อยากดูแลรถยนต์ให้ฟิตปั๋งเครื่องดี ต้องเริ่มทำ 3 สิ่งนี้ให้ได้

สำหรับใครที่เพิ่งถอยรถมาใหม่ หรือยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับการดูแลรถยนต์มากนัก ก็อาจจะรู้สึกสับสน แค่เห็นตัวเครื่องยนต์ที่ดูซับซ้อนก็ถอดใจแล้ว ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี

แต่ถ้าไม่เริ่ม รถของเพื่อนๆก็จะไม่ได้อยู่กับเราไปนานมากนักนะครับ เพราะฉะนั้น เริ่มก่อน รถของเราก็จะอยู่ได้นานกว่า

แถมอันที่จริงแล้ว การดูแลรถยนต์ก็ไม่ได้ซับซ้อนหรือยุ่งยากขนาดนั้น อย่าเพิ่งถอดใจไปนะครับ วิธีก็คือ แทนที่จะมองเครื่องยนต์แบบซับซ้อนในภาพรวม ก็ให้เพื่อนๆลองโฟกัสไปที่เครื่องยนต์ทีละจุด จะทำให้เรารู้ว่าควรจะเริ่มจากการตรวจเช็คหรือตรวจสอบจากตรงไหน

สำหรับใครที่ยังไม่รู้เบสิคการดูแลรถยนต์ พี่หมีอยากให้เพื่อนๆ จำ 3 สิ่งนี้แล้วนำไปปฏิบัติกับรถสุดรักของเพื่อนๆให้ได้ จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลยครับ

1)รู้วิธีตรวจเช็ค เบื้องต้นด้วยตนเอง

โดยเพื่อนๆ จะต้องศึกษาและรู้วิธีตรวจเช็ครถยนต์ของเพื่อนๆในเบื้องต้น เพื่อที่จะหากเกิดอะไรขึ้น เพื่อนๆจะได้สามารถประเมินสถานการณ์ได้ว่ารถของเราเป็นอะไร หรือสังเกตและนำรถส่งอู่ได้ทันท่วงที โดยมีสิ่งที่ต้องสังเกตดังนี้ครับ

  • สภาพยาง: หมั่นสังเกตสภาพยางว่ายังอยู่ในสภาพดีหรือไม่ ทั้งการสังเกตดอกยางรถยนต์ว่าสึกหรือยัง โดยถ้าเกิดดอกยางเริ่มสึกถึงสะพานดอกยาง ก็ควรจะต้องถึงเวลาเปลี่ยนยางได้แล้ว รวมถึงถ้าหากยางแตกลายงาโดยถ้วนทั่ว ก็ต้องเปลี่ยนเช่นกันครับ นอกจากนี้ให้เพื่อนๆหมั่นเช็คลมยางอยู่เป็นประจำ เพราะยางที่เติมลมเต็ม มักจะมีประสิทธิภาพในการวิ่งที่ดีกว่า ทำให้ตัวอย่างไม่เสียหายง่าย โดยให้เพื่อนๆ เช็คความดันยาง ว่าตกลงมา ถึงเท่าไหร่ ก็เติมลมเข้าไปให้ความดันกลับมาอยู่ในระดับ สูงสุดของยางนั้นๆ
  • สายพานเครื่องยนต์: นอกจากนี้ก็ให้เพื่อนๆหมั่นตรวจสายพานเครื่องยนต์ว่ามีความเสียหายหรือไม่ ถ้าหากมีรอยแตกรอยขีดข่วนหรือรอยเสียหาย ก็ควรจะต้องเปลี่ยนครับ มิฉะนั้น อาจจะทำให้เครื่องยนต์เสียหายไปมากกว่าเดิมได้
  • ของเหลวในเครื่องยนต์: ให้เพื่อนๆคอยหมั่นตรวจเช็คของเหลวในเครื่องยนต์ ทั้งระดับน้ำมัน และน้ำมันเบรค สารหล่อเย็น เพื่อที่ของเหลวเหล่านี้จะช่วยหล่อเลี้ยงให้เครื่องยนต์ของเพื่อนๆทำงานได้อย่างเป็นปกติ ถ้าหากของเหลวเหล่านี้ เริ่มลดลงเหลือน้อย ก็ต้องคอยเติมให้เต็มตลอดครับ
  • อุปกรณ์อื่นๆ: สิ่งอื่นๆที่เพื่อนๆสามารถตรวจเช็คเบื้องต้นได้ด้วยตัวเองได้ก็อย่างเช่น ไฟหน้า ไฟเลี้ยว และไฟท้าย ว่ายังคงใช้การได้ดีหรือไม่ มิฉะนั้นอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ให้ดูหน้าปัดรถว่ามีไฟเตือนขึ้นหรือไม่ รวมไปถึงเช็คแบตเตอรี่รถยนต์ว่าสะอาด
    ยึดเข้ากับที่อย่างแน่นหนา และไม่มีสนิมหรือไม่ครับ

2)รู้วิธีดูแลรถยนต์ประจำป

นอกจากการตรวจเช็คสภาพรถยนต์เบื้องต้นด้วยตนเองแล้ว เพื่อนๆจะต้องรู้ด้วยว่าจะต้องทำการดูแลรถยนต์ เปลี่ยนอะไหล่ หรือชิ้นส่วนต่างๆของรถยนต์ประจำปีเมื่อไหร่ โดยมีสิ่งที่เพื่อนๆต้องทำดังนี้ครับ:

  • เปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุก 7,000-10,000 กิโลเมตร หรือตามที่คู่มือบอก: โดยการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องใหม่จะทำให้เครื่องยนต์ของรถเพื่อนๆวิ่งได้อย่างลื่นไหลไม่มีติดขัด
  • สลับยางรถยนต์ ทุก 10,000 กิโลเมตร: เพื่อช่วยดูแลรถยนต์และยางรถยนต์ของคุณให้มีอายุการใช้งานนาน โดยให้สับเปลี่ยนจากยางหน้าไปใส่ยางหลังหรือกลับกันแทน
  • เปลี่ยนผ้าเบรคทุกๆ 25,000 ถึง 50,000 กิโลเมตร: เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับการขับขี่และการดูแลรถยนต์ของเพื่อนๆ ทั้งนี้ทั้งนั้น ระยะในการเปลี่ยนผ้าเบรคก็จะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการการขับขี่ของเพื่อนๆเองด้วย ว่ามีการบรรทุกของหนักหรือขับขี่รวดเร็วแค่ไหนในแต่ละวันครับ
  • เปลี่ยนไส้กรองอากาศทุกๆ 20,000 กิโลเมตร: เพื่อเป็นการดูแลรถยนต์และเครื่องยนต์ให้ยังทำงานได้อย่างปกติ โดยให้เพื่อนๆเป่าทำความสะอาดไส้กรองทุกๆ 3,000 ถึง 5,000 กิโลเมตรด้วยครับ
  • เปลี่ยนหัวเทียนทุกๆ 40,000 กิโลเมตร: เพราะเมื่อรถยนต์ของเพื่อนๆวิ่งไปนานๆ
    หัวเทียนก็มักจะเกิดสนิม และทำให้สตาร์ทรถยาก หรือวิ่งได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
  • เปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงทุกๆ 40,000 กิโลเมตร: เพื่อให้ระบบเชื้อเพลิงในรถยนต์ของเพื่อนๆยังทำงานได้ปกติ และไม่มีอะไรมาอุดตัน
  • ถ่ายน้ำยาหล่อเย็น ทุกๆ 2 ถึง 5 ปี: โดยที่น้ำยาหล่อเย็น จะเป็นตัวควบคุมอุณหภูมิภายในเครื่องยนต์ไม่ให้ร้อนเกินไป การถ่ายน้ำหนักน้ำยาหล่อเย็นจึงเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลรถยนต์โดยรวม ให้ระบบเครื่องยนต์ยังทำงานได้อย่างปกติ
  • เปลี่ยนใบปัดน้ำฝนเมื่อจำเป็น: แม้ใบปัดน้ำฝนอาจจะดูไม่ค่อยสำคัญนัก แต่จะมีความสำคัญขึ้นมาอย่างมากเมื่อเพื่อนๆอยู่ในเหตุการณ์ฝนตกหนัก ทัศนวิสัยไม่ดี ใบปัดน้ำฝนที่ยังคงสภาพดีจะช่วยเพื่อนๆฟันฝ่าทัศนวิสัยเหล่านั้นไปได้อย่างง่ายดาย ทำให้การดูแลรถยนต์ของเพื่อนๆแบบกันไว้ก่อน จึงดีกว่ามาแก้ทีหลังเสมอครับ

3) รู้วิธีติดต่อเพื่อดูแลรถยนต์กับอู่หรือศูนย์ซ่อม

เพราะการดูแลรถยนต์ในหลายๆด้านเพื่อนๆไม่สามารถทำเองได้ แต่สิ่งที่เพื่อนๆทำได้ก็คือ การรู้กำหนดการณ์ในการนำรถไปบำรุงรักษา หรือรู้ว่าจะหันไปหาช่างรายไหนที่จะช่วยดูแลรถยนต์ของเพื่อนๆ ได้อย่างเป็นมืออาชีพ

ก่อนอื่น ให้เพื่อนๆอ่านคู่มือการดูแลรถยนต์ที่มากับรถอย่างละเอียด โดยในคู่มือมักมีรายชื่อของอู่ซ่อมรถและศูนย์บริการที่แนะนำและไว้วางใจได้ก็ให้เพื่อนๆลองติดต่อเข้าไปที่ศูนย์บริการนั้นๆ เพื่อขอราคาสำหรับการนำรถไปบำรุงรักษาประจำปี

โดยเพื่อนๆไม่จำเป็นต้องใช้แค่ศูนย์บริการเพื่อดูแลรถยนต์ของแต่ละยี่ห้อเสมอไป แต่ถ้าหากเพื่อนๆมีอู่ซ่อมรถหรือศูนย์ซ่อมรถคุณภาพดีในใจอยู่แล้ว ก็สามารถโทรไปขอราคาจากศูนย์เหล่านี้ได้เช่นกัน

และเมื่อเพื่อนๆเปรียบเทียบราคาและคุณภาพบริการเรียบร้อยจนสามารถเลือกศูนย์บริการที่ต้องการได้แล้ว เมื่อถึงวันครบกำหนดในการส่งรถเพื่อบำรุงรักษา ก็ให้โทรเข้าไปนัดกับศูนย์บริการอีกทีหนึ่ง และดูว่าจะใช้เวลานานเท่าใดในการบำรุงรักษา จะได้จัดตารางเวลาชีวิตของเราถูกครับ

นอกจากนี้ ก่อนพารถของเพื่อนๆ ไปส่งให้ศูนย์บริการ ก็อย่าลืมเก็บข้าวของส่วนตัว หรือสิ่งของมีค่าออกจากรถเพื่อความปลอดภัยของทรัพย์สินด้วยนะครับ

และในบางครั้ง เวลาเพื่อนๆเอารถไปเข้าศูนย์ซ่อม ช่างก็อาจจะชี้ให้เห็นปัญหาจุดอื่นๆที่เกิดขึ้นกับรถ ของเพื่อนๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ต้องตกใจไป เพื่อนๆมีสิทธิ์ที่จะซ่อมต่อตามที่ช่างแนะนำ หรือจะไม่ซ่อมก็ได้ ขึ้นอยู่กับฐานะทางการเงินของเพื่อนๆในขณะนั้นว่าสามารถทำได้หรือไม่ ไม่เช่นนั้น ก็สามารถนำรถกลับมาซ่อมทีหลังได้เช่นกันครับ

ดังนั้นแล้ว ถ้าหากเพื่อนๆ อยากจะดูแลรถยนต์ให้ฟิตปั๋งอยู่กับเราไปนานๆ ก็ต้องหมั่นดูแลตรวจเช็คสภาพและเปลี่ยนอะไหล่รถที่จำเป็นเป็นประจำนะครับ นอกจากนี้ ในกรณีที่ต้องพารถไปซ่อมจริงๆ การทำประกันรถยนต์ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เพื่อนๆ หายห่วงได้นะครับ

ถ้าหากใครอยากจะทำประกันรถยนต์ ก็สามารถเข้ามาเปรียบเทียบดีลดีๆได้ที่เว็บไซต์โกแบร์เลยนะครับ

แท็กยอดนิยม

Cokey
Cokeyhttp://www.autostation.com
โอตะผู้ทำงานหาเงินมาเปย์ไอดอลโดยเฉพาะ ผ่านประสบการณ์ด้านวงการรถยนต์มาอย่างโชกโชน อยากรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับรถ ถามได้! ตอบได้! เอ้ยยยย

วีดิโอ