย์ไอดอลโดยเฉพาะ ผ่านประสบการณ์ด้านวงการรถยนต์มาอย่างโชกโชน อยากรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับรถ ถามได้! ตอบได้! เอ้ยยยย

วีดิโอ